Download
1 / 46

สำนักเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เมษายน 2555 - PowerPoint PPT Presentation


  • 230 Views
  • Uploaded on

การเตรียมความพร้อมภาคเกษตรเพื่อก้าวสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน. สำนักเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เมษายน 2555. อาเซียน ( ASEAN) สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' สำนักเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เมษายน 2555' - mingan


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

การเตรียมความพร้อมภาคเกษตรเพื่อก้าวสู่การเตรียมความพร้อมภาคเกษตรเพื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

สำนักเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

เมษายน 2555


Asean
อาเซียน (การเตรียมความพร้อมภาคเกษตรเพื่อก้าวสู่ASEAN)สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สัญลักษณ์อาเซียน คือ ต้นข้าวสีเหลือง 10 ต้นมัดรวมกันไว้ หมายถึงประเทศสมาชิกรวมกันเพื่อมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

สีน้ำเงินหมายถึง สันติภาพและความมั่นคง

สีแดงหมายถึง ความกล้าหาญและความก้าวหน้า

สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ และ

สีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง


Asean1
อาเซียน (การเตรียมความพร้อมภาคเกษตรเพื่อก้าวสู่ASEAN)สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  • อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 8 สิงหาคม 2510 มีสมาชิกรวม 10 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย บรูไน ลาว พม่า เวียดนาม และกัมพูชา

  • วัตถุประสงค์เพื่อสร้างสันติภาพ เสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาค

2540

2540

2510

2510

2538

2542

2527

2510

2510

2510

อาเซียน 6

สมาชิกใหม่ CLMV


ความสำคัญของอาเซียนการเตรียมความพร้อมภาคเกษตรเพื่อก้าวสู่

ที่มา:ASEAN Secretariat, 2011



Asean community one vision one identity one community
ประชาคมอาเซียน ( (ปี2552)ASEAN Community) “One Vision, One Identity, One Community”

  • ปี 2546 ผู้นำอาเซียนเห็นพ้องกันว่า ภายในปี 2558 จะจัดตั้ง “ประชาคมอาเซียน” (ASEAN Community)ที่ประกอบด้วย 3 เสา คือ

    • ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political security Community : APSC)

    • ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC)

    • ประชาคมสังคมวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community : ASCC)


Asean economic community aec
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC)

AEC

เป็นตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน

ลักษณะ

วัตถุประสงค์

การเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานมีฝีมือ อย่างเสรี

เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน

เคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีมากขึ้น



แนวทางการดำเนินงานไปสู่การเป็น AECเพื่อเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว

เปิดเสรีการค้าสินค้า

การเปิดเสรีการค้าบริการ

การเปิดเสรีการลงทุน

การเปิดเสรีด้านเงินทุน

การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี


เอกสารความตกลงสำคัญของอาเซียน ในการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว

1. ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน

(ASEAN Trade in Goods Agreement: ATIGA)

2. ความตกลงด้านการค้าบริการของอาเซียน

3. ความตกลงด้านการลงทุนของอาเซียน

(ASEAN Comprehensive Investment Agreement: ACIA)

4. ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมของอาเซียน


Atiga
ATIGA - ในการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวความตกลงด้านการค้าสินค้าอาเซียน

1. การเปิดเสรีการค้าสินค้า

  • ครอบคลุมมาตรการด้านการส่งออกและนำเข้าสินค้าระหว่าง 10 ประเทศ

    • ตารางการลดภาษีตามพันธกรณีของอาฟตา (AFTA)

    • กำหนดให้ใช้มาตรการที่มิใช่ภาษี (NTMs) ได้เฉพาะเท่าที่จำเป็น

    • ส่งเสริมความสะดวกด้านการค้าสินค้าระหว่างกัน

    • หลักปฏิบัติด้านศุลกากรที่อ้างอิงหลักการของสากล

    • การปฏิบัติด้านเทคนิค กระบวนการตรวจสอบรับรองมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช

    • มาตรการเยียวยาทางการค้า


ปี ในการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว2553

ปี 2558

ภาษี 0%

สินค้าในรายการลดภาษี

ภาษี 0%

อาเซียนเดิม

เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา

การเปิดเสรีการค้าสินค้า

  • การลด/ยกเลิกภาษี

ยกเว้น สินค้าในรายการสินค้าอ่อนไหว(Sensitive List:SL)ภาษีไม่ต้องเป็น 0% แต่ต้อง <5% (ไทยมีเมล็ดกาแฟ มันฝรั่ง ไม้ตัดดอก เนื้อมะพร้าวแห้ง ภาษีเหลือ 5%)

และสินค้าในรายการอ่อนไหวสูง (Highly Sensitive List:HSL)ลดภาษีลงในระดับที่ต้องตกลงกัน (ได้แก่ ข้าว (ID, MY, PH) และน้ำตาล (ID,PH))

  • การขจัดมาตรการที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Measures)

  • การกำหนดกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิด (Rules of Origin)



พันธกรณีการเปิดเสรีสินค้าของไทยพันธกรณีการเปิดเสรีสินค้าของไทย

  • ต้องลดภาษีทุกรายการสินค้า

  • เหลือ 0 % ในปี 2553

  • (ยกเว้น เมล็ดกาแฟ มันฝรั่ง ไม้ตัดดอก เนื้อมะพร้าวแห้ง ภาษีเหลือ 5%)

  • ต้องยกเลิกโควตาสินค้าเกษตร

  • 23 รายการหมดไปในปี 2553


ยกเลิกโควตาแล้ว พันธกรณีการเปิดเสรีสินค้าของไทย23 ชนิด/รายการ แล้ว

1) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

2) กากถั่วเหลือง

3)น้ำมันถั่วเหลือง 4)น้ำมันปาล์ม

5) หอมหัวใหญ่ 6) เมล็ดพันธุ์-หอมหัวใหญ่ 7) กระเทียม

8) มันฝรั่ง 9) ไหมดิบ

10) ลำไยแห้ง 11) พริกไทย

12) น้ำตาล 13) ใบยาสูบ

14) ชา

15) เมล็ดกาแฟ16) กาแฟสำเร็จรูป

17) น้ำนมดิบ/นมพร้อมดื่ม

18) นมผงขาดมันเนย

19) มะพร้าวผล

20) เนื้อ-มะพร้าวแห้ง

21 ) น้ำมันมะพร้าว

22) เมล็ดถั่ว-เหลือง

23) ข้าว


การเปิดเสรีการค้าสินค้า (ต่อ)

  • การปฏิบัติด้านเทคนิค กระบวนการตรวจสอบรับรองมาตรการ SPS

  • ปรับประสานมาตรฐาน กฎระเบียบด้านเทคนิคและการประเมินให้เป็นไปตามหลักสากล ปฏิบัติได้ และโปร่งใส

  • พัฒนาและใช้ระบบบริหารจัดการคุณภาพผลิตภัณฑ์ทั้งพืช ประมง ปศุสัตว์ อาหาร

  • จัดตั้งระบบโดยใช้ GAP, GAHP, GHP, GMP, HACCP เป็นพื้นฐานสำหรับผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารให้สอดคล้องกับสากล

  • ปรับประสานระบบและเกณฑ์ต่างๆ เช่น ระบบการกักกันและตรวจสอบหรือสุ่มตัวอย่าง ระดับปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในอาหาร มาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพ แนวทางการใช้สารเคมี การควบคุมสุขภาพสัตว์ (สัตว์น้ำ/บก) เป็นต้น


ACIA – (ต่อ)ความตกลงด้านการลงทุนของอาเซียน

2. การเปิดเสรีการลงทุน

  • มีเป้าหมายเพิ่มการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในอาเซียนและการลงทุนในอาเซียนโดยอาเซียนเอง

  • ACIAประกอบด้วยหลักการของการลงทุน 4 ด้านได้แก่ ส่งเสริมการลงทุนอำนวยความสะดวก การเปิดเสรีเพื่อให้เข้ามาลงทุน และการคุ้มครองการลงทุน

  • ครอบคลุม 1. ภาคการผลิต 2. เกษตร 3. ประมง 4.ป่าไม้ 5. เหมืองแร่ และบริการที่เกี่ยวเนื่องกับทั้ง 5 สาขาการผลิต

  • เปิดโอกาสให้สมาชิกทำข้อสงวนสาขาที่ไม่ต้องการเปิดเสรีไว้ในตารางข้อผูกพันโดยไม่ต้องมีการเจรจาต่อรอง

