1 / 31

หลักการตลาด

หลักการตลาด. ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 255 6 อาจารย์ผู้สอน ดร. พิศมร กิเลนทอง ห้องพัก : อาคาร 21 ชั้น 7 (21720) โทรศัพท์ 02-697-664 8 Email: pitsamornk@riped.utcc.ac.th pitsamorn@gmail.com เวลาเข้าพบ วันศุกร์เช้า (ไม่ใช่ Office Hours โปรดนัดล่วงหน้าผ่านอีเมล์). หลักการตลาด.

rhonda-cook
Download Presentation

หลักการตลาด

An Image/Link below is provided (as is) to download presentation Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author. Content is provided to you AS IS for your information and personal use only. Download presentation by click this link. While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server. During download, if you can't get a presentation, the file might be deleted by the publisher.

E N D

Presentation Transcript


  1. หลักการตลาด • ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2556 • อาจารย์ผู้สอน ดร. พิศมร กิเลนทอง • ห้องพัก : อาคาร 21 ชั้น 7 (21720) • โทรศัพท์ 02-697-6648 • Email: pitsamornk@riped.utcc.ac.th pitsamorn@gmail.com • เวลาเข้าพบ วันศุกร์เช้า (ไม่ใช่ Office Hours โปรดนัดล่วงหน้าผ่านอีเมล์)

  2. หลักการตลาด บทที่ 1โลกของการตลาด สาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

  3. วัตถุประสงค์_1 • รู้จักว่าใครคือนักการตลาด พวกเขาทำงานที่ไหน และเข้าใจในหน้าที่ของการตลาดในธุรกิจ • ให้คำนิยามการตลาดคืออะไร และทำอย่างไรในการมอบคุณค่าให้แก่ทุกคนที่เกี่ยวข้องในกระบวนการการตลาด • อภิปรายขอบเขตของสินค้าและบริการที่นำเสนอในตลาด

  4. วัตถุประสงค์ _2 • เข้าใจถึงคุณค่า (Value) จากทัศนะของ ลูกค้า ผู้ผลิต และ สังคม • เข้าใจถึงพื้นฐานของการวางแผนการตลาด และ เครื่องมือของส่วนประสมการตลาด (Marketing mix) ที่นำไปใช้ในกระบวนการทางการตลาด (Marketing process) • อธิบายถึงวิวัฒนาการความคิดทางการตลาดได้

  5. การตลาด หมายถึง งานส่วนหนึ่งขององค์กรที่ครอบคลุมกิจกรรมต่างๆใน • กระบวนการพัฒนาสื่อสารและส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้า และ • กระบวนการในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ขององค์กร

  6. การตลาด: การตอบสนองความต้องการ ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จใช้แนวคิดการตลาด(Marketing Concept) โดยการหาความต้องการของผู้บริโภคและนำเสนอสินค้าที่เขาต้องการและพึงพอใจ

  7. ความต้องการ(Need) หมายถึง ความแตกต่างที่เกิดระหว่างสภาวะที่เป็นอยู่กับสภาวะในอุดมคติ • ความต้องการทางด้านกายภาพ (Physical needs) เช่นความต้องการปัจจัยสี่ • ความต้องการทางด้านจิตวิทยา (Psychological needs) เช่นความต้องการเป็นที่ยอมรับของสังคม ความต้องการมีภาพลักษณ์เฉพาะตัว

  8. ความแตกต่างระหว่างความต้องการและความอยาก • ความต้องการ (needs) หมายถึง ความแตกต่างที่เกิดระหว่าง สภาวะที่เป็นอยู่กับสภาวะในอุดมคติ • ความอยาก (wants) หมายถึง ความปรารถนาในสินค้าเฉพาะอย่างหนึ่งๆที่สามารถใช้ตอบสนองต่อความต้องการ • ความอยากจะได้รับอิทธิพลจากสังคมและวัฒนธรรม

