เรื่อง  Lymphokine
Download
1 / 22

เรื่อง Lymphokine นาย อับดุลฮาฟิซ มะเร๊ะ รหัส 404741028 - PowerPoint PPT Presentation


  • 153 Views
  • Uploaded on

เรื่อง Lymphokine นาย อับดุลฮาฟิซ มะเร๊ะ รหัส 404741028 โปรแกรม วิทยาศาตร์และ เทคโนโลยีการอาหาร. Adoptive Cellular Immunotherapy

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' เรื่อง Lymphokine นาย อับดุลฮาฟิซ มะเร๊ะ รหัส 404741028' - reuben


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

เรื่อง Lymphokine

นาย อับดุลฮาฟิซ มะเร๊ะ

รหัส 404741028

โปรแกรม วิทยาศาตร์และ

เทคโนโลยีการอาหาร


Adoptive Cellular Immunotherapy

หมายถึงการนำเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งที่นำมาเพาะเลี้ยงในหลอดทดลองฉีดกลับเข้าไปในผู้ป่วย ที่เป็นมะเร็ง มีการทดลองใช้ในคนอยู่ 2 แบบคือ 1. Lymphokine-Activated Killer (LAK) Cell Therapy ทำโดยการเพาะเลี้ยง LAK cells ในหลอดทดลอง วิธีการคือนำเซลล์เม็ดเลือดขาวจากเลือดผู้ป่วยมะเร็งมาเพาะเลี้ยงและใส่ IL-2 ลงไปกระตุ้น แล้วฉีดกลับเข้าไปในผู้ป่วยซึ่งคาดว่าเป็น NK cell ในการทดลองในคนมักใช้ผู้ป่วยมะเร็งที่อยุ่ในระยะสุดท้ายที่มีการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ผลการรักษายังไม่มีการประเมิน 2. Tumor-infilirating lymphocytes therapy มีการนำ Mononuclear cells จากรอบๆ ก้อนมะเร็งที่ผ่าตัดออกมานำมากระตุ้นให้เป็น LAK cellsซึ่งจะมีความสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะ TILs จะมีเซลล์พวก NK และ CTLs ซึ่งฆ่าเซลล์ได้โดยไม่จำเพาะ ถ้านำมากระตุ้นด้วย IL-2 ปริมาณสูงขณะนี้กำลังทดลองใช้ในผู้ป่วยมะเร็งอยู่


  • ปัจจุบันมีการนำ cytokine มาทดลองใช้มากขึ้นเนื่องจากสามารถผลิตได้บริสุทธิ์จากวิธีพันธุวิศวกรรม การใช้ cytokine สามารถเลือกกระตุ้นความสามารถของภูมิคุ้มกันผ่านเซลล์ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือมากกว่าได้ cytokine ที่มีการทดลองใช้รักษามะเร็งคือ 1. Interleukin-2 (IL-2) มีการใช้เดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกับ Adoptive Cellular jImmunotherapy การรักษาได้ผล 20-40% ในผู้ป่วยมะเร็ง Melanoma และมะเร็งที่ไต IL-2 ช่วยกระตุ้น NK cells และ/หรือ CTLsทำให้เกิด LAK cell ในขณะนี้ผลข้างเครียงที่พบคือไข้ ปอดบวม และช็อคบ่อยๆ ซึ่งอาจเกิดจาก IL-2 ไปออกฤทธิ์กับ Lymphocytes อื่นทำให้มีการสร้าง TNF, IFN-a และ Lymphotoxin ในขณะนี้มีความคิดที่จะใช้ IL-4 ซึ่งสามารถกระตุ้น CTLs ได้เช่นเดียวกันและมีผลข้างเคียงน้อยกว่า 2. TNF มีการทดลองใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่เป็นมากๆ พบว่ามีผลข้างเคียงสูงมากแม้ว่าจะได้ผลดีในการฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง


  • 3. Alpha-interferon (IFN-a) ซึ่งเป็น TYPEI Interferon สร้างจากเม็ดเลือดขาว มีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์เพิ่มการ expression ของ class I MHC มีการนำมาทดลองใช้กับผู้ป่วยกันมากซึ่งพบว่า ได้ผล 10-15% ในมะเร็งไต, Melanona, Kaposi sarcoma ได้ผล 45%-50% ในมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ได้ผล 80-90% ใน Hairy cell leukemia 4. IFN-beta มีการทดลองใช้ในมะเร็งเม็ดเลือดและมะเร็งหลายชนิดแต่พบว่าได้ผลน้อย การใช้ IFN-beta คาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้น NK cell และ Macrophage 5. Hematopoietic growth factors มีการทดลองใช้ GM-CSF (Granulocyte-Macrophage Colony Stimulating Factor) และ G-CSF (Granulocyte colony stimulating Factor) ในการรักษามะเร็งในช่วงที่ผู้ป่วยมะเร็งมีเม็ดเลือดขาวต่ำมากๆ ภายหลังการปลูกถ่ายไขกระดูก ในปัจจุบันมีการทดลอง Transfect เซลล์มะเร็งในหลอดทดลองด้วย Cytokine Genes และฉีดเซลล์กลับเข้าในสัตว์ทดลอวที่เป็นมะเร็งอยู่ พบว่ามีการสร้าง cytokine ปริมาณมากในบริเวณก้อนมะเร็งเป็นผลให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลง cytokine gene ที่มีการทดลองแบบนี้ได้แก่ IL-2, IL-4 และ IFN-a genes สำหรับในคนยังไม่มีการทดลองเช่นนี้


  • ในเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ ระบบภูมิคุ้มกัน (The immune system) ของร่างกาย อิมมูโนวิทยา (Immunology) วิชาที่ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (immune response) ในที่นี้เป็นแผ่นใสที่ใช้สอน สำหรับรายละเอียดจะทำเพิ่มเติมภายหลัง แต่มีหัวข้อคล้ายกันนี้อยู่ในวิชาวิทยาไวรัส 419424

  • แอนติเจน (antigen, Ag) คือสิ่งแปลกปลอมซึ่ง 1. มีความสามารถ กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (immunogenicity) เรียกว่าเป็น immunogen 2. สามารถทำปฏิกิริยากับภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นแบบจำเพาะ คือทำปฎิกริยากับ antibody หรือ T-lymphocyte ได้เรียกว่ามี antigenicity


  • คุณสมบัติของสารที่เป็นแอนติเจน 1. มีความแปลกปลอม (foreigness) 2. มีลักษณะโครงสร้าง คุณสมบัติทางชีวเคมีที่จำเพาะแตกต่างกันไป เช่นประจุไฟฟ้า คุณสมบัติการละลาย โครงสร้างโมเลกุล โดยทั่วไปสารที่เป็นแอนติเจนได้ดีมากคือ โปรตีน รองลงมาคือพวก โพลีแซคคาไรด์ ไขมัน และกรดนิวคลิกอิค ตามลำดับ 3. มีขนาด (size) ที่ใหญ่พอสมควร สารที่มีขนาดใหญ่เป็นแอนติเจนที่ดีกว่าสารขนาดเล็ก สารที่มีขนาดเล็กเช่นยาเพนนิซิลิน เรียกว่า Hapten ไม่เป็น immunogen ต้องรวมตัวกับโปรตีนอื่นเรียกว่า carrier protein จึงจะกระตุ้นร่างกายได้

    ANTIGENIC DETERMINANTS (EPITOPE)คือหน่วยย่อยบนผิวของแอนติเจนที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีหรือกระตุ้น T- lymphocyte ที่จำเพาะต่อตำแหน่งนั้นๆ เช่นโปรตีนมีหน่วยย่อยเป็นกรดอะมิโนที่เรียงลำดับต่างกัน ดังนั้นบนแอนติเจน 1 โมเลกุลจะมี antigenic determinant มากมาย