  • ปัจจุบันอาเซียน 10 ประเทศได้ให้สัตยาบันในความตกลงฯ ครบแล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2554 แต่ในทางปฏิบัติยังไม่ประกาศบังคับใช้ เนื่องจากรายการข้อสงวนหลายประเทศยังไม่แล้วเสร็จ


พันธกรณีของไทยภายใต้ ACIA

  • ภายใต้ความตกลงฯ เดิม ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่ปี 2541 ไทยผูกพันการเปิดเสรีการลงทุนภายในปี 2553 (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2553 เป็นต้นไป) ใน 3 สาขา ดังนี้

    - การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

    - การทำไม้จากป่าปลูก

    - การเพาะ ขยาย และปรับปรุงพันธุ์พืช

  • อาเซียนเห็นด้วยให้ใช้วิธีการเปิดเสรีแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ ปี 2553 ปี 2555 และ ปี 2557

  • ปี 2553 ไทยจึงเปิดให้นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นได้ไม่เกิน 51% ในสาขาเพาะเลี้ยงทูน่าในกระชังน้ำลึก การเพาะเลี้ยงกุ้งมังกรสายพันธุ์ในประเทศไทย และการเพาะขยายและปรับปรุงพันธุ์ เฉพาะเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่


ข้อสงวนของไทยภายใต้ ACIA

  • สาขาที่ไทยไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนโดยเด็ดขาด ได้แก่ การทำนา

    ทำสวน ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ การแปรรูปไม้จากป่าธรรมชาติ การประมงในน่านน้ำไทย การสกัดพืชสมุนไพร (อยู่ในบัญชี 1 แนบท้าย พรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542) การผลิตน้ำตาลจากอ้อย (เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก ครม.)

  • สาขาที่ไทยห้ามต่างชาติถือหุ้นข้างมากเว้นแต่ ครม. อนุญาต ได้แก่ การเลี้ยงไหม การผลิตเส้นไหมไทย การทอผ้าไหม การทำนาเกลือ การแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือน (อยู่ในบัญชี 2)

  • สาขาที่ไทยห้ามคนต่างชาติถือหุ้นข้างมาก เว้นแต่ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พณ. อนุญาต ได้แก่ การสีข้าว การผลิตไม้อัด (อยู่ในบัญชี 3 เป็นธุรกิจที่ไทยไม่พร้อมแข่งขัน)


ประเด็นการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีของอาเซียนประเด็นการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีของอาเซียน

อาเซียนได้จัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangements: MRAs) ด้านคุณสมบัติในสาขาวิชาชีพหลัก

เป็นการเคลื่อนย้ายเสรีเฉพาะ “แรงงานฝีมือ” และต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ใน MRAs เท่านั้น

ปัจจุบันอาเซียนได้จัดทำ MRAs ไว้แล้ว 8 สาขา คือ วิศวกรรม สถาปนิก แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ นักบัญชี การสำรวจและท่องเที่ยว ส่วนสาขาอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา (ไม่มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเกษตรอย่างเสรี !!!)


สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังการเป็น AEC

มีการรวมตัวกันเป็นตลาดขนาดใหญ่

บรรยากาศการค้าและการลงทุนเสรีมากขึ้น

มีการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมถึงกันหมด

มีการพัฒนาเศรษฐกิจที่เสมอภาค

เชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศนอกภูมิภาค


โอกาสทางการค้าและการลงทุนจาก AEC

  • ขยายช่องทางและโอกาสการค้าเข้าสู่ตลาดอาเซียน มีสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นทั้งด้านปริมาณและความหลากหลาย

  • เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale)

  • ลดต้นทุน นำเข้าวัตถุดิบในราคาถูกลง ทำให้ผลิตและขายในราคาถูกลง

  • เสริมสร้างโอกาสในการลงทุน เช่น ขยายกิจการ ย้ายฐานการผลิต

  • สร้างงานเพิ่มขึ้น

  • เกิดการพัฒนาและสร้างนวัตกรรมใหม่ในสินค้าและบริการ

  • มีการพัฒนาและเพิ่มคุณภาพบุคลากร/แรงงาน ลดช่องว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เพิ่มอำนาจการซื้อ