  9. ผลประโยชน์ อุปสงค์ และตลาด • ความต้องการที่มีพร้อมด้วยความสามารถในการซื้อ เรียกว่า อุปสงค์(Demand) • ผลิตภัณฑ์จะส่งมอบผลประโยชน์ (Benefit) เมื่อผลิตภัณฑ์สามารถตอบสนองความต้องการ • ตลาด (Market) คือกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการในสินค้า และมีอำนาจ ความสามารถ และความตั้งใจในการซื้อ • ท้องตลาด(Marketplace) สถานที่ที่ใช้ในการซื้อขายสินค้า

  10. การตลาด: การสร้างคุณประโยชน์ • คุณประโยชน์ด้านรูปแบบ (Form utility) • คุณประโยชน์ด้านสถานที่ (Place utility) • คุณประโยชน์ด้านเวลา (Time utility) • คุณประโยชน์ด้านการครอบครอง (Possession utility)

  11. คุณประโยชน์ด้านรูปแบบ (Form utility) แปรรูปวัตถุดิบเป็นสินค้าสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน • คุณประโยชน์ด้านสถานที่ (Place utility) ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้าจากแหล่งผลิตภัณท์มายังที่ที่ลูกค้าต้องการใช้สินค้า • คุณประโยชน์ด้านเวลา (Time utility) ทำให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าในเวลาที่ต้องการ • คุณประโยชน์ด้านการครอบครอง (Possession utility) ทำให้ผู้ซื้อสามารถครอบครอง ใช้ และได้รับความพอใจจากสินค้าที่เราไม่มีความสามารถในการทำขึ้นมาด้วยตัวเอง

  12. การตลาด: การแลกเปลี่ยน • การแลกเปลี่ยน = หัวใจของการตลาด • การแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อได้รับบางสิ่งและยอมเสียบางสิ่งเป็นการตอบแทน • การแลกเปลี่ยนต้องเป็นธรรม (Fair) และไม่เกิดจากการบังคับ ขู่เข็ญ

  13. ขอบเขตของการตลาด: เราใช้การตลาดกับอะไรได้บ้าง • สินค้าและบริการเพื่อผู้บริโภค (Consumer Goods and Services) สินค้า=ผลิตภัณฑ์ที่มีตัวตน จับต้องได้ ที่ผู้บริโภคใช้เป็นการส่วนตัวหรือในครอบครัว บริการ=ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีตัวตน ซื้อใช้ได้แต่เป็นเจ้าของไม่ได้ • สินค้าและบริการเพื่อองค์กรธุรกิจ (Business-to-Business Goods and Services) สินค้าและบริการขององค์กรหนึ่งเพื่ออีกองค์กรหนึ่ง สินค้าที่ซื้อโดยองค์กรเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิต หรือในการดำเนินธุรกิจทั่วไป

  14. เราใช้การตลาดกับอะไรได้บ้างเราใช้การตลาดกับอะไรได้บ้าง • การตลาดเพื่อองค์กรไม่แสวงกำไร (Not-for-Profit Organizations) วัด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ หน่วยงานของรัฐ • การตลาดเพื่อความคิด สถานที่และ บุคคล การตลาดเพื่อให้ประชาชนสนับสนุนแนวคิดหรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอยู่เสมอๆ พรรคการเมือง สถานที่ท่องเที่ยว ดารา นักร้อง นักกีฬา

  15. การตลาด:การส่งมอบคุณค่าการตลาด:การส่งมอบคุณค่า • คุณค่า คือ ผลประโยชน์รวมที่ลูกค้าได้รับจากการซื้อผลิตภัณฑ์ • การประเมิน “คุณค่า” ขึ้นกับ ผู้ประเมิน • นักการตลาดต้องสร้างข้อเสนอทางด้านคุณค่า (Value Proposition) ที่น่าสนใจ

  16. ข้อเสนอทางด้านคุณค่า (Value Proposition) • การจะนำเสนอคุณค่าที่น่าสนใจได้นั้นนักการตลาดจะต้อง • เข้าใจถึงแนวคิดการตัดสินใจด้านการตลาดอย่างมีคุณค่า • เข้าใจถึงความต้องการและคุณค่าที่ผู้บริโภคต้องการ • สร้างสรรค์ข้อเสนอทางด้านคุณค่า • สื่อสารข้อเสนอทางด้านคุณค่า • จัดส่งข้อเสนอทางด้านคุณค่า

