75104
Download
1 / 74

เทคโนโลยีมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ - PowerPoint PPT Presentation


  • 225 Views
  • Uploaded on

75104. เทคโนโลยีมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้. Multimedia Technology for Learning Management. ดร.วีรพันธุ์ ศิ ริฤทธิ์ Dr. Weeraphan Siririth. อาจารย์ผู้สอน. อ. ดร.วีรพันธุ์ ศิ ริฤทธิ์ อ. ปรัชญ์ สุขกวี อ. อำพล สงวนศิ ริธรรม. คำอธิบายรายวิชา (Course Description).

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' เทคโนโลยีมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้' - mattox


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

75104

เทคโนโลยีมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้

Multimedia Technology for Learning Management

ดร.วีรพันธุ์ ศิริฤทธิ์

Dr. WeeraphanSiririth


อาจารย์ผู้สอน

  • อ. ดร.วีรพันธุ์ ศิริฤทธิ์

  • อ. ปรัชญ์ สุขกวี

  • อ. อำพล สงวนศิริธรรม


Course description
คำอธิบายรายวิชา (Course Description)

แนวคิด ทฤษฎี เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา วิธีการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ พัฒนาเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ แหล่งการเรียนรู้และเครือข่ายการเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน การวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีและสารสนเทศ ฝึกปฏิบัติการออกแบบ การสร้าง การประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมกับการเรียนการสอน การประเมินและการปรับปรุงนวัตกรรม


วัตถุประสงค์ทั่วไปของรายวิชาวัตถุประสงค์ทั่วไปของรายวิชา

  • เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ แนวคิด ทฤษฎี เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาที่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้

  • เพื่อสามารถวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีและสารสนเทศ

  • เพื่อสามารถเลือกใช้ ออกแบบ สร้าง และปรับปรุงนวัตกรรมเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดี

  • เพื่อสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดี

  • เพื่อสามารถแสวงหาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน


เนื้อหาของรายวิชาวัตถุประสงค์ทั่วไปของรายวิชา

วันเสาร์ที่ 25 ก.พ. 55 อ.ดร.วีรพันธุ์

  • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบทเรียนคอมพิวเตอร์

  • ประเภทของบทเรียนคอมพิวเตอร์

  • บทเรียนคอมพิวเตอร์แบบมัลติมีเดีย

    วันอาทิตย์ที่ 26 ก.พ. 55 อ.ดร.วีรพันธุ์

  • การออกแบบระบบการสอน

  • การออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์

  • การออกแบบคอร์สแวร์


เนื้อหาของรายวิชาวัตถุประสงค์ทั่วไปของรายวิชา

วันเสาร์ที่ 3มี.ค. 55

  • การวิเคราะห์วัตถุประสงค์และการบริหารจัดการความรู้ อ. ปรัชญ์

  • ฝึกปฏิบัติการพัฒนาบทเรียนออนไลน์ (e-Learning) กลุ่ม Aอ. อำพล

    วันอาทิตย์ที่ 4 มี.ค. 55

  • การวิเคราะห์เนื้อหาและยุทธวิธีด้านการสอน อ. ปรัชญ์

  • ฝึกปฏิบัติการพัฒนาบทเรียนออนไลน์ (e-Learning) กลุ่ม Bอ. อำพล


เนื้อหาของรายวิชาวัตถุประสงค์ทั่วไปของรายวิชา

วันเสาร์ที่ 10 มี.ค. 55 อ. ปรัชญ์

  • การพัฒนาและการทดลองใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์

  • การประเมินผลบทเรียนคอมพิวเตอร์

  • ข้อพิจารณาเกี่ยวกับคุณภาพของการเรียนทางอิเล็กทรอนิกส์


การประเมินผลของรายวิชาการประเมินผลของรายวิชา

  • การเข้าชั้นเรียน ความสนใจ การร่วมมือ ในการเรียนการสอน 10%

  • การเข้าฝึกปฏิบัติ 40%

    3) สอบปลายภาค 50 %


สาระความรู้ตามมาตรฐาน (คุรุสภา)

  • แนวคิด ทฤษฎี เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาที่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้

  • เทคโนโลยีและสารสนเทศ

  • การวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีและสารสนเทศ

  • แหล่งการเรียนรู้และเครือข่ายการเรียนรู้

  • การออกแบบ การสร้าง การนำไปใช้ การประเมินและการปรับปรุงนวัตกรรม


สมรรถนะตามมาตรฐาน (คุรุสภา)(คุรุสภา)

  • สามารถเลือกใช้ ออกแบบ สร้างและปรับปรุงนวัตกรรมเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดี

  • สามารถพัฒนาเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดี

    3) สามารถแสวงหาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน


ตำราหลักที่ใช้ในรายวิชาตำราหลักที่ใช้ในรายวิชา

  • มนต์ชัย เทียนทอง , “การออกแบบและพัฒนาคอร์สแวร์ สำหรับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน” , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

  • ใจทิพย์ ณ สงขลา , “E-Instructional Design วิธีวิทยาการออกแบบ การเรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์” , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    3)ณัฐกร สงคราม , “การออกแบบและพัฒนามัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้”, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบทเรียนคอมพิวเตอร์

Introduction to Computer Instruction

ดร.วีรพันธุ์ ศิริฤทธิ์

Dr. WeeraphanSiririth

Siririth @ Gmail.com


Multimedia
มัลติมีเดีย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบทเรียนคอมพิวเตอร์(Multimedia)

มัลติมีเดีย (Multimedia)เดิมแปลว่า สื่อประสม หรือ สื่อผสม แต่ปัจจุบันได้มีการเรียกทับศัพท์

กิดานันท์(2543)ให้ความหมายของคำว่า “สื่อประสม” ว่า การนำสื่อหลายๆประเภทมาใช้ร่วมกันทั้งวัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดในการเรียนการสอน โดยการใช้สื่อแต่ละอย่างตามลำดับขั้นตอนของเนื้อหา ในปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ร่วมด้วย เพื่อการผลิต หรือ การควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ในการเสนอข้อมูล ทั้งตัวอักษร ภาพกราฟิก ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว วีดิทัศน์และเสียง


Multimedia1
มัลติมีเดีย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบทเรียนคอมพิวเตอร์(Multimedia)

มสธ.(2537)ให้ความหมายของคำว่า “สื่อประสม” ว่า การใช้สื่อการเรียนการสอนหลายๆชนิดในบทเรียนสำเร็จรูป เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกกิจกรรมใช้สื่อการเรียนการสอนหรือกิจกรรมการเรียนที่ตนเองถนัด ในกระบวนการเรียนรู้ สื่อการเรียนการสอนที่จัดไว้จึงมีหลายชนิด ทั้งเอกสารสิ่งพิมพ์ หนังสือ ตำรา สไลด์ประกอบเสียง และอุปกรณ์การทดลอง เป็นต้น


ราชบัณฑิตยสถานความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบทเรียนคอมพิวเตอร์บัญญัติศัพท์ Multimedia ว่า “มัลติมีเดีย” หมายถึง “สื่อหลายอย่าง”

หลายๆ อย่างผสมรวมกัน

สื่อ ข่าวสาร ช่องทางการสื่อสาร

การนำองค์ประกอบของสื่อชนิดต่างๆ มาผสมผสานรวมกันซึ่งประกอบด้วย ตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวีดีโอ


Multimedia2
มัลติมีเดีย(ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบทเรียนคอมพิวเตอร์Multimedia)

Link

ภาพนิ่ง

ภาพเคลื่อนไหว

Jump to 13


ตัวอักษร ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบทเรียนคอมพิวเตอร์(Text)

ตัวอักษรถือว่าเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญในการเขียนโปรแกรมมัลติมีเดีย โปรแกรมประยุกต์โดยมากมีตัวอักษรให้ผู้เขียนเลือกได้หลายๆ แบบ และสามารถที่จะเลือกสีของตัวอักษรได้ตามต้องการ นอกจากนั้นยังสามารถกำหนดขนาดของตัวอักษรได้ตามต้องการ การโต้ตอบกับผู้ใช้ก็ยังนิยมใช้ตัวอักษร รวมถึงการใช้ตัวอักษรในการเชื่อมโยงแบบปฏิสัมพันธ์ได้ เช่น การคลิกไปที่ตัวอักษรเพื่อเชื่อมโยงไปนำเสนอ เสียง ภาพกราฟิก หรือเล่นวีดิทัศน์ เป็นต้น นอกจากนี้ตัวอักษรยังสามารถนำมาจัดเป็นลักษณะของเมนู(Menus) เพื่อให้ผู้ใช้เลือกข้อมูลที่จะศึกษาได้ โดยคลิกไปที่บริเวณกรอบสี่เหลี่ยมของมัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์



Color
สี : Color

เป็นองค์ประกอบหน้าจอที่ช่วยกระตุ้นความน่าสนใจในการอ่าน สีเป็นตัวกระตุ้นประสาทการรับรู้ที่สำคัญ การใช้สีที่เหมาะสมจะช่วยให้อ่านง่าย และสบายตา การกำหนดสีข้อความต้องพิจารณาสีพื้นหลังประกอบเสมอ ซึ่งจะเรียกว่าคู่สี คู่สีบางคู่สามารถใช้ร่วมกันได้ บางคู่ไม่ควรนำมาใช้ร่วมกัน