  • เซลล์ที่สร้างเม็ดเลือดล้วนแล้วแต่มีต้นกำเนิดมาจากเซลล์ตั้งต้นที่เรียกว่า pluripotential stem cells สำหรับเซลล์เม็ดเลือดขาวจะเจริญแบ่งออกเป็น 3 สายคือ 1. lymphoid lineage 2. myeloid lineage 3. Third population cells lymphoid lineage จะเจริญเป็น lymphocyte ซึ่งจะพัฒนาต่อเป็น T-lymphocyte และ B-lymphocyte myeloid lineage จะเจริญเป็น PMN (polymorphonuclear cells) , monocyte และ macrophage Third population cells จะเจริญเป็น natural killer cell (NK cell) และ Killer cell (K cell) RETICULO ENDOTHELIAL SYSTEM (RE SYSTEM)

  • เป็นโครงข่าย (network) ของเซลล์ในอวัยวะต่างๆที่ทำหน้าที่จับกิน (phagocytosis) สิ่งที่เป็นแอนติเจน จะพบใน เลือด ตับ ม้าม ไต ไขกระดูก ต่อมน้ำเหลือง ปอด สมอง ต่อมไทมัส .


  • ระบบน้ำเหลือง ประกอบด้วย lymphocyte, endothelial cells และเซลล์ในอวัยวะต่างๆเช่น ม้าม ต่อมไทมัส อาจแบ่งระบบน้ำเหลืองเป็น 1. primary lymphoid organs เป็นต้นกำเนิดของเซลล์ในระบบน้ำเหลือง คือ ไขกระดูก ตับ ต่อมไทมัส 2. secondary lymphoid organs เป็นบริเวณที่เซลล์ lymphocyte จะพบกับแอนติเจน คือบริเวณต่อมน้ำเหลือง ต่อมทอนซิล ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำไส้ (payer's patch) ม้าม วิธีการกำจัดแอนติเจนของร่างกาย (ระบบภูมิคุ้มกัน) มี 2 แบบ คือ 1. โดยระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะ (non specific immune response หรือ natural immunity) 2. โดยระบบภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ (specific immune response หรือ acquired immunity).


  • 1. เครื่องกีดขวางธรรมชาติ (barrier) เช่นผิวหนัง เยื่อเมือก ขนอ่อน (cilia) เอ็นซัยม์ lysozyme ในน้ำตา น้ำลาย น้ำมูก หลอดลม กรดในกระเพาะอาหาร spermine ในน้ำอสุจิ การไอ การจาม 2. การอักเสบ (inflammatory response) บริเวณที่มีการอักเสบจะมีอาการปวด บวม ร้อน แดง บริเวณนั้นมีเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการจับกินเรียกว่า phagocyte ซึ่งเป็นพวกเม็ดเลือดขาวชื่อ neutrophil macrophage และ monocyte เซลล์พวกนี้จะเข้ามาจับกินแอนติเจน ย่อย ปล่อยเอ็นซัยม์ทำลายแอนติเจน 3. จุลินทรีย์ประจำถิ่น (normal flora) ในทางเดินอาหาร vagina 4. Natural Killer (NK) cell จะฆ่าทำลายเซลล์มะเร็ง เซลล์แปลกปลอม 5. สารละลายอื่นๆ เช่น interferon (IFN), complement (C), C-reactive protein .


  • เซลล์ที่ทำหน้าที่คือเม็ดเลือดขาวที่เรียกชื่อว่า lymphocyte การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน แบบจำเพาะแบ่งเป็น 1. Humoral immunity ทำงานโดย B-lymphocyte และ 2. Cell mediated immunity ทำงานโดย T-lymphocyte


