Download
1 / 22

2 1. 2. - PowerPoint PPT Presentation


  • 131 Views
  • Uploaded on

ศิลปะการพูดเพื่อการสื่อสารโน้มน้าวใจหรือจูงใจ. การพูด คือ การใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาอาการ เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนความต้องการของผู้พูดให้ผู้ฟังได้รับรู้ และเกิดการตอบสนอง.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' 2 1. 2. ' - omer


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
ศิลปะการพูดเพื่อการสื่อสารโน้มน้าวใจหรือจูงใจศิลปะการพูดเพื่อการสื่อสารโน้มน้าวใจหรือจูงใจ

  • การพูดคือการใช้ถ้อยคำน้ำเสียงและกิริยาอาการเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดความรู้ประสบการณ์ตลอดจนความต้องการของผู้พูดให้ผู้ฟังได้รับรู้และเกิดการตอบสนอง


  • การพูดที่ดีศิลปะการพูดเพื่อการสื่อสารโน้มน้าวใจหรือจูงใจคือการใช้ถ้อยคำน้ำเสียงผสมผสานกิริยาอาการเพื่อสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดความรู้ประสบการณ์และความต้องการที่เป็นคุณประโยชน์แก่ผู้ฟังเพื่อให้เกิดการรับรู้ และเกิดผลการตอบสนองอย่างได้ผลตามความมุ่งหมายของผู้พูด


ความมุ่งหมายของการพูดความมุ่งหมายของการพูด

  • ความมุ่งหมายของการพูดคือการแสดงหรือเสนอข้อคิดเห็นต่อผู้ฟังและผู้ฟังสามารถรับรู้เรื่องราวและเข้าใจได้ตรงกับความต้องการของผู้พูดตลอดจนสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ความมุ่งหมายของการพูดแบ่งเป็น2ประเภทใหญ่ๆ

    1.ความมุ่งหมายของการพูดโดยทั่วไป

    2. ความมุ่งหมายเฉพาะ


1ความมุ่งหมายของการพูด. ความมุ่งหมายโดยทั่วไปคือการพูดที่พยายามให้ผู้ฟังเกิด

ก. ความสนใจ

ข. ความเข้าใจ

ค. ความประทับใจ


  • 2ความมุ่งหมายของการพูด. ความมุ่งหมายเฉพาะ

    ก. เพื่อให้ข่าวสารความรู้เป็นการพูดแบบเสนอข้อเท็จจริงโดยไม่มุ่งหมายที่จะเปลี่ยนทัศนคติของผู้ฟังแต่เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ฟัง

    ข. เพื่อความบันเทิงเป็นการพูดเพื่อให้ผู้ฟังสนุกสนานครึกครื้น

    ค. เพื่อชักจูงใจคือการพูดที่มุ่งหวังให้ผู้ฟังเปลี่ยนใจ เห็นคล้อยตามผู้พูดโดยใช้การเร้าอารมณ์เป็นที่ตั้ง


การพูดเพื่อชักจูงใจความมุ่งหมายของการพูด

  • การพูดเพื่อชักจูงใจเป็นการพูดเพื่อให้ผู้ฟังได้รู้เพื่อให้ผู้ฟังเชื่อและเพื่อให้ผู้ฟังเห็นด้วยทั้งทางความคิดและการกระทำตามความมุ่งหมายของผู้พูด

  • เป็นการพูดให้ผู้ฟังมีความเห็นคล้อยตามและปฏิบัติตามเป็นการพูดอย่างมีเหตุผลเพื่อโน้มน้าวจิตใจเกลี้ยกล่อมชักจูงให้ผู้ฟังคล้อยตาม


จุดมุ่งหมายของการพูดจูงใจจุดมุ่งหมายของการพูดจูงใจ

  • เพื่อชักจูงให้ผู้ฟังเห็นด้วยคล้อยตามในข้อเรียกร้องวิงวอนหรือข้อประท้วงเพื่อให้เปลี่ยนความเชื่อความคิดเพื่อกระตุ้นอารมณ์ให้ทำหรือปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง


  • หลักการพูดจูงใจจุดมุ่งหมายของการพูดจูงใจ

    *ให้ผู้ฟังสนใจในการพูด

    * ทำให้ผู้ฟังไว้วางใจและมีศรัทธาในถ้อยคำของผู้พูด

    * บรรยายถึงเหตุผลข้อเท็จจริงเพื่อเป็นความรู้แก่ ผู้ฟังเกี่ยวกับคุณค่าของปัญหาที่นำมาแสดง