Color1
สี : Color

ผลงานวิจัยพบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ชอบคู่สีอักษรขาว หรือเหลืองบนพื้นน้ำเงิน อักษรเขียวบนพื้นดำ และอักษรดำบนพื้นเหลือง หากใช้พื้นเป็นสีเทา คู่สีที่ผู้เรียนชอบคือ สีฟ้า สีแดง สีม่วง และสีดำ สีที่ชอบน้อยคือสีส้ม สีม่วงแดง สีเขียว และสีแดง ห


Color2
สี : Color

หลักการออกแบบคู่สี ที่ควรต้องคำนึงอีกประการหนึ่ง คือควรใช้พื้นหลังเป็นสีเข้มมากกว่าสีอ่อน เนื่องจากสีเข้มจะช่วยลดแสงสว่างจากจอภาพ ทำให้รู้สึกสบายตามากกว่าการใช้สีอ่อนเป็นพื้นหลัง ซึ่งระยะยาวจะช่วยลดความล้าของสายตา ในการอ่านจอภาพอันเนื่องมาจากความจ้าของสีพื้น ในกรณีที่สีพื้น และสีตัวอักษรใกล้เคียงกัน อาจทำการเพิ่มขอบตัวอักษร หรือใช้สีฟุ้งกระจายรอบตัวอักษรเข้าช่วย เป็นต้น



Graphic
ภาพ ( Graphic)

  • ได้แก่ภาพนิ่งต่าง ๆ เช่น ภาพกราฟิก ภาพถ่าย Clipart เป็นต้นรวมทั้งภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ โดยมีนามสกุลของภาพที่สำคัญ คือ f*.gif *.jpg *.jpeg รวมถึงภาพเคลื่อนไหว


Still images
ภาพนิ่ง ( Still Images)

ภาพนิ่งเป็นภาพกราฟิกที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เช่น ภาพถ่าย หรือ ภาพวาด เป็นต้น ภาพนิ่งมีบทบาทสำคัญต่อมัลติมีเดียมาก ทั้งนี้เนื่องจากจะให้ผลในเชิงของการเรียนรู้ด้วยการมองเห็นไม่ว่าจะดูโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วารสาร ฯลฯ จะมีภาพเป็นองค์ประกอบเสมอ ดังคำกล่าวที่ว่า “ภาพหนึ่งภาพมีคุณค่าเท่ากับคำถึงพันคำ” ดังนั้นภาพนิ่งจึงมีบทบาทมากในการออกแบบมัลติมีเดียที่มีตัวอักษรและภาพนิ่งเป็น GUI (Graphical User Interface) ภาพนิ่งสามารถผลิตได้หลายวิธี อย่างเช่น การวาด (Drawing) การสแกนภาพ (Scanning) เป็นต้น


Animation
ภาพเคลื่อนไหว ( Animation)

ภาพเคลื่อนไหวจะหมายถึง การเคลื่อนไหวของลูกสูบและวาล์วในระบบการทำงานของเครื่องยนต์ 4 จังหวะ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าใจระบบการทำงานของเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นภาพเคลื่อนไหวจึงขอบข่ายตั้งแต่การสร้างภาพด้วยกราฟิกอย่างง่าย พร้อมทั้งการเคลื่อนไหวกราฟิกนั้น จนถึงกราฟิกที่มีรายละเอียดแสดงการเคลื่อนไหว ในวงการธุรกิจจะใช้ Autodesk Animator ซึ่งมีคุณสมบัติดีทั้งในด้านของการออกแบบกราฟิกละเอียดสำหรับใช้ในมัลติมีเดียตามต้องการ



Jpeg joint photographer s experts group file
JPEG (Joint Photographer's Experts Group File)

  • ภาพที่ต้องการนำเสนอมีความละเอียดสูง และใช้สีจำนวนมาก (สนับสนุนถึง 24 bit color)

  • ต้องการบีบไฟล์ตามความต้องการของผู้ใช้

  • ไฟล์ชนิดนี้มักจะใช้กับภาพถ่ายที่นำมาสแกน และต้องการนำไปใช้บนอินเทอร์เน็ต เพราะให้ความคมชัดและความละเอียดของภาพสูง


