Basic life support
Download
1 / 44

Basic Life Support - PowerPoint PPT Presentation


  • 362 Views
  • Updated On :

การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support) สำหรับประชาชน. โครงการหมออ่วมช่วยชีวิต กรมแพทย์ทหารบก. วัตถุประสงค์. ทราบนิยามของการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เข้าใจการทำงานของระบบหายใจและระบบไหลเวียน ทราบความสำคัญของการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' Basic Life Support ' - rona


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
Basic life support

การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน(Basic Life Support)สำหรับประชาชน

โครงการหมออ่วมช่วยชีวิต

กรมแพทย์ทหารบก


วัตถุประสงค์การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

  • ทราบนิยามของการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

  • เข้าใจการทำงานของระบบหายใจและระบบไหลเวียน

  • ทราบความสำคัญของการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

  • ทราบขั้นตอนการปฏิบัติ และสามารถปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง

  • สามารถเข้าถึงระบบการบริการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง


ร่างกายเรามีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?ร่างกายเรามีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?

  • ออกซิเจนจากอากาศที่หายใจเข้าไป และอาหารที่กิน

  • เลือดจะเป็นตัวนำออกซิเจนและอาหารไปยังเซลต่างๆในร่างกาย โดยมีหัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ

  • ถ้าหัวใจหยุดทำงาน !!!!

  • เซลต่างๆจะหยุดทำงาน เซลที่ไวต่อการขาดออกซิเจนที่สุดคือ.....

  • สมอง

  • ดังนั้นผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้น หรือหยุดหายใจ จะหมดสติ ปลุกไม่ตื่น

  • เราจะช่วยเขาได้อย่างไร?


Factร่างกายเรามีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?

ขาดออกซิเจนแต่ยังไม่ตาย…แก้ไขได้..!!!

Fact : สมองตายแล้วแก้ไขไม่ได้..!!!


การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานคืออะไร?การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานคืออะไร?

  • การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน คือ การช่วยชีวิตในผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้น หรือหยุดหายใจ ประกอบด้วย

    • การประเมินว่าผู้ป่วยหมดสติ ปลุกไม่ตื่น

    • ให้การช่วยเหลือโดยการ

      • A: (Airway) เปิดทางเดินหายใจ

      • B: (Breathing) ประเมินการหายใจและช่วยหายใจ

      • C: (Circulation) ประเมินระบบไหลเวียนและกดหน้าอกนวดหัวใจ

    • ในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ต้องกระทำทันทีที่พบผู้ป่วย ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย


ความจำเป็นของการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานความจำเป็นของการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

  • ตั้งแต่หัวใจหยุดเต้น อัตราการรอดชีวิตจะลดลงร้อยละ ๗-๑๐ ทุกๆนาที่ที่ผ่านไป

  • การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานจะช่วยพยุงให้มีระบบไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงส่วนที่สำคัญในร่างกาย เพื่อรอความช่วยเหลือขั้นต่อไป

  • ถ้าการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อาจช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นคืนชีพได้


Cardio pulmonary arrest
Cardio-Pulmonary Arrestความจำเป็นของการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

HEART

LUNG

STOP

  • โรคหัวใจ

  • ไฟฟ้าช็อต

  • จมน้ำ = ขาดอากาศ

  • โรคสมอง

  • แพ้ยา / แพ้แมลง

  • บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ

  • เจ็บป่วยอาการหนัก


ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต

  • ห่วงโซ่แห่งการรอดชีวิต ถ้าสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนทั้งหมดอย่าง

    ต่อเนื่องได้ภายในครึ่งชั่วโมง โอกาสรอดชีวิตจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๓๐

  • ประกอบด้วย

    • การประเมินและขอความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

    • การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานอย่างรวดเร็ว

    • การกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว

    • การช่วยชีวิตขั้นสูงอย่างรวดเร็ว


การขอความช่วยเหลือในระบบบริการแพทย์ฉุกเฉินการขอความช่วยเหลือในระบบบริการแพทย์ฉุกเฉิน

  • หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน คือ๑๖๖๙

  • เมื่อโทร.ขอความช่วยเหลือ

    ตั้งสติให้ดี

    เมื่อเจ้าหน้าที่รับสาย ให้แจ้งเหตุช้าๆและชัดเจน รอให้เจ้าหน้าที่สอบถามรายละเอียด

  • เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รายละเอียดแล้ว แจ้งว่าจะส่งรถพยาบาลมารับ รอให้เจ้าหน้าที่วางสายก่อน จึงค่อยวางสาย เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลครบถ้วน


เมื่อพบผู้ป่วยหมดสติ ท่านควรทำอย่างไร?