  • คือการตอบสนองต่อแอนติเจนโดยการสร้างสารน้ำที่เรียกว่า แอนติบอดี (antibody, Ab) ที่มีความจำเพาะต่อแอนติเจนนั้นขึ้นมา Antibody อาจเรียกว่า antiserum, immunoglobulin (Ig) เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็น glycoprotein อยู่ในซีรั่มส่วนที่เรียกว่า gamma globulin รูปร่างของแอนติบอดีเป็นรูปร่างคล้ายตัววาย (Y) ประกอบด้วยโพลีเป็ปไทด์ 4 เส้น โดยสองเส้นเป็นสายยาวเรียก heavy chain (H chain) และอีกสองเส้นเป็นเส้นสั้นเรียก light chain (L chain) ทั้งสี่เส้นยึดกันด้วย disulfide bond (-s-s-) แอนติบอดีในมนุษย์แบ่งออกเป็น 4 ชนิด (class) ตามชนิดของ H-chain คือ IgG, IgA, IgM, IgD, IgE IgM เป็นแอนติบอดีที่สร้างขึ้นก่อน class อื่น มีขนาดใหญ่ ผ่านรกไม่ได้ IgG สร้างขึ้นที่หลัง ผ่านรกได้ IgA พบในสารคัดหลั่งเช่น น้ำนม น้ำตา พบตามเยื่อเมือกต่างๆ IgE พบสร้างขึ้นมากในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้หรือติดเชื้อพยาธิ IgD พบที่ผิวของ B-lymphocyte ทำหน้าที่เป็นตัวรับแอนติเจน (antigen receptor) .


  • Tumor antigens สามารถกระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทางทั้งชนิด Humoral และ cell mediated ซึ่งสามารถแสดงได้ทั้งในหลอดทดลอง ในสัตว์ทดลองและในมนุษย์ว่าสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้

    1. การสร้าง antibody ตอบสนอง พบมีการสร้าง Ab ตอบสนองต่อ tumor antigens เช่น Tla Ag ในหนูที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และพบการสร้าง Ab ต่อ EBV-coded antigens บนมะเร็งของต่อมน้ำเหลือง (lymphoma)แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าAbมีผลในการยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็งแต่ในการทดลอง ในหลอดทดลองพบว่า antibody สามารถฆ่ามะเร็งได้โดยกลไกของ Antibody dependent cell mediated cytotoxicity (ADCC) โดย Macrophage หรือ NK cells

    2. Cytolytic T-lymphocytes (CTLs) เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านเซลล์มะเร็งในสิ่งมีชีวิต เซลล์ที่ทำหน้าที่หลักคือ CTLs ซึ่งจะทำหน้าที่โดยอาศัย Class I MHC restricted


    • 3. Natural Killer cells (N cells) NK cell เป็นเซลล์ที่ทำให้เซลล์มะเร็งแตกสลายได้โดยมีกลไกคล้ายกับ CTLs แต่เป็นแบบที่ไม่ต้องอาศัย MHC ในหลอดทดลองพบว่าNKฆ่าได้ทั้งเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสและเซลล์มะเร็ง และฆ่าเซลล์ที่เคลือบด้วย Ab ได้ด้วยเนื่องจากมี Fc-receptor บนผนังของ NK สารที่กระตุ้นให้ NK cell มีความสามารถในการฆ่าเซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้นคือ Interferons, Tumor Necrosis Factor (TNF) และ Interleukin-2 (IL-2) ดังนั้น การทำงานของ NK จึงต้องอาศัยการกระตุ้นจาก T-cells และ Macrophage ซึ่งสร้างและหลั่ง cytokines เหล่านี้ออกมา เซลล์ที่ถูกกระตุ้นแล้วเรียกว่า Lymphokine activated killer (LAK) cells ปกติพบว่าอัตราการพบมะเร็งที่ขึ้นเองมีน้อย NK cell จึงอาจจะมีบทบทสำคัญในการป้องการเกิดมะเร็ง

  • 4. Macrophages เป็นเซลล์ที่สำคัญในการต่อสู่กับเซลล์มะเร็ง macrophages มี Fc receptor เช่นเดียวกับ NK cell จึงสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งที่มี Ab เคชือบอยู่ได้ การฆ่าเซลล์มะเร็งทำโดยกลไกเช่นเดียวกับการกำจัดเชื้อโรค คือมีการหลั่ง Lysosomal Enzymes และ Reactive Oxygen Metabolites รวมทั้ง Nitric oxide Activated macrophages สามารถหลั่ง TNF ซึ่งฆ่าเซลล์มะเร็งได้โดยไมทำอันตรายต่อเซลล์ปกติพบว่า TNF เป็นตัวการสำคัญที่ฆ่าเซลล์มะเร็ง .