  • จุดเด่น

    • สนับสนุนสีได้ถึง 24 bit

    • สามารถกำหนดค่าการบีบไฟล์ได้ตามที่ต้องการ

    • มีระบบแสดงผลแบบหยาบและค่อยๆ ขยายไปสู่ละเอียดในระบบ Progressive

    • มีโปรแกรมสนับสนุนการสร้างจำนวนมาก

    • เรียกดูได้กับ Graphics Browser ทุกตัว

    • ตั้งค่าการบีบไฟล์ได้ (compress files)

  • จุดด้อย

    • ทำให้พื้นของรูปโปร่งใสไม่ได้

    • ข้อเสียของการบีบไฟล์ (Compress File)


Gif graphics interlace file
GIF (Graphics Interlace File)

  • ภาพกราฟิกสกุล GIF พัฒนาโดยบริษัท CompuServe จัดเป็นไฟล์ภาพสำหรับการเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ยุคแรก เนื่องจากมีลักษณะเด่น คือ

    • สามารถใช้งานข้ามระบบ (Cross Platform)

    • มีขนาดไฟล์ต่ำ จากเทคโนโลยีการบีบอัดภาพ ทำให้สามารถส่งไฟล์ภาพได้รวดเร็ว

    • สามารถทำพื้นของภาพให้เป็นพื้นแบบโปร่งใสได้ (Transparent)

    • มีระบบแสดงผลแบบหยาบและค่อยๆ ขยายไปสู่ละเอียดในระบบ Interlace

    • มีโปรแกรมสนับสนุนการสร้างจำนวนมาก

    • เรียกดูได้กับ Graphics Browser ทุกตัว

    • ความสามารถด้านการนำเสนอแบบภาพเคลื่อนไหว (GIF Animation)


  • จุดด้อย

    • ไฟล์ชนิดนี้ก็มีจุดด้อยในเรื่องของการแสดงสี ซึ่งแสดงได้เพียง 256 สี ทำให้ การนำเสนอภาพถ่าย หรือภาพที่ต้องการความคมชัดหรือภาพสดใส จะต้องอาศัยฟอร์แมตอื่น


GIF : 608 KB

JPG : 480 KB


Png portable network graphics
PNG (Portable Network Graphics)

  • ไฟล์สกุลล่าสุดที่นำจุดเด่นของไฟล์ GIF และ JPEG มาพัฒนาร่วมกัน ทำให้ภาพในสกุลนี้แสดงผลสีได้มากกว่า 256 สี และยังสามารถทำพื้นภาพให้โปร่งใสได้ จึงเป็นไฟล์ภาพที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันด้วยอีกสกุลหนึ่ง คุณสมบัติของภาพคือ

    • สามารถใช้งานข้ามระบบ (Cross Platform)

    • ขนาดไฟล์เล็ก

    • สามารถทำภาพโปร่งใสจากสีพื้น 256 ระดับ

    • แสดงภาพแบบสอดประสานเช่นเดียวกับ GIF โดยมีความคมชัดที่ดีกว่า

    • มีคุณสมบัติ Gamma ทำให้ภาพสามารถปรับตัวเองได้ตามจอภาพ และปรับระดับความสว่างที่แท้จริงตามที่ควรจะเป็น


  • จุดเด่น

    • สนับสนุนสีได้ถึงตามค่า True color (16 bit, 32 bit หรือ 64 bit)

    • สามารถกำหนดค่าการบีบไฟล์ได้ตามที่ต้องการ

    • มีระบบแสดงผลแบบหยาบและค่อยๆ ขยายไปสู่ละเอียด (Interlace)

    • สามารถทำพื้นโปร่งใสได้

  • จุดด้อย

    • หากกำหนดค่าการบีบไฟล์ไว้สูง จะใช้เวลาในการคลายไฟล์สูงตามไปด้วย แต่ขนาดของไฟล์จะมีขนาดต่ำ

    • ไม่สนับสนุนกับ Graphic Browser รุ่นเก่า สนับสนุนเฉพาะ IE 4 และ Netscape 4

    • ความละเอียดของภาพและจำนวนสีขึ้นอยู่กับ Video Card

    • โปรแกรมสนับสนุนในการสร้างมีน้อย


คำแนะนำในการใช้ไฟล์กราฟิกคำแนะนำในการใช้ไฟล์กราฟิก

  • ควรออกแบบกราฟิกโดยใช้ชุดสีสำหรับเว็บ (Web Palette หรือ Web-Safe Color) เพราะสามารถแน่ใจได้ว่า ผู้ใช้ทุกคนจะได้เห็นสีเหมือนกัน และไม่เกิดการนำสีใกล้เคียงมาทดแทน (Dithering) สีจริงขึ้น แต่ข้อเสียของการใช้ชุดสีสำหรับเว็บคือ จำนวนสีจำกัดเพียง 216 สีเท่านั้น

