Ec 312
Download
1 / 34

เศรษฐศาสตร์ มห ภาค EC 312 บทนำ - PowerPoint PPT Presentation


  • 319 Views
  • Uploaded on

เศรษฐศาสตร์ มห ภาค EC 312 บทนำ. รศ. ดร. สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ห้องพัก 754 อาคาร Y ชั้น 7. หมายเหตุเอกสารประกอบการสอนทั้งหมดสามารถ download ได้จาก website คณะฯ และ TU- moodle โดยจะ upload เป็นระยะตามหัวข้อการบรรยาย. อะไรคือเศรษฐศาสตร์.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' เศรษฐศาสตร์ มห ภาค EC 312 บทนำ' - shaw


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
Ec 312

เศรษฐศาสตร์มหภาค EC 312บทนำ

รศ. ดร. สกนธ์ วรัญญูวัฒนา

ห้องพัก 754 อาคาร Y ชั้น 7

หมายเหตุเอกสารประกอบการสอนทั้งหมดสามารถ download

ได้จาก website คณะฯ และ TU- moodle โดยจะ upload

เป็นระยะตามหัวข้อการบรรยาย


อะไรคือเศรษฐศาสตร์

“Study of mankind in the ordinary business of life; it is

Examines that part of individual and social action

which is most closely connected with the attainment

and with the use of the material requisites of

well-being”

Alfred Marshall


อะไรคือเศรษฐศาสตร์มหภาคอะไรคือเศรษฐศาสตร์มหภาค

“คือการศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม(Aggregate Economy)”

ปัจจัยที่จะต้องให้ความสำคัญศึกษาได้แก่

  • ผลผลิตรวม Total Output

  • ระดับราคา Price level

  • การจ้างงาน Employment

  • อัตราดอกเบี้ย Interest Rate

  • อัตราค่าจ้าง Wage Rates

  • อัตราแลกเปลี่ยน Foreign Exchange

  • ฯลฯ


อะไรคือเศรษฐศาสตร์มหภาคอะไรคือเศรษฐศาสตร์มหภาค

  • คือแบบจำลองที่ใช้อธิบายปรากฎการณ์ทางเศรษฐศาสตร์มหภาค

  • ความสำคัญของปรากฎการณ์ทางเศรษฐศาสตร์มหภาคเป็นเรื่องระยะยาว และวัฐจักรทางธุรกิจ

  • การอธิบายความทางเศรษฐศาสตร์มหภาคต้องอาศัยความรู้เศรษฐศาสตร์จุลภาคเป็นพื้นฐาน


GDP อะไรคือเศรษฐศาสตร์มหภาคกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ และวัฐจักรเศรษฐกิจคืออะไร

  • Gross Domestic Product (GDP): คือการวัดขนาดของระบบเศรษฐกิจ (ขนาดสินค้าและบริการที่ถูกผลิต) ภายในประเทศในช่วงเวลาหนึ่งๆ

  • ข้อมูลตามช่วงเวลาของGDP สามารถจำแนกออกเป็นตามแนวโน้มเวลา (time Trend) หรือวัฐจักรเศรษฐกิจ (Business Cycles)


ที่มาอะไรคือเศรษฐศาสตร์มหภาค: สศช


Hambergerอะไรคือเศรษฐศาสตร์มหภาค Crisis

เศรษฐกิจขยายตัวจากการส่งออก

เนื่องจากการเปิดการค้าเสรีโลก

วิกฤติน้ำท่วม

วิกฤติต้มยำกุ้ง

ที่มา: BOT


อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทย 2550 = 100

วิกฤติเศรษฐกิจ

Hamberger crisis


อัตราเพิ่มการส่งออก อัตราเพิ่มการนำเข้า

ที่มา: BOT


อัตราเงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน

ที่มา: BOT, กรมเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์


ประเด็นที่ควรเข้าใจของเศรษฐศาสตร์มหภาคปัจจุบันประเด็นที่ควรเข้าใจของเศรษฐศาสตร์มหภาคปัจจุบัน

  • ประสิทธิภาพการผลิตรวม Aggregate productivity

  • ภาษี การใช้จ่ายของรัฐ การขาดดุลของรัฐบาล

  • การกำหนดอัตราดอกเบี้ย Interest Rates

  • วัฐจักรเศรษฐกิจของประเทศ Business

  • ตลาดการเงินและวิกฤติการเงิน Credit Markets and the Financial Crisis

  • การขาดดุล – เกินดุลบัญชีเดินสะพัด และบัญชีชำระเงิน

  • ปัญหาเงินเฟ้อ Inflation

  • ปัญหาการว่างงาน Unemployment

  • ฯลฯ


วิธีคิดของนักเศรษฐศาสตร์วิธีคิดของนักเศรษฐศาสตร์

  • พยายามทำทุกอย่างให้เป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้ดุลยพินิจให้มากเท่าที่จะทำได้