  • เศรษฐกิจในภาพรวมแข็งแกร่งขึ้น


ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากการเป็น AEC

  • ต้องเผชิญกับคู่แข่งขันและมีการแข่งขันในตลาดมากขึ้น

  • สินค้าหลากหลายที่ไม่ได้มาตรฐาน/คุณภาพต่ำเข้ามาขายในตลาดมากขึ้น

  • นักลงทุนต่างชาติที่ได้สิทธิการเป็นนักลงทุนอาเซียนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น

  • การเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือของไทยไปประเทศที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า


การเตรียมความพร้อมของไทยการเตรียมความพร้อมของไทย


จุดเด่นของสินค้าเกษตรไทยในปัจจุบันจุดเด่นของสินค้าเกษตรไทยในปัจจุบัน

  • การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

    (สร้างความโดดเด่นและแตกต่างจากประเทศคู่แข่ง)

  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรองรับกลุ่มผู้บริโภค

    (กลุ่มประชาคมยุโรป เน้นอาหารปลอดสารหรือสินค้าอินทรีย์และอาหารฮาลาล สำหรับกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง กลุ่มประเทศมุสลิม)

  • สินค้าเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วโลก

    (ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สินค้าเกษตรและอาหารขยายตัวโดยเฉลี่ยร้อยละ 10.7)


การค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับตลาดสำคัญการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับตลาดสำคัญ

ที่มา : กรมศุลกากร หมายเหตุ : สินค้าเกษตรพิกัดศุลกากรที่ 1-24


การค้าสินค้าเกษตรและอาหารไทยกับประเทศในอาเซียน ปี 2554

ที่มา : กรมศุลกากร หมายเหตุ : สินค้าเกษตรพิกัดศุลกากรที่ 1-24



การค้าสินค้าเกษตรและอาหารไทยกับอาเซียน ปี 2554

การส่งออก

- กลุ่มสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์

ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด

5 อันดับแรก ได้แก่

  • กลุ่มยางพาราธรรมชาติ

  • กลุ่มน้ำตาลและขนมที่ทำจากน้ำตาล

  • กลุ่มข้าวและธัญพืช

  • กลุ่มเครื่องดื่ม สุรา น้ำส้มสายชู

  • กลุ่มซอส และเครื่องปรุงรส

  • กลุ่มสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์

    ที่มีการขยายสัดส่วนปริมาณและมูลค่าการส่งออกมากขึ้น 5 อันดับแรก เมื่อเทียบกับปี 2553 ได้แก่

  • กลุ่มวัตถุจากพืชที่ใช้จักสาน

  • กลุ่มเนื้อสัตว์และส่วนอื่นของสัตว์เพื่อบริโภค

  • กลุ่มหนัง เขา กระดูกสัตว์

  • กลุ่มผลไม้

  • กลุ่มเมล็ดพืชและผลไม้ที่มีน้ำมัน


การนำเข้า ปี 2554

- กลุ่มสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์

ที่มีมูลค่าการนำเข้าสูงสุด

5 อันดับแรก ได้แก่

กลุ่มปลาและสัตว์น้ำ

กลุ่มไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์

ของปรุงแต่งจากธัญพืช แป้ง นม

กลุ่มซอส และเครื่องปรุงรสต่างๆ

กลุ่มชา กาแฟ และเครื่องเทศ

กลุ่มสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์

ที่มีการขยายสัดส่วนปริมาณและมูลค่าการนำเข้ามากขึ้น5 อันดับแรก เมื่อเทียบกับปี 2553 ได้แก่

กลุ่มผลไม้

กลุ่มเนื้อสัตว์และชิ้นส่วนของสัตว์

ที่บริโภคได้

กลุ่มไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์

กลุ่มอาหารปรุงแต่งจากเนื้อปลา

ปลาและสัตว์น้ำ

กลุ่มพืชผักเพื่อบริโภค

การค้าสินค้าเกษตรและอาหารไทยกับอาเซียน ปี 2554


ผลต่อภาคเกษตรที่คาดว่าจะได้รับจากผลต่อภาคเกษตรที่คาดว่าจะได้รับจาก

การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


ผลประโยชน์ผลต่อภาคเกษตรที่คาดว่าจะได้รับจาก

-ไทยส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารได้มากขึ้น เนื่องจากภาษีที่ลดลง ราคาสินค้าถูกลง เพราะอาเซียนเป็นตลาดใหญ่ที่มีประชากรเกือบ 600 ล้านคน ซึ่งสำคัญสำหรับไทย