  • ควรทำงานในระบบสีแบบ RGB เนื่องจากเมื่อมีการบันทึกไฟล์เป็น GIF จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของ สีอินเด็กซ์(Index color) เมื่อกราฟิกอยู่ในระบบสีแบบอินเด็กซ์ สีจะถูกกำหนดด้วยชุดสีที่มีอยู่ จะไม่สามารถเพิ่มเติมเข้าไปใหม่ได้ ดังนั้นเพื่อความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนแก้ไขจึงควรทำงานในระบบสี RGB


คำแนะนำในการใช้ไฟล์กราฟิกคำแนะนำในการใช้ไฟล์กราฟิก

  • ย่อดีกว่าขยายขนาดรูปภาพ เนื่องจากกราฟิกในเว็บมีความละเอียดต่ำอยู่แล้ว เมื่อมีการขยายขนาดขึ้นโปรแกรมกราฟิกจะไม่สามารถให้รายละเอียดของรูปได้มากนัก ในทางตรงกันข้าม เราสามารถย่อขนาดรูปภาพให้เล็กลงได้เล็กน้อย โดยไม่ทำให้คุณภาพของรูปลดลง ดังนั้นในกระบวนการเลือกรูปภาพที่จะนำมาใช้จากซีดีรอม หรือจากการสแกนรูป จึงควรเลือกขนาดที่ใหญ่กว่าขนาดที่เราต้องการใช้เล็กน้อย และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ควรเก็บรูปต้นฉบับไว้โดยไม่ทำการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย เผื่อว่าเมื่อย่อรูปจนเล็กเกินไปหรือขยายใหญ่จนเกินไป จะได้กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง

  • เลือกใช้รูปแบบกราฟิกให้เหมาะสม เช่น รูปที่เป็นลายเส้นหรือมีสีพื้น ๆ เป็นส่วนใหญ่ ควรเลือกใช้รูปแบบ GIF ขณะที่รูปถ่าย หรือภาพวาดควรใช้รูปแบบ JPEG


Animation1
ภาพเคลื่อนไหว คำแนะนำในการใช้ไฟล์กราฟิก: Animation

  • รูปแบบของแฟ้มภาพเคลื่อนไหว

    • GIF เป็นรูปแบบหนึ่งของภาพเคลื่อนไหวที่นิยมใช้งานบนอินเตอร์เน็ต โดยการสร้างภาพเคลื่อนไหว 1 ภาพจากการรวมหลายภาพเข้าด้วยกัน โดยสามารถเล่นวนได้หลายรอบแล้วแต่การกำหนด ซึ่งสร้างได้จากโปรแกรมสร้างภาพเคลื่อนไหวพวก Ulead GIF Animator

    • SWF เป็นรูปแบบหนึ่งของภาพเคลื่อนไหว พัฒนาโดยบริษัท Macromedia เป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่สามารถนำไฟล์มัลติมีเดียมารวมกันทั้งภาพและเสียง และยังโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ด้วย เช่น การกดปุ่ม การเปลี่ยนภาพเมื่อคลิกเมาส์ เป็นต้น โดยใช้โปรแกรมเช่น Macromedia Flash, SWiSH


คำแนะนำในการใช้ภาพเคลื่อนไหวคำแนะนำในการใช้ภาพเคลื่อนไหว

  • การใช้ภาพและสีจำนวนมากหรือภาพขนาดใหญ่เกินไป จะทำให้แฟ้มมีขนาดใหญ่มากตามไปด้วย และทำให้การบรรจุลงหน้าเว็บช้ามาก ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือ ใช้แฟ้มภาพขนาดเล็กและให้มีการเคลื่อนไหวเฉพาะบางส่วนของภาพเท่านั้น


Interactive links
การเชื่อมโยงแบบปฏิสัมพันธ์ (Interactive Links)

  • การเชื่อมโยงแบบปฏิสัมพันธ์จะหมายถึงการที่ผู้ใช้มัลติมีเดียสามารถเลือกข้อมูลได้ตามต้องการ โดยใช้ตัวอักษรหรือปุ่มสำหรับตัวอักษรที่จะสามารถเชื่อมโยงได้จะเป็นตัวอักษรที่มีสีแตกต่างจากอักษรตัวอื่น ๆ ส่วนปุ่มก็จะมีลักษณะคล้ายกับปุ่มเพื่อชมภาพยนตร์ หรือคลิกลงบนปุ่มเพื่อเข้าหาข้อมูลที่ต้องการ หรือเปลี่ยนหน้าต่างของข้อมูลต่อไป