    * พูดด้วยการวิงวอนคนจูงใจให้ผู้ฟังปฏิบัติตาม กล่าวถึงประโยชน์ที่จะได้รับ


องค์ประกอบของการพูดจูงใจองค์ประกอบของการพูดจูงใจ

องค์ประกอบของการพูดที่สมบูรณ์ประกอบด้วย

  • 1.     ผู้พูด

  • 2.     เนื้อเรื่องที่จะพูด

  • 3.     ผู้ฟัง

  • 4.     เครื่องมือสื่อความหมาย

  • 5.     ความมุ่งหมายและผลในการพูดแต่ละครั้ง


  • ผู้พูด หรือผู้ส่งข่าวสาร (Source/Sender)

  • สาเหตุของความประหม่า

    1. มองเห็นจุดอ่อนของตนเองมากเกินควร

    2.เกิดความขัดแย้งภายในตนเอง

    3. วาดภาพในใจไว้อย่างผิดๆ


  • ข้อปฏิบัติเพื่อเอาชนะความประหม่าเวทีให้ได้ผลข้อปฏิบัติเพื่อเอาชนะความประหม่าเวทีให้ได้ผลและสร้างความมั่นใจในตนเอง

    * เตรียมซ้อมเรื่องที่จะพูดมาให้แม่นยำที่สุดเท่าที่จะทำได้

    * ให้ความสนใจในเรื่องราวที่จะพูดให้มากพอ

    * หาข้อมูลเกี่ยวกับคนฟังให้มากพอเพื่อจะได้ดัดแปลงเรื่องที่เราพูดให้เหมาะสมกับคนฟังให้มากที่สุด


* ขณะที่พูดข้อปฏิบัติเพื่อเอาชนะความประหม่าเวทีให้ได้ผลพยายามพูดกับคนฟังให้ทั่วถึงยิ่งจับตาคนฟังให้ทั่วถึงมากเพียงไรความกลัวก็จะหายไป

* พยายามทรงตัวให้ดีขณะที่พูดการทรงตัวที่สมดุล จะทำให้ผู้พูดรู้สึกมั่นใจขึ้น

* ตั้งใจให้มั่นคงเสมอว่าจะพยายามพูดให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้


  • นักพูดที่ดีจะต้องพยายามเป็นตัวของตัวเองนักพูดที่ดีจะต้องพยายามเป็นตัวของตัวเองอย่าเลียนเสียงและลีลาของใครพยายามพูดให้เป็นแบบธรรมชาติ

  • สิ่งที่ควรปฏิบัติ

    • * พูดให้เสียงดังฟังชัด

    • * จังหวะการพูดไม่ช้าหรือเร็วเกินไป

    • * อย่าพูดเอ้อ-อ้า

    • * อย่าพูดเหมือนอ่านหนังสือหรือท่องจำ

    • * พูดด้วยความรู้สึกที่จริงใจ


  • ข้อเตือนที่ควรจดจำนักพูดที่ดีจะต้องพยายามเป็นตัวของตัวเอง

  • อย่าพูดจนกว่าท่านจะมีความเข้าใจในเรื่องที่ท่านจะพูด

  • อย่าพูดจนกว่าท่านจะมีความเชื่อเรื่องที่ท่านพูด

  • อย่าพูดจนกว่าท่านจะมี ความรู้สึก ตามเรื่องที่ท่านพูด


ปัญหาเฉพาะหน้านักพูดที่ดีจะต้องพยายามเป็นตัวของตัวเอง ที่อาจเกิดขึ้น

  • ผู้ฟังแสดงความไม่พอใจหรือไม่เป็นมิตรกับผู้พูด

    จงยิ้มเพราะการยิ้มแสดงถึงความรักความชอบ ความเป็นมิตร

  • ผู้ฟังหรือคู่สนทนาโต้เถียงกับท่าน

    จงหลีกเลี่ยงการโต้เถียงควรรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวใช้ความสุขุมรอบคอบประนีประนอมและเห็นอกเห็นใจ


  • ผู้ฟังหรือคู่สนทนาตำหนิติเตียนหรือกล่าวโทษท่านผู้ฟังหรือคู่สนทนาตำหนิติเตียนหรือกล่าวโทษท่าน