    • .


    • CELL MEDIATED IMMUNITY (CMI) เป็นเซลล์ที่ทำให้เซลล์มะเร็งแตกสลายได้โดยมีกลไกคล้ายกับ CTLs แต่เป็นแบบที่ไม่ต้องอาศัย MHC ในหลอดทดลองพบว่าNKฆ่าได้ทั้งเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสและเซลล์มะเร็ง และฆ่าเซลล์ที่เคลือบด้วย Ab ได้ด้วยเนื่องจากมี Fc-receptor บนผนังของ NK สารที่กระตุ้นให้ NK cell มีความสามารถในการฆ่าเซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้นคือ Interferons, Tumor Necrosis Factor (TNF) และ Interleukin-2 (IL-2) ดังนั้น การทำงานของ NK จึงต้องอาศัยการกระตุ้นจาก T-cells และ Macrophage ซึ่งสร้างและหลั่ง cytokines เหล่านี้ออกมา เซลล์ที่ถูกกระตุ้นแล้วเรียกว่า Lymphokine activated killer (LAK) cells ปกติพบว่าอัตราการพบมะเร็งที่ขึ้นเองมีน้อย NK cell จึงอาจจะมีบทบทสำคัญในการป้องการเกิดมะเร็ง

  • คือการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันโดย T-lymphocyte ซึ่งจะเข้าไปทำลายแอนติเจนโดยตรง หรือโดยการหลั่งสารที่เรียกว่า lymphokine ออกมากระตุ้นเซลล์ macrophage และเซลล์อื่นที่ทำให้เกิดการอักเสบด้วย ตัวอย่างของ CMI คือ 1. การเกิดภูมิแพ้แบบช้า (delayed type hypersensitivity) เช่นในการทำ tuberculin test ในการตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อวัณโรค 2. การปฏิเสธการเปลี่ยนอวัยวะ (graft rejection) 3. การทำลายเซลล์มะเร็ง .


    • ชนิดของ T-lymphocyte เป็นเซลล์ที่ทำให้เซลล์มะเร็งแตกสลายได้โดยมีกลไกคล้ายกับ CTLs แต่เป็นแบบที่ไม่ต้องอาศัย MHC ในหลอดทดลองพบว่าNKฆ่าได้ทั้งเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสและเซลล์มะเร็ง และฆ่าเซลล์ที่เคลือบด้วย Ab ได้ด้วยเนื่องจากมี Fc-receptor บนผนังของ NK สารที่กระตุ้นให้ NK cell มีความสามารถในการฆ่าเซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้นคือ Interferons, Tumor Necrosis Factor (TNF) และ Interleukin-2 (IL-2) ดังนั้น การทำงานของ NK จึงต้องอาศัยการกระตุ้นจาก T-cells และ Macrophage ซึ่งสร้างและหลั่ง cytokines เหล่านี้ออกมา เซลล์ที่ถูกกระตุ้นแล้วเรียกว่า Lymphokine activated killer (LAK) cells ปกติพบว่าอัตราการพบมะเร็งที่ขึ้นเองมีน้อย NK cell จึงอาจจะมีบทบทสำคัญในการป้องการเกิดมะเร็ง

  • T-helper ( Th)ทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นการสร้างแอนติบอดี และการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันชนิดผ่านเซลล์ T-suppressor (Ts)ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของ T และ B-lymphocytes T-cytotoxic (Tc)ทำหน้าที่ฆ่าเซลล์มะเร็งและเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส T-effector หรือ T-delayed type hypersensitivity (Tdth) ทำหน้าที่สร้างและหลั่ง lymphokine ออกมาทำให้เกิด ภูมิแพ้แบบช้าๆ (delayed type hypersensitivity) และการตอบสนองแบบ cell mediate immunity