Link

Back


Video
วีดิ ทัศน์ (Video)

  • การใช้มัลติมีเดียในอนาคตจะเกี่ยวข้องกับการนำเอาภาพยนตร์วีดิทัศน์ ซึ่งอยู่ในรูปของดิจิตอลรวมเข้าไปกับโปรแกรมประยุกต์ที่เขียนขึ้น โดยทั่วไปของวีดิทัศน์จะนำเสนอด้วยเวลาจริงที่จำนวน 30 ภาพต่อวินาทีในลักษณะนี้จะเรียกว่าวีดิทัศน์ดิจิตอล (Digital Video)คุณภาพของวีดิทัศน์ดิจิตอลจะทัดเทียมกับคุณภาพที่เห็นจอโทรทัศน์ ดังนั้นทั้งวีดิทัศน์ ดิจิตอลและเสียงจึงเป็นส่วนที่ผนวกเข้าไปสู่การนำเสนอและการเขียนโปรแกรมมัลติมีเดีย วีดิทัศน์สามารถนำเสนอได้ทันทีด้วยจอคอมพิวเตอร์ ในขณะที่เสียงสามารถเล่นออกไปยังลำโพงภายนอกได้โดยผ่านการ์ดเสียง (Sound Card)


Video1
Video

  • VDO นับเป็นสื่ออีกรูปหนึ่งที่นิยมใช้กับเทคโนโลยีมัลติมีเดีย เนื่องจากสามารถแสดงผลได้ทั้งภาพเคลื่อนไหว และเสียงไปพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดความน่าสนใจในการนำเสนอ โดยมีนามสกุลที่นิยมดังนี้ movavi mpg mp4 3gp


Wmv windows media video
WMV : Windows Media Video

  • Windows Media Video Used in the Windows media Player this is used to stream and download and play audio and video content.


Avi audio video interleave
AVI (Audio / Video Interleave)

  • เป็นฟอร์แมตที่พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟต์ เรียกว่า Video for Windows มีนามสกุลเป็น .aviปัจจุบันมีโปรแกรมแสดงผลติดตั้งมาพร้อมกับชุด Microsoft Windows คือ Windows Media Player


Mpeg moving pictures experts group
MPEG - Moving Pictures Experts Group

  • รูปแบบของไฟล์ที่มีการบีบอัดไฟล์ เพื่อให้มีขนาดเล็กลง โดยใช้เทคนิคการบีบข้อมูลแบบ Inter Frame หมายถึง การนำความแตกต่างของข้อมูลในแต่ละภาพมาบีบ และเก็บ โดยสามารถบีบข้อมูลได้ถึง 200 : 1 หรือเหลือข้อมูลเพียง 100 kb/sec โดยคุณภาพยังดีอยู่ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดย MPEG-1 มีนามสกุล คือ .mpg ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเป็น .mp4


Sound
เสียง : Sound

  • เสียง เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการรับรู้รองมาจากประสาทตา จากการวิจัยพบว่า มนุษย์เรียนรู้จากการได้ยิน 11% และจำได้จากการได้ยิน 20% ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการเรียนรู้จากการมองเห็นซึ่งพบว่า มนุษย์เรียนรู้จากการมองเห็น 83% และจำได้จากการมองเห็น 30% แล้วจะเห็นว่าการเรียนรู้จากการได้ยินได้ฟังเพียงอย่างเดียว ยังมีประสิทธิภาพน้อยกว่าการเรียนรู้และการจำจากการมองเห็นอยู่มาก แต่หากผู้สอนสามารถออกแบบการเรียนรู้ให้ผู้เรียนใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 2 ทาง การเรียนรู้โดยการได้ยินและได้เห็นจะสูงถึง 94% และการจำได้จะเพิ่มเป็น 50% เมื่อเทียบกับช่องทางอื่น ๆ ที่เหลือ ตามธรรมชาติเสียงที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปนั้นเป็นสัญญาณ analog ดังนั้น จึงต้องทำการเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของ digital เพื่อสามารถบันทึกลงในคอมพิวเตอร์ได้


คำแนะนำในการใช้ไฟล์วีดีโอคำแนะนำในการใช้ไฟล์วีดีโอ

  • ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้วิดีโอบนเว็บ ควรใช้ไฟล์แบบ Streaming ขนาดเล็กประมาณ 160x120 pixel ถ้าใช้บนแผ่น CD 320x240 pixel ถ้าใช้ QuickTime ควรใส่ QuickTime Player ลงไปด้วย เป็นต้น