    จงพูดปรักปรำลงโทษตัวเองในประการต่างๆซึ่งจะเป็นการลดความขุ่นเคืองของผู้ฟังลงได้

    จงใช้วิธีสุภาพอ่อนโยนนุ่มนวลแสดงความเป็นมิตร

  • เมื่อพูดกับฝูงชนที่กำลังคลั่งแค้นในลักษณะที่บ้าคลั่ง

    จงหลีกเลี่ยงการให้เหตุผลเมื่อแรกพบ

    วิธีที่ดีที่สุดคือพยายามพูดให้ฝูงชนรู้สึกว่าเราเห็นใจเขาและเป็นฝ่ายเดียวกับเขาพร้อมกับพยายามพูดชักจูงเพื่อเบนความ สนใจหรือได้คิด ได้ไตร่ตรอง จากนั้นจึงเสนอแนะให้พวกเขาหาทางออกด้วยวิธีอื่นต่อไป


  • เมื่อพูดกับฝูงชนที่เสนอข้อเรียกร้องเมื่อพูดกับฝูงชนที่เสนอข้อเรียกร้อง

    ผู้พูดจะต้องตั้งสติให้มั่นอย่าแสดงอาการตกใจหรือรู้สึกหวาดหวั่นมากเกินไป

    ไม่ควรจะตอบรับหรือตอบปฏิเสธทันทีควรพูดรับแต่เพียงว่า

    “จะขอรับข้อเสนอทั้งหมดไว้ให้ผู้มีอำนาจพิจารณา”หรือ

    หากท่านเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดอาจตอบอย่างมีความหวังว่า

    “ ขอรับข้อเรียกร้องทั้งหมดนี้ไว้พิจารณาและจะให้ความเป็นธรรมแก่ ทุกคน”


  • เมื่อพูดกับฝูงชนที่บีบคั้นให้ตอบคำถามที่ไม่มีทางเลือกเมื่อพูดกับฝูงชนที่บีบคั้นให้ตอบคำถามที่ไม่มีทางเลือก

    เช่น“จะจัดการหรือไม่”“จะทำหรือไม่”“จะเพิ่มเติมหรือไม่”หรือ“จะแก้ไขหรือไม่”

    ควรตอบว่าตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริงจะต้องทราบข้อเท็จจริงเสียก่อนจึงจะตอบให้ทราบโดยพยายามใช้คำพูดแสดงความตั้งใจที่จะช่วยเหลือและให้ความร่วมมือเช่นพูดว่าเห็นใจเขาเข้าใจพวกเขาดีจะพยายามหาหนทางแก้ไขโดยเร็วที่สุดจะประชุมกรรมการด่วนจะพิจารณาให้คำตอบโดยเร็วที่สุดเป็นต้น


  • ข้อควรระวังในการพูดให้เกิดอารมณ์ขันข้อควรระวังในการพูดให้เกิดอารมณ์ขัน

    “การพูดให้เกิดอารมณ์ขันต้องสร้างสรรค์อย่างเหมาะสม”

    * อย่าบอกผู้ฟังด้วยประโยคทำนองนี้

    “ต่อไปนี้เป็นเรื่องขำขัน...”“อยากจะเล่าเรื่องตลกให้ฟัง...”“มีเรื่องสนุกๆจะเล่าให้ท่านฟัง...”

    * อย่าตลกเองหัวเราะเองพยายามอย่าหัวเราะก่อนผู้ฟังเป็น อันขาด

    * อย่าให้เรื่องตลกกลายเป็นสาระสำคัญของเรื่องให้เป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้น


* ระวังการล้อเลียนเสียดสีประชดประชันบุคคลหรือสถาบันให้ดีอย่าให้มากจนเกินขอบเขตจะเป็นผลร้าย มากกว่าผลดี

* อย่าพูดเรื่องหยาบโลนหรือตลกสองแง่สองง่ามแม้จะเรียก เสียงฮาได้แต่ก็เป็นการลดค่าตัวเองให้ต่ำลง

* ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมศาสนาและสิ่งที่คนทั่วไปเคารพสักการะอย่านำมาล้อเลียนพูดเล่นเป็นอันขาด

* อารมณ์ขันที่ดีต้องสุภาพนิ่มนวลและแนบเนียนไม่นอกลู่นอกทาง


  • เอกสารอ้างอิง ระวังการล้อเลียนเสียดสี

  • พัชนี เชยจรรยา, เมตตา กฤตวิทย์ และถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์.แนวคิดหลักนิเทศศาสตร์.กรุงเทพฯ:เจริญผล,2534.

  • ภูสิต เพ็ญสิริ.การสื่อสารเพื่อโน้มน้าวใจ. (เอกสารประกอบการบรรยาย),2549.

  • ประเสริฐ บุญเสริม.บทความศิลปะการพูด.(ออนไลน์)


ad