  • 1. lymphokines ชื่อ chemotactic factor ทำให้มีการชุมนุมของ phagocyte ในบริเวณที่มีการติดเชื้อ ทำให้เกิดการล้อมเชื้อไว้เช่นในวัณโรค 2.. lymphokines ชื่อ macrophage activating factor กระตุ้น macrophage ให้ดุร้าย ฆ่าเชื้อเก่งขึ้น 3. T-cytotoxic (Tc) เข้าไปทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส เซลล์มะเร็งโดยตรง 4. ควบคุม ส่งเสริมการสร้างแอนติบอดี โดย Ts และ Th 5. lymphokine ชื่อ migration inhibition factor จะห้ามเซลล์ macrophage ไม่ให้เคลื่อนที่ออกจากบริเวณที่มีการ.


  • นอกจากระบบภูมิคุ้มกันจะประกอบด้วยการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ชนิดต่างๆแล้วยังมีระบบที่สำคัญคือ ระบบคอมพลีเม็นท์ซึ่งประกอบด้วยโปรตีนในพลาสม่าหลายสิบตัว ซึ่งเรียกว่า complement component ซึ่งในภาวะปกติจะไม่ทำงาน จะทำงานเมื่อถูกกระตุ้น (activate) การกระตุ้นระบบ complement ทำให้เกิด 1. การแตกสลายของเซลล์ที่เป็นแอนติเจน (cell lysis) 2. complement component บางตัว เช่น C3a C5a ทำให้มีการดึงดูด macrophage เข้ามาบริเวณที่มีการอักเสบ 3. ส่งเสริมให้เกิดการอักเสบมากขึ้น 4. complement component บางตัว เช่น C4b เป็น opsonin ไปเคลือบแอนติเจน ทำให้ macrophage จับกินแอนติเจนได้ง่ายขึ้น .


  • 1. opsonization ทำหน้าที่เคลือบแอนติเจนเช่นแบคทีเรีย ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวจับกิน (phagocytosis) แอนติเจนได้ง่ายขึ้น 2. antitoxicity ทำหน้าที่ลบล้างถทธิ์พิษ (toxin) 3. กระตุ้น complement ทำให้เซลล์ที่มี แอนติบอดีจับอยู่เกิดการแตกสลาย (cell lysis) 4. Neutralization แอนติบอดีไปลบล้างฤทธิ์ ป้องกันการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย


  • Lymphokine complement system)

    Soluble cytokines secreted by lymphocytes , which have a variety of effects on lymphocytes and other cell types.

    Cytokine

    Cytokines are soluble glycoproteins released by cells of the immune system , which act nonenzymatically through specific receptors to regulate immune responses. Cytokines resemble hormones in that they act at low concentrations bound with high affinity to a specific receptor.


    Lymphocyte complement system)

    A white blood cell of the mononuclear leukocyte subgroup (like macrophage / monocytes ). Lymphocytes identify foreign substances and germs (bacteria or viruses) in the body and produce antibodies and cells that specifically target them. It takes from several days to weeks for lymphocytes to recognize and attack a new foreign substance.

    The main lymphocyte sub-types are :

    B-Cells . Special B cells produce specific antibodies, proteins that help destroy foreign substances.

    T-Cells . T-cells attack virus-infected cells, foreign tissue, and cancer cells. They also produce a number of substances that regulate the immune response.


    • NK Cells complement system). Among other functions, natural killer

    • cells destroy cancer cells and virus-infected cells through phagocytosis and by producing substances that can kill such cells.

    • Null cells . An early population of lymphocytes bearing neither T-cell nor B-cell differentiation antigens.

  • Lymphocytes are small cells with virtually no cytoplasm, found in the blood, in all tissue and in lymphoid organs, such as lymph nodes , the tonsils , thymus gland , spleen .


  • lymphokine complement system) - a cytokine secreted by helper T cells in response to stimulation by antigens and that play a role in cell-mediated immunity

    cytokine - any of various proteins secreted by cells of the immune system that serve to regulate the immune system

    interleukin - any of several lymphokines that promote macrophages and killer T cells and B cells and other components of the immune system.


    ad