  • เป็นเหตุผลทำให้มีการพัฒนาแบบจำลองต่างๆ เป็นเครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ สร้างความเข้าใจ ฯลฯ ในรูปของสมการทางคณิตศาสตร์

    • ตัวอย่าง สมการอุปสงค์ Qd = f(P, Y,…)

      สมการอุปทาน Qs = f(P, Pm )

    • จากสมการดังกล่าวสามารถอธิบายปรากฎการณ์ต่างๆ ที่มีผลต่อตัวแปรที่มีในสมการได้ และยังเป็นเครื่องมือช่วยอธิบายแนวคิดความเชื่อของนักเศรษฐศาสตร์ของแต่ละสำนัก


การศึกษาเศรษฐศาสตร์มหภาคการศึกษาเศรษฐศาสตร์มหภาค

  • ศึกษาผลกระทบหรือปัจจัยต่างๆ

    • ที่มีต่อการกำหนดระดับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐศาสตร์มหภาค (Factors that Determine levels) เช่น การใช้จ่ายรัฐบาล

    • ผลกระทบของปัจจัยเหล่านั้นในแต่ละช่วงเวลา (How the variables change over time) เช่นอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ

การศึกษาเศรษฐศาสตร์มหภาคจึงเป็นการเรียนรู้ด้านนโยบาย (Policy Oriented)

เช่นนโยบายการคลัง-การเงินของรัฐบาล ตัวอย่างของนโยบายคือการเพิ่มการใช้จ่ายรัฐบาล

การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารกลาง


ตัวอย่างคำถามเศรษฐศาสตร์มหภาคตัวอย่างคำถามเศรษฐศาสตร์มหภาค

  • การขยายตัวของเศรษฐกิจ (economic Growth)

  • เสถียรภาพของเศรษฐกิจ (Economic Stability)

  • ความสัมพันธ์ผลผลิต-การว่างงาน (Output-Unemployment Relationship)

  • การเพิ่มขึ้นของระดับราคา (Increase in Price Level)

  • การเพิ่มขึ้นของการว่างงาน (Increase of Unemployment Rate)


เงื่อนไขของแบบจำลองเศรษฐกิจพื้นฐานเงื่อนไขของแบบจำลองเศรษฐกิจพื้นฐาน

closed economy, market-clearing model

Supply side

  • ตลาดปัจจัยการผลิต factor markets (supply, demand, price)

  • กำหนดขนาดของผลผลิต/รายได้ determination of output/income

    Demand side

  • กำหนดขนาดของC, I, และG

    Equilibrium

  • เป็นเรื่องของตลาดสินค้า goods market

  • มีตลาดการกู้ยืม loanablefunds market


Measurement of macroeconomic variables
การวัดปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาคการวัดปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาค(Measurement of Macroeconomic Variables)

  • บัญชีรายได้ประชาชาติ (National Income Account) เหมือนการทำบัญชีภาคเอกชนในการประกอบกิจการที่ต้องแสดงรายการของสองด้านได้แก่

    • การผลิต (Production Side) แสดงการผลิตและการได้มาของรายได้หรือการขาย เช่นภาคเกษตร อุตสาหกรรม บริการ เป็นต้น

    • รายได้ (Income Side) แสดงการกระจายของรายได้ที่เกิดขึ้นว่ามาจากขั้นตอนของการหารายได้อย่างใด เช่นรายได้ของภาคประมง อุตสาหกรรมรถยนต์


Production side
การผลิต การวัดปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาค(Production Side)

  • การวัดขนาดที่นิยมใช้คือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (Gross Domestic Product: GDP) และ รายได้ประชาชาติ (Gross National Product: GNP)

  • แสดงการใช้ปัจจัยการผลิต (K, L) และสมการการผลิต (Production Function) ที่แสดงประสิทธิภาพการผลิตของปัจจัยทุน – ปัจจัยแรงงาน ซึ่งเป็นพื้นฐานการกำหนดผลตอบแทนให้ปัจจัยการผลิตทั้งสอง