  • ใช้เพื่อแสดงสิ่งที่เป็นการสาธิต การจำลองสถานการณ์ ที่ใช้สื่ออื่นแสดงแทนไม่ได้


รูปแบบเสียงคำแนะนำในการใช้ไฟล์วีดีโอ

  • เสียงบรรยายหรือเสียงพูด (Speech / Narration)

  • เสียงเอฟเฟ็กต์(Sound Effect)

  • เสียงดนตรีประกอบ (Music Background)


Speech narration
เสียงบรรยายหรือเสียงพูด (Speech / Narration)

  • เป็นรูปแบบที่พบเห็นในบทเรียนทั่วไป จุดเด่นจะอยู่ที่การเลือกเสียงให้สอดคล้องกับเนื้อหา สอดคล้องกับระดับผู้เรียน มีความชัดเจน และผู้บรรยายมีลีลาการใช้เน้นถ้อยคำที่น่าสนใจชวนติดตามจุดเด่นดังกล่าวนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ จุดเด่นด้านคุณภาพเสียง และจุดเด่นด้านการออกแบบเสียง

  • การออกแบบเสียงสำคัญอยู่ที่การเตรียมบทเสียง (Sound Script) ผู้ออกแบบบทเสียงจะต้องออกแบบการใช้ถ้อยคำ ให้สละสลวย สื่อความหมาย กะทัดรัด จูงใจ มีจังหวะคล้องจองกับการนำเสนอภาพ และข้อความหน้าจอ และสอดคล้องกับตัวผู้เรียน เทคนิคเพิ่มเติมคือ การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกที่จะฟังเสียง หรือไม่ฟังเสียงบรรยายได้ รวมทั้งการออกแบบให้ผู้เรียนควบคุมความดังของเสียงได้สะดวก


ข้อบกพร่องของการออกแบบเสียข้อบกพร่องของการออกแบบเสียง

  • ข้อบกพร่องของการออกแบบเสียงที่พบบ่อยก็คือ การให้ผู้บรรยายอ่านตามข้อความหน้าจอ ซึ่งดูเหมือนเป็นการอ่านการฟัง ลักษณะนี้มีผลเสียมากกว่าผลดี ผลเสียคือ ผู้เรียนจะสับสน ระหว่างเสียงที่ได้ยินกับข้อความที่ตนเองกำลังอ่านอยู่ ผู้เรียนบางคนอ่านเร็วกว่าเสียงบรรยาย บางคนอ่านช้ากว่าเสียงบรรยาย การปรับความเร็วในการอ่านของผู้เรียนให้พอดีกับเสียงบรรยายทำได้ยาก วิธีการ แก้ไขทำได้หลายวิธีเช่น การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนคลิกปุ่มเพื่อฟัง หรือปิดเสียงบรรยาย หรือการออกแบบให้มีเสียงบรรยายเฉพาะการสรุปความคิดรวบยอด หรือการนำเข้าสู่การเรียนรู้ในส่วนเนื้อหา


Sound effect
เสียงข้อบกพร่องของการออกแบบเสียเอฟเฟ็กต์(Sound Effect)

  • เสียงเอฟเฟ็กต์(เสียงประกอบ) จำแนกเป็น 2 ประเภทหลักคือ Synchronized Sound ซึ่งเป็นเสียงหลักที่เกิดจากการกระทำ (Action) โดยตรงจากจอภาพ มักจะเป็นสัญญาณเสียงสั้น ๆ เช่น เสียงแก้วแตก ลูกโป่งแตก เคลื่อนย้ายสิ่งของ การลากเส้น การกระพริบ หรือ Highlight ภาพหรือตัวอักษร อีกประเภทหนึ่งคือ เสียงฉากหลัง (Background Sound) เป็นเสียงที่ยาวนานกว่าและทำให้ผู้เรียนเกิดอารมณ์ และความรู้สึกคล้อยตามเนื้อหา หรือภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏบนหน้าจอ ในการออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์นั้น ผู้ออกแบบจะใช้เสียงฉากหลังนี้ ประกอบการเสนอหัวเรื่อง หรือบทนำ เพื่อช่วยสร้างความน่าสนใจของบทเรียน และอาจใช้เสียงรูปแบบนี้นำเสนอเนื้อหาส่วนอื่น ๆ ได้ด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบ ว่าเห็นสมควรจะใช้ อย่างไรใน


รูปแบบของแฟ้มเสียงข้อบกพร่องของการออกแบบเสีย

  • WAV (Wave File) แฟ้มเสียงที่มักจะคุ้นเคยกันมากที่สุด เป็นรูปแบบของแฟ้มเสียงที่ใช้กันเป็นส่วนมากในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ใช้เวลาในการถ่ายโอนนาน เนื่องจากไม่ได้ผ่านเทคโนโลยีการบีบอัดให้เป็นแฟ้มขนาดเล็ก