  17. นำเสนอคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนำเสนอคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย • คุณค่าจากมุมมองของผู้ซื้อ • ลูกค้าประเมินคุณค่าจากการเปรียบเทียบสัดส่วนค่าใช้จ่ายกับประโยชน์ของสินค้า • คุณค่าจากมุมมองของผู้ขาย • การติดต่อธุรกิจกับลูกค้าสร้างผลตอบแทนให้กับองค์กร พนักงานและผู้ถือหุ้นอย่างไร

  18. ต้องทำให้ผู้ซื้อเชื่อว่าจะได้รับคุณค่าจากสินค้าของผู้ขายมากกว่าจากสินค้าของคู่แข่งต้องทำให้ผู้ซื้อเชื่อว่าจะได้รับคุณค่าจากสินค้าของผู้ขายมากกว่าจากสินค้าของคู่แข่ง • คุณค่าจากความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage) เป็นผลมาจากการค้นหาความสามารถเฉพาะตัวและแปลงให้เป็นผลประโยชน์ที่แตกต่างได้ • ความสามารถเฉพาะตัว(Distinctive Competency) ความสามารถขององค์กรที่มีอยู่เหนือคู่แข่งขัน • ผลประโยชน์ที่แตกต่าง(Differential Benefit) การแปลงความสามารถเฉพาะตัวให้กลายเป็นผลประโยชน์ที่แตกต่าง

  19. สายโซ่แห่งคุณค่า (Value Chain) • กิจกรรมหลายอย่างที่องค์กรต้องทำส่งต่อกันเป็นลูกโซ่ เพื่อให้สามารถส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ • กิจกรรมเหล่านี้ครอบคลุมถึง การออกแบบ การผลิต การตลาดและการขาย การขนส่ง และการสนับสนุนภายหลังการขาย • คุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับขึ้นอยู่กับว่า ธุรกิจสามารถทำงานในแต่ละส่วนได้ดีเพียงใด

  20. กิจกรรมในสายโซ่แห่งคุณค่ากิจกรรมในสายโซ่แห่งคุณค่า • การลำเลียงเข้า(Inbound logistics): จัดหาวัตถุดิบ • การผลิต(Operations): การแปรรูปวัตถุดิบ • การลำเลียงออก(Outbound logistics): การขนส่ง, warehousing • การตลาดและการขาย(Marketing and sales): การส่งมอบสินค้า • การบริการ(Service): การบริการหลังการขาย • บริษัทสามารถเพิ่มคุณค่าได้โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ถูกต้องรวดเร็วยิ่งขึ้น หรือเลือกคู่ค้าธุรกิจมาทำงานร่วมกัน

  21. กระบวนการของการตลาด (Marketing Process) • การวางแผนการตลาด (Marketing planning) • ตัวอย่างคำถาม • อะไร คือผลประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าของเรามองหาในอีก 3-5 ปี • อะไร คือ ความสามารถของเราในการแข่งขันในส่วนนั้น • ใครคือกลุ่มลูกค้าใหม่ของเราที่อาจจะมีความสำคัญในอนาคต • มีข้อกฎหมายอะไรที่อาจจะกระทบต่อธุรกิจของเราในอนาคต

  22. ส่วนที่ 1 : กลุ่มเป้าหมาย (Target Markets) • การตลาดมวลชน (Mass Market)เป็นการเข้าถึงลูกค้าทุกรายให้ได้มากที่สุดโดยไม่สนใจความแตกต่างของความต้องการของลูกค้าแต่ละราย • ใช้ผลิตภัณฑ์พื้นฐานและใช้เพียงกลยุทธ์เดียวในการเข้าถึงลูกค้าแต่ละราย • ส่วนตลาด (Market Segments) - กลุ่มของลูกค้าที่อยู่ในตลาดใหญ่และเป็นกลุ่มคนที่มีความต้องการคล้ายคลึงกันภายในกลุ่มแต่เป็นส่วนที่แตกต่างไปจากความต้องการของลูกค้าคนอื่นๆนอกกลุ่ม • กลุ่มเป้าหมาย (Target Market) - ส่วนตลาดที่ธุรกิจได้เลือกขึ้นมาเป็นเป้าหมายในการทำการตลาด