  • ทำให้ต้องสนใจการตัดสินใจขายปัจจัยการผลิตของเจ้าปัจจัยทั้งสอง

  • ในที่สุดได้สมการการผลิต Y = f(K, L)


Income side
รายได้ การวัดปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาค(Income Side)

  • เป็นการวัดขนาดของรายได้ประชาชาติ (National Income) และรายได้ของประชาชนในประเทศ

  • แสดงระดับผลตอบแทนที่ให้แก่ปัจจัยทุน และแรงงาน หรืออีกนัยหนึ่งคือการกระจายผลตอบแทน (รายได้) ระหว่างเจ้าของทุนและแรงงาน

  • โดยผลตอบแทนทุนคือ ค่าเช่า = MPk

  • และผลตอบแทนแรงงานคือค่าจ้าง = MPL


เงื่อนไขของแบบจำลองเศรษฐกิจพื้นฐานเงื่อนไขของแบบจำลองเศรษฐกิจพื้นฐาน

closed economy, market-clearing model

Supply side

  • ตลาดปัจจัยการผลิต factor markets (supply, demand, price)

  • กำหนดขนาดของผลผลิต/รายได้ determination ofoutput/income

    Demand side

  • กำหนดขนาดของC, I, และG

    Equilibrium

  • เป็นเรื่องของตลาดสินค้า goods market

  • มีตลาดการกู้ยืม loanablefunds market


อุปสงค์สำหรับสินค้าและบริการอุปสงค์สำหรับสินค้าและบริการ

องค์ผระกอบของ aggregate demand:

C = ความต้องการบริโภคสินค้าและบริการ

I = ความต้องการการลงทุน

G = ความต้องการใช้จ่ายของรัฐบาล

(เป็นกรณีเศรษฐกิจแบบปิด)


The loanable funds market
ตลาดการกู้ยืม อุปสงค์สำหรับสินค้าและบริการThe loanable funds market

  • เป็นแบบจำลองอย่าง่ายสำหรับระบบการเงินพื้นฐาน

  • สินทรัพย์มีเพียง: “loanable funds”

    • อุปสงค์การกู้ยืม:การลงทุน

    • อุปทานของเงิน:การออม

    • “ราคา (ต้นทุน)” ของเงิน: อัตราดอกเบี้ยแท้จริง


แนวทางการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองทางเศรษฐกิจแนวทางการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองทางเศรษฐกิจ

ตัวแปรภายใน

ตัวแปรภายนอก

แบบจำลองเศรษฐกิจ

(Economic Model)

ผลที่มีต่อการบริโภคของประชาชนโดยทั่วไป

อาทิเช่น ระดับราคา การขึ้นภาษี หรือดอกเบี้ย ฯลฯ


ความสนใจในเศรษฐศาสตร์มหภาคความสนใจในเศรษฐศาสตร์มหภาค

  • เศรษฐกิจโลก (World Economy)

  • เศรษฐกิจระดับภูมิภาค เช่น เอเชีย-แปซิฟิค (AsiaPacific Economy)

  • เศรษฐกิจระดับประเทศ (Country Economy)


ลำดับของการศึกษาความสนใจในเศรษฐศาสตร์มหภาค

  • Keynesian Economics

  • Classical Economics

  • Monetarism

  • New Classical Economics

  • Real Business Cycle Theory

  • New Keynesian Theory


แนวคิดทฤษฎีเศรษฐศาสตร์กับเศรษฐกิจประเทศไทยแนวคิดทฤษฎีเศรษฐศาสตร์กับเศรษฐกิจประเทศไทย

  • โดยทั่วไปมักนิยมใช้ทฤษฎีของ Classics และ Keynesian

  • ทั้งสองทฤษฎีมีพื้นฐานการพัฒนากรอบแนวคิดจากประเทศพัฒนาแล้ว

  • การนำมาประยุกต์ใช้จึงต้องมีความระมัดระวังกับกรณีประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย


ข้อควรระวังในการประยุกต์แนวคิดจากต่างประเทศข้อควรระวังในการประยุกต์แนวคิดจากต่างประเทศ

  • ละเลยความสำคัญของภาคต่างประเทศที่มีความสำคัญมากในประเทศกำลังพัฒนาขนาดเล็ก

  • ความสมบูรณ์ของการผลิตและตลาดแรงงานที่มีการจ้างงานเต็มที่แล้ว

  • แรงงานส่วนใหญ่ของประเทศกำลังพัฒนามักอยู่ในภาคเกษตรที่มีการว่างงานแอบแฝงและเป็นฤดูการณ์ตามสภาพการผลิตของสินค้าเกษตร ทำให้อำนาจต่อรองกับนายจ้างไม่เป็นลักษณะเดียวกับแรงงานในประเทศพัฒนาแล้ว