  • ประเมินสถานการณ์ และความปลอดภัยในที่เกิดเหตุ

  • ประเมินการรู้สติของผู้ป่วยโดยการจับไหล่ เขย่าตัว เรียกปลุกดังๆ


การจัดท่าที่เหมาะกับการช่วยชีวิตการจัดท่าที่เหมาะกับการช่วยชีวิต

  • จัดให้ผู้ป่วยนอนหงาย บนพื้นที่แข็งพอสมควร

  • ในผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ต้องระวังเรื่องการบาดเจ็บของกระดูกสันหลังส่วนคอ ควรประคองศีรษะและคอให้ดี


A airway
การประเมินและการเปิดทางเดินหายใจการประเมินและการเปิดทางเดินหายใจA: Airway

  • ในผู้ที่หมดสติ กล้ามเนื้อลิ้นจะอ่อนแรง ทำให้ลิ้นตกไปปิดทางเดินหายใจธีแก้ไข ทำได้โดยการดันหน้าผากให้ศีรษะเงยไปข้างหลัง เชยคางขึ้น ลิ้นที่ติดอยู่กับกระดูกกรามจะถูกยกขึ้น ทางเดินหายใจเปิดโล่ง


A : Airwayการประเมินและการเปิดทางเดินหายใจ

  • กดหน้าผาก

  • เชยคาง


B breathing
การประเมินการหายใจและการช่วยหายใจการประเมินการหายใจและการช่วยหายใจB: Breathing

  • เมื่อเปิดทางเดินหายใจแล้ว ให้ประเมินว่าผู้ป่วยหายใจหรือไม่โดย การมองดูว่าหน้าอกขยับตามจังหวะการหายใจ, ฟังเสียงลมหายใจ, รับสัมผัสลมหายใจ

  • ใช้เวลาประเมินประมาณ ๕ วินาที เพื่อสังเกตว่าผู้ป่วยหายใจได้ปกติหรือไม่

  • ถ้าผู้ป่วยหายใจได้ปกติ ให้จัดผู้ป่วยนอนท่าพักฟื้น เพื่อให้ทางเดินหายใจเปิดตลอดเวลา


B breathing1
B-Breathing การประเมินการหายใจและการช่วยหายใจ

ประเมินอาการ

Look ตาดู

Listen หูฟัง

Feel แก้มรับสัมผัส

กรณีที่บาดเจ็บระวังคอหัก !!!


Recovery position
การจัดท่าพักฟื้นการประเมินการหายใจและการช่วยหายใจRecovery Position


การช่วยหายใจ ในกรณีผู้ป่วยหยุดหายใจ

จโดยการเป่าปาก

  • หายใจเข้าปกติ เลื่อนนิ้วมือที่ดันหน้าผากมาบีบจมูกผู้ป่วยให้ปิดสนิท ประกบปากเข้ากับปากผู้ป่วยให้สนิท แล้วเป่าลมเข้าไป ใช้เวลา ๑-๒ วินาที คอยมองดูว่าถ้าหน้าอกผู้ป่วยขยายยกขึ้นตามลมหายใจที่เป่าเข้าไป ก็พอเพียงแล้ว