  • MIDI (Musical Instrument Digital Interface : 31.25 Kbs data rate) เป็นรูปแบบของเสียงเพลงดิจิทัล ที่สามารถสร้างได้จากโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ เช่น Cake Walk หรือเครื่องดนตรีต่าง ๆ ที่สามารถ ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ได้ เนื่องจากไฟล์ตระกูล midi หรือ mid นี้มีขนาดเล็กจึงสามารถไปประยุกต์ใช้งานได้หลายอย่าง และนิยมใช้เป็นเสียงแบคกราวด์ในหน้าเว็บ


รูปแบบของแฟ้มเสียงข้อบกพร่องของการออกแบบเสีย

  • MP3 เป็นวิธีการบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็กลง โดยใช้มาตรฐาน MPEG นั้นจะบีบอัดข้อมูลที่เป็นไฟล์ ซึ่งเป็นพวกเพลงเสียงประกอบที่ใช้ในเว็บ เนื่องจากมันมีขนาดเล็กมากกว่าไฟล์ Wave หรือไฟล์เสียงทั่วไปประมาณ 10 เท่า แฟ้มเสียงเพื่อการส่งผ่านอินเตอร์เน็ตในรูปแบบ Streaming


การรวมองค์ประกอบของมัลติมีเดีย

  • พื้นฐานของมัลติมีเดียจะต้องมีองค์ประกอบมากกว่า 2 องค์ประกอบเป็นอย่างน้อย เช่นใช้ตัวอักษรร่วมกับการใช้สีที่แตกต่างกัน 2-3 สี ภาพศิลป์ ภาพนิ่ง จากการวาดหรือการสแกน นอกนั้นก็อาจมีเสียงและวีดิทัศน์ร่วมอยู่ด้วยก็ได้ การใช้มัลติมีเดียที่นิยมกันมี 2 แบบ แบบแรกคือ การใช้มัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอและแบบที่สอง คือ การใช้มัลติมีเดียเพื่อการฝึกอบรม หรือ การเรียนรู้ในด้านของการใช้จะนิยมใช้โปรแกรมชุดนำเสนอ Presentation Packages)และชุดประพันธ์ (Authoring Packages)


1 presentation packages
1 .ชุดนำเสนอ (Presentation Packages)

  • ชุดนำเสนอเป็นโปรแกรมที่พัฒนาจากแนวคิดของการใช้เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะมาเป็นการนำเสนอโดยคอมพิวเตอร์ และโปรเจกเตอร์แทนชุดนำเสนอจะสามารถสร้างข้อความที่มีสีสรร ภาพกราฟิก แผนภูมิ แผนภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และ วีดิทัศน์ เหล่านี้สามารถสร้างจากโปรแกรมไมโครซอฟต์เพาว์เวอร์พอยท์(Microsoft’s PowerPoint)และคอมเพล (Asymmetry’s compel)


2 authoring packages
2 .ชุดประพันธ์(Authoring Packages)

  • ชุดประพันธ์เป็นชุดที่ใช้เพื่อพัฒนาโปรแกรมด้านมัลติมีเดีย มีฟังก์ชั่น (Function)ต่าง ๆ ให้ใช้ชุดประพันธ์จึงเป็นชุดที่ทำให้ผู้ใช้สามารถออกแบบโปรแกรมการสอนในห้องเรียนได้ตามความต้องการไม่ว่าจะเป็นการใช้ข้อความ ภาพ กราฟิก เสียง และวีดิทัศน์ ในการฝึกอบรมหรือการฝึกทบทวนโปรแกรมชุดประพันธ์ที่ใช้กันก็มีมัลติมีเดียทูลบุค(Multimedia ToolBook)ออร์เธอร์แวร์โปรเฟสชั่นนอล(Authorware Professional)เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเขียนเป็นโปรแกรมฝึกอบรมหรือการสอนแล้วยังสามารถนำชุดประพันธ์มาใช้เขียนการนำเสนอแบบแรกได้อีกด้วย


Multimedia system
ระบบสื่อ มัลติมีเดีย (Multimedia System)

Analog &

Digital Signal

Analog &

Digital Signal

Digital Signal

Input

Process

Output

Storage


Computer instruction
บทเรียนคอมพิวเตอร์ (Computer Instruction)

หมายถึง การเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยหรือบทเรียนที่นำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์

แบ่งได้เป็น 3 ยุค

1) ยุคบุกเบิก ก่อนปี คศ.1990

2) ยุคที่สอง คศ.1990 ถึง 2000