  • ความพร้อมของตลาดการเงินที่มีเครื่องมือทางการเงินที่เพียบพร้อมและการปรับตัวที่ชัดเจน


ตัวอย่างคำถามเศรษฐศาสตร์มหภาคตัวอย่างคำถามเศรษฐศาสตร์มหภาค

  • การขยายตัวของเศรษฐกิจ (economic Growth)

  • เสถียรภาพของเศรษฐกิจ (Economic Stability)

  • ความสัมพันธ์ผลผลิต-การว่างงาน (Output-Unemployment Relationship)

  • การเพิ่มขึ้นของระดับราคา (Increase in Price Level)

  • การเพิ่มขึ้นของการว่างงาน (Increase of Unemployment Rate)


ข้อด้อยของการใช้ ตัวอย่างคำถามเศรษฐศาสตร์มหภาคGDP

  • ไม่สามารถใช้วัดกิจกรรมนอกระบบเศรษฐกิจ (Non Economic Activities) เช่น แรงงานนอกระบบ แรงงานบ้าน การค้าขายที่ไม่ผ่านระบบตลาด เป็นต้น

  • ไม่สามารถวัดกิจกรรมใต้ดิน (Underground Economy) เช่น การค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย การพนัน เป็นต้น

  • ไม่สามารถใช้วัดสวัสดิการของประชาชน (Welfare Measure) GDP เป็นเพียงการแสดงขนาดของระบบเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้แสดงความกินดีอยู่ดีหรือคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่นการไม่วัดความสุขการพักผ่อนของประชาชน แต่วัดรายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยว


ความสัมพันธ์ ของบัญชีรายได้ประชาชาติ

GNP = GDP +/- ภาคต่างประเทศ

NNP = GNP – ค่าเสื่อม (Depreciation)

(Net NationalProduct) (สะท้อนต้นทุนในการผลิต)

NI = NNP– ภาษีทางอ้อม

(National Income) (Transfer Payment)

PI = NI – Corporate Tax + เงินโอน + เงินสมทบกองทุนฯ + ดอกเบี้ยรับ

(Personal Income)

PDI = PI – Personal Income Tax +/- เงินโอนต่างประเทศ

(Personal Disposable Income)


Real nominal
การวัดในรูปของมูลค่าแท้จริง (Real) และมูลค่าปัจจุบัน (Nominal)

  • Nominal GDP คือมูลค่า GDP ในปีปัจจุบันตามราคาตลาดที่รวมมูลค่าที่เกิดจากการเพิ่มหรือลดของสินค้าบริการที่ผลิตขึ้นในปีนั้น และยังรวมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความผันผวนของราคา

    GDP = จากการผลิต X ของราคา

  • Real GDP คือการคิดหาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการเพิ่มของปริมาณสินค้าและบริการเท่านั้น


Gdp real gdp
การหาค่า มูลแท้จริงของ GDP (Real GDP)

  • โดยการเปรียบเทียบกับปีใดปีหนึ่งที่เลือกมาเป็นปีฐาน (Base Year) เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบ ดูตัวอย่าง

    ปี Nominal Real Implicit GDP

    GDP GDP Deflator

    1979 2,566.4 4,912.1 52.2

  • 2,795.6 4,900.9 57.0

    1990 5,803.2 6,707.9 86.5

    1996 7,813.2 7,813.2 100.0

  • 8,781.5 8,508.9 103.2

    2001 10,082.2 9,215.9 109.4

    2002 10,446.2 9,439.9 110.7


Implicit gdp deflator
อะไรคือ มูลแท้จริงของ Implicit GDP Deflator

  • คือสัดส่วนระหว่าง Nominal GDP และ Real GDP

    GDP Deflator = Nominal GDP

    Real GDP

    ดังนั้น Real GDP = Nominal GDP

    GDP Deflator


คำถามทบทวนท้ายเรื่อง มูลแท้จริงของ

  • อะไรคือความหมายของ GDP, NNP, NI, PDI

  • สาเหตุอะไรที่ทำให้ NNP และ NI จึงแตกต่างกัน

  • มูลค่าแท้จริง (Real) และมูลค่าปัจจุบัน (Nominal) แตกต่างกันอย่างไร


ad