  • ถอนปากออก ปล่อยให้ลมหายใจออกตามปกติ แล้วประกบปากเป่าอีกครั้งหนึ่ง


ถ้าเป่าครั้งแรก แล้วเป่าไม่เข้า

  • ให้จัดเปิดทางเดินหายใจใหม่ แล้วลองเป่าอีกครั้ง

  • ถ้ายังเป่าไม่เข้าแสดงว่าอาจมีสิ่งแปลกปลอมอุดทางเดินหายใจ

    ให้เปิดปากและจัดการนำสิ่งแปลกปลอมออกจากปาก

  • อย่าเป่าลมเข้ามากเกินไป อาจมีอันตรายต่อผู้ป่วยได้


Basic life support1

เป่าไม่เข้า? ดูในปาก-คออีกที

ถ้าโล่งดีให้จัดท่าใหม่ ประกบปากให้สนิท

BASIC LIFE SUPPORT

B

Breathing

หน้าอกขยับขึ้น-ลง

มีลมหายใจออก


C circulation
C Circulation ดูในปาก-คออีกที

ประเมินอาการหลังช่วยหายใจ

  • Breathing มีการหายใจ

  • Coughไอ,สำลัก

  • Movement ขยับตัว เคลื่อนไหว


C circulation1
C ดูในปาก-คออีกที Circulation

ไม่หายใจ

ไม่ขยับ

ไม่มีอะไรเลย

!!!

Pump …


ถ้าไม่มีชีพจร เริ่มกดหน้าอก นวดหัวใจ

  • กดที่ตำแหน่ง ครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก

  • วัดหาตำแหน่งกด โดยใช้ระยะ ๒ นิ้วมือจากลิ้นปี่ วางมือต่อจากนิ้วที่วัด

  • ประกบมือซ้อนกัน กระดกปลายนิ้วขึ้น อย่าวางนิ้วมือแนบไปกับหน้าอก

  • เหยียดแขนตึง บีบศอกเข้าหากัน


ท่าที่เหมาะสมในการกดหน้าอก นวดหัวใจ

  • ทิ้งน้ำหนักตัวผ่านแขนลงมาตรงๆ ตั้งฉากกับลำตัวผู้ป่วย ให้หน้าอกยุบตามต้องการ


การกดหน้าอกที่ถูกต้องการกดหน้าอกที่ถูกต้อง

กดแรงและเร็ว


การกดหน้าอกที่ถูกต้องการกดหน้าอกที่ถูกต้อง

ปล่อยให้หน้าอกกลับสู่ปกติ แล้วค่อยกดซ้ำอีกครั้ง


การกดหน้าอกและการช่วยหายใจการกดหน้าอกและการช่วยหายใจ

  • กด ๓๐ ครั้ง

  • กดลึก ๑ ๑/๒ – ๒ นิ้ว หรือให้หน้าอกยุบลงประมาณ ๑/๒ – ๑/๓ ของขนาดรอบอก

  • กดในอัตราความเร็ว ๑๐๐ ครั้ง/นาที

  • อัตราส่วนการกดหน้าอก : การเป่าปาก = ๓๐ : ๒ นับเป็นหนึ่งรอบ

  • ประเมินซ้ำเมื่อครบ ๕ รอบ (ทุก ๒-๓ นาที)

  • ทำไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวหรือได้รับความช่วยเหลือ


กดอก การกดหน้าอกและการช่วยหายใจ30 ครั้ง

เป่าช้าๆ 2 ครั้ง

อกขยับขึ้น

เรียกคนมาช่วย

เมื่อครบ 5 รอบ


เป่าช้าๆการกดหน้าอกและการช่วยหายใจ

2 ครั้ง/รอบ

กด 30ครั้ง/รอบ

1-2-3-4-5-6 7-8-9-10 . . . 30

ครบ 5 รอบแล้ว

ดูอาการผมอีกครั้ง


สรุปขั้นตอนการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานสรุปขั้นตอนการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

  • ประเมินความปลอดภัยในที่เกิดเหตุ

  • ประเมินการรู้สติของผู้ป่วยโดยการเขย่าตัว และเรียกปลุกดังๆ

  • ถ้าผู้ป่วยไม่รู้สติ เรียกขอความช่วยเหลือ

  • เปิดทางเดินหายใจ โดยการเงยศีรษะ-เชยคาง

  • ประเมินการหายใจ โดยการดู ฟัง รับสัมผัส

  • ถ้าผู้ป่วยหายใจ จัดผู้ป่วยนอนในท่าพักฟื้น

  • ถ้าผู้ป่วยไม่หายใจ ช่วยหายใจโดยการเป่าปาก ๒ ครั้ง

  • กดหน้าอกที่กลางหน้าอก เหนือลิ้นปี่ ๒ นิ้วมือ กดลึก ๑.๕-๒ นิ้ว กดทั้งหมด ๓๐ ครั้ง แล้วเป่า ๒ ครั้ง นับเป็น ๑ รอบ