(สินค้าส่งออกสำคัญ เช่นข้าว น้ำตาล นมและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ไก่แปรรูป อาหารแปรรูป ซอสปรุงรสผลไม้สด เป็นต้น)

- สินค้าวัตถุดิบนำเข้าราคาถูก ทำให้ลดต้นทุนการผลิตเพื่อส่งออก

(เช่น ปลา และสัตว์น้ำ ชา กาแฟ)

- เกษตรกร/ ผู้ประกอบการ เกิดการปรับตัวทางการผลิต ทำให้สามารถแข่งขันได้


ส่วนแบ่งการตลาดข้าวสารส่วนแบ่งการตลาดข้าวสารของไทยและเวียดนามในตลาดสิงคโปร์

ที่มา: Trade Map


ส่วนแบ่งการตลาดข้าวสารส่วนแบ่งการตลาดข้าวสารของไทยและเวียดนามในตลาดมาเลเซีย

ที่มา: Trade Map


ผลกระทบทางลบส่วนแบ่งการตลาดข้าวสาร

- เกษตรกรบางสาขาอาจได้รับผลกระทบด้านราคาสินค้าตกต่ำเมื่อมีการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากอาเซียน 9 ประเทศ

- การแข่งขันจะสูงขึ้น อุตสาหกรรมเกษตรที่มีประสิทธิภาพการผลิตต่ำ ต้นทุนสูง อาจแข่งขันไม่ได้

- มาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) และความปลอดภัยด้านอาหารจะถูกหยิบยกมาเป็นเงื่อนไขในการค้ามากขึ้น


  • มาตรการห้ามนำเข้าเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตในประเทศ

  • การขออนุญาตนำเข้า (Import License)

  • การกำหนดใช้ลังพลาสติคของมาเลเซียเป็นภาชนะบรรจุปลานำเข้า

  • การกำหนดให้หน่วยงานเฉพาะของรัฐเป็นผู้นำเข้า เช่น มาเลเซียกำหนดให้ Bernas เป็นผู้นำเข้าข้าวแต่เพียงผู้เดียว

  • การขออนุญาตจากหน่วยงานที่ดูแลก่อนการนำเข้า

  • กำหนดด่าน/ท่าเรือในการนำเข้าสินค้า

  • การบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชที่เข้มงวด

มาตรการที่มิใช่ภาษีหลายรูปแบบถูกใช้มากขึ้น


ข้อเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมข้อเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อม

  • ด้านการเปิดเสรีการค้าสินค้า

  • ด้านการลงทุน

  • การให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเพื่อการปรับตัว


การเปิดเสรีสินค้าเกษตรการเปิดเสรีสินค้าเกษตร

การป้องกันผลกระทบ (เชิงรับ)

  • การบริหารการนำเข้า เช่น

    • กำหนดให้เป็นสินค้าที่ต้องขอหนังสือรับรองนำเข้าและกำหนดคุณสมบัติผู้นำเข้า

    • กำหนดมาตรฐานการผลิต เช่น ต้องมีใบรับรองปริมาณสารพิษตกค้าง

    • กำหนดมาตรการสุขอนามัย(SPS) ที่เข้มงวด เช่นต้องแสดงใบรับรองสุขอนามัย

      จากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ในประเทศต้นทาง (อย.)

    • ตรวจเข้มใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (กรมศุลกากร)

    • กำหนดด่านนำเข้า (ให้นำเข้าเฉพาะด่านอาหารและยาและด่านตรวจพืช)

    • กำหนดช่วงเวลานำเข้า

  • การปราบปรามการลักลอบนำเข้า/ การนำเข้าที่ผิดกฎหมาย

  • ใช้มาตรการปกป้องพิเศษ (เก็บค่าธรรมเนียมปกป้อง)


ตัวอย่าง แนวทางรองรับการเปิดตลาดเสรีสินค้าเกษตรที่อาจจะได้รับผลกระทบ (ด้านการบริหารการนำเข้า) ของไทย


การเปิดเสรีสินค้าเกษตรการเปิดเสรีสินค้าเกษตร

การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน (เชิงรุก)

  • ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (ระบบน้ำ/ระบบชลประทาน ปุ๋ย วิจัยและพัฒนาพันธุ์ดี)

  • พัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่สากล

  • สนับสนุนผู้ผลิตรายย่อยเข้าสู่ระบบมาตรฐาน

  • สร้างมูลค่าเพิ่มและผลิตสินค้าที่หลากหลายเพื่อเพิ่มศักยภาพ การแข่งขันในตลาดโลก

  • ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร

  • เร่งปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร โดยใช้เงินกองทุน FTA

  • ส่งเสริมการทำเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกร


  • แนวทางเพิ่มความสามารถในการแข่งขันแนวทางเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

    • ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยการ

    • กำหนดมาตรฐานสินค้าอาเซียนเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า ควบคู่ไปกับ

    • การกำหนดมาตรฐานบังคับสำหรับสินค้านำเข้าเพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ

    • เพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบรับรองและควบคุมด้านมาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้านำเข้า และ

    • เร่งรัดการจัดตั้งระบบเฝ้าระวัง/เตือนภัยผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยต่อการใช้


    การเปิดเสรีการค้าบริการ การลงทุน และแรงงาน

    • กระตุ้นและเร่งรัดให้ผู้ประกอบการการใช้ประโยชน์จาก AEC โดยเข้าไปลงทุนทั้งเรื่องการผลิตสินค้าและบริการในประเทศอาเซียน เพื่อสร้างความได้เปรียบการแข่งขัน ด้านต้นทุนการผลิต แรงงาน วัตถุดิบ หรือต้นทุนโลจิสติกส์

    • เตรียมความพร้อมของบุคลากร/แรงงงานมีฝีมือให้มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษและภาษาในอาเซียนอื่นที่จำเป็น

    • ภาครัฐต้องเป็นผู้สนับสนุน อำนวยความสะดวกด้านการค้าและเน้นการวิจัยและพัฒนา สร้างความเข้าใจเพื่อเตรียมความพร้อมและปรับตัวรองรับการเปิดเสรีเต็มรูปแบบ


    กองทุน การลงทุน และแรงงานFTA ของ กษ.

    • กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ (กองทุน FTA) ตั้งขึ้นตาม มติ ครม. 20 ก.ค. 2547

    • วัตถุประสงค์ เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพผลผลิต แปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร

    • หลักการ ช่วยเหลือเยียวยาโดยการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เทคโนโลยี งานวิจัย/พัฒนา การฝึกอบรม และปรับโครงสร้างการผลิต

    • ผลงานที่ผ่านมา ปี 50 -54 ให้การสนับสนุนโครงการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าสำคัญ14 โครงการ เป็นเงิน 544.31 ล้านบาท เช่น ข้าว โคเนื้อ โคนม สุกร ชา กาแฟ ปาล์มน้ำมัน

    • ล่าสุด อยู่ระหว่างการพิจารณา โครงการข้าวอินทรีย์ ข้าวคุณภาพ Q พัฒนาโรงฆ่าโคเนื้อ เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงปลากระพงขาว – โคนม ผักปลอดสารพิษวังน้ำเขียว รวม 340 ล้านบาท


    สนใจติดต่อขอรับการสนับสนุนสนใจติดต่อขอรับการสนับสนุน

    กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร

    เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

    สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    โทร. 0-2561-4727

    โทรสาร 0-2561-4726

    www2.oae.go.th/FTA

    E-mail: [email protected]

    44


    สรุปสนใจติดต่อขอรับการสนับสนุน

    • AEC จะนำมาซึ่งโอกาสทั้งการค้าและการลงทุน

    • AEC จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจในภาพรวมให้ไทยและอาเซียนมีความโดดเด่นในระบบเศรษฐกิจของโลก

    • AEC ก่อให้เกิดผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบอย่างยากที่จะหลักเลี่ยง

    • จำเป็นต้องใช้จุดเด่นที่มีอยู่ สร้างความเข้มแข็งให้กับสินค้าเกษตรและอาหารของไทย เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

    • ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันเตรียมความพร้อมและเร่งปรับตัวรองรับการเปิดสรีอย่างเต็มรูปแบบ


    ขอบคุณสนใจติดต่อขอรับการสนับสนุน


    ad