  23. ส่วนที่ 2 : ตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ (Positioning the Product) • วางแผนว่าจะทำอย่างไรให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีผลประโยชน์แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง ซึ่งก็หมายถึงการค้นหา ตำแหน่งทางการตลาด (Market Position) นั่นเอง • ตำแหน่งทางการตลาดระหว่างรถยนต์ Volvo กับ BMW ต่างกันอย่างไร? • Volvo for life vs. BMW:The Ultimate Driving Machine

  24. ส่วนที่ 3 : ส่วนประสมทางการตลาด (The Marketing Mix) • Marketing mix = Marketing toolsเครื่องมือทางการตลาดที่นักการตลาดใช้เพื่อให้ได้รับการตอบสนองที่ต้องการจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย • The 4Ps • ผลิตภัณฑ์ (Product) สินค้า บริการ สถานที่ บุคคล • ราคา (Price) มูลค่าหรือจำนวนเงินที่ผู้บริโภคต้องใช้ในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์มาครอบครอง

  25. ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place/Distribution) กลุ่มของบริษัทที่มาทำงานร่วมกันเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ส่งถึงมือผู้บริโภค • การส่งเสริมการตลาด (Promotion) การประสานงานในส่วนของการสื่อสารทางการตลาดเพื่อเข้าไปมี อิทธิพลต่อทัศนคติหรือพฤติกรรมของลูกค้า ทั้งสี่ส่วนนี้ทำงานร่วมกัน เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งไม่เพียงพอจะทำให้นักการตลาดบรรลุเป้าหมายได้

  26. พัฒนาการของแนวคิดทางการตลาดพัฒนาการของแนวคิดทางการตลาด • ยุคการผลิต (Production Era) • ยุคการขาย (Selling Era) • ยุคผู้บริโภค (Consumer Orientation) • ยุคการตลาดใหม่ (New Era Orientation)

  27. ยุคการผลิต (Production Era) • ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนสินค้า ทำให้สินค้าราคาถูกลง ประชาชนจำนวนมากหาซื้อใช้ ทำให้เกิดการประหยัดต้นทุน • ใช้แนวทางการจัดการที่เน้นการผลิต • มองว่าลูกค้าไม่แตกต่างกัน • การตลาดมีบทบาทน้อย

  28. ยุคการขาย (Selling Era) • เริ่มต้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง • มีผู้ผลิตจำนวนมาก และมีความสามารถในการผลิตสูง สินค้ามีปริมาณมากกว่าปริมาณความต้องการ • การตลาด = การขาย เพื่อกำจัดสินค้าคงคลัง • ใช้การขายเชิงรุก (hard sell)

  29. ยุคผู้บริโภค (Consumer Orientation) • เน้นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค • การตลาดมีบทบาทมากขึ้น ในการทำวิจัย ช่วยปรับปรุงสินค้า ช่วยส่งข่าวสารทางการตลาด • มีการนำ Total Quality Management มาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพของสินค้า

  30. ยุคการตลาดใหม่ (New Era Orientation) • การปรับปรุงคุณภาพสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในระยะยาว (Customer relationship management) ติดตามความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง • ความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับส่วนแบ่งของความสนใจ (Share of mind) มากกว่าส่วนแบ่งการตลาด (Share of market) • การมุ่งเน้นประโยชน์ต่อสังคม (Social benefits) • การมุ่งเน้นความสามารถที่วัดผลได้ • กระดานคะแนน (Scorecard): สินค้าหรือตราสินค้าแต่ละตัวทำอะไรบ้างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่างๆขององค์กร END

  31. คำถาม • 1.ชื่อ • 2.ชื่อเล่น • 3.เหตุผลที่เลือกเรียนสาขาที่เรียนอยู่ • 4.สินค้า 3 แบรนด์ที่นึกออก • 5.โฆษณาที่ชอบที่สุดในปัจจุบัน • 6.เช็คอีเมล์ทุกวันหรือไม่ • 7.เว็ปไซต์ที่เข้าบ่อย (ไทย/ต่างประเทศ) • 8.ถ้าคิดว่าตนเองเป็นสินค้า จุดขายของคุณคืออะไร

More Related