  • ทำซ้ำทั้งหมด ๕ รอบ แล้วประเมินผู้ป่วยอีกครั้ง ถ้ายังไม่รู้สติให้ทำต่อไป จนกว่าจะได้รับความช่วยเหลือ


การช่วยชีวิตโดยผู้ช่วยเหลือ ๒ คน

  • ได้ประสิทธิภาพมากกว่า, เหนื่อยน้อยกว่า

  • แบ่งหน้าที่ กดหน้าอกนวดหัวใจ และเป่าปากช่วยหายใจ

  • อัตราส่วนการกดหน้าอก : การเป่าปาก = ๓๐ : ๒



การช่วยชีวิตโดยผู้ช่วยเหลือ ๒ คน

  • สลับเปลี่ยนหน้าที่กันได้

  • ควรสลับเปลี่ยนหน้าที่กัน ทุก ๕ รอบ ( ๒-๓ นาที)

  • การสลับตำแหน่งควรทำให้เสร็จภายใน ๕ วินาที


เด็กโต ๒ คน



ทางเดินหายใจถูกอุดกั้นจากการสำลักทางเดินหายใจถูกอุดกั้นจากการสำลัก

สาเหตุ

  • อาหาร

  • ฟันปลอม

  • เมาสุรา อาเจียน

  • ของเล่น

  • อื่นๆ


อาการ และการช่วยเหลือเมื่อสำลัก

  • ถ้าสำลัก ผู้ป่วยยังหายใจได้พอ จะพยายามไอ หรือ ขาก เอาสิ่งแปลกปลอมออกมาเอง ไม่ต้องให้ความช่วยเหลือ

  • ถ้าสำลักแล้วหายใจได้น้อย จะมีอาการหายใจเสียงดังหวีด หน้าเขียว กลุ่มนี้ต้องให้ความช่วยเหลือ

  • ถ้าสำลักแล้วหายใจไม่ได้ ผู้ป่วยจะมีอาการพูดไม่ได้ หน้าเขียว เอามือกุมคอ กลุ่มนี้ต้องให้ความช่วยเหลือ


การช่วยเหลือเมื่อสำลักการช่วยเหลือเมื่อสำลัก

  • ถามยืนยันว่าผู้ป่วยสำลัก และบอกว่าจะทำการช่วยเหลือ

  • ยืนอยู่หลังผู้ป่วย สอดมือทั้งสองโอบรอบลำตัวผู้ป่วย กำมือข้างหนึ่งวางไว้ที่ตำแหน่ง

    กึ่งกลางระหว่างสะดือและลิ้นปี่ เอามืออีกข้างรองไว้

  • ดึงรัดมือทั้งสองข้างเข้าหาตัว ในทิศทางเฉียงขึ้นจากช่องท้องไปช่องอก ๔-๕ ครั้ง

  • การรัด กระแทก จะทำให้เกิดแรงดันในช่องท้องและช่องอก ดันให้สิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่เลื่อน

    ออกมาจนผู้ป่วยสามารถสำรอกสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมาได้


การช่วยเหลือกรณีเด็กสำลักการช่วยเหลือกรณีเด็กสำลัก

เด็กเล็ก (แรกเกิด-๑ ปี)

เด็กโต (๑-๘ ปี)


สรุปการช่วยเหลือกรณีเด็กสำลัก

  • ความหมายของการช่วยชีวิต

  • ความสำคัญของการช่วยชีวิต

  • การขอความช่วยเหลือจากระบบบริการแพทย์ฉุกเฉิน

  • ขั้นตอนการปฏิบัติการช่วยชีวิต

  • การช่วยเหลือกรณีผู้ป่วยสำลักสิ่งแปลกปลอม


Take home
Take Homeการช่วยเหลือกรณีเด็กสำลัก

1.Early Assess ประเมินให้ไว

2.Early CPR ภายใน 4 นาที

3.ABC จำแม่น A B C

A-Airway ทางเดินหายใจคล่อง

ส่องดูในปาก

B-Breathing ช่วยหายใจไม่ยาก

C-Circulation กดหน้าอก


คำถามการช่วยเหลือกรณีเด็กสำลัก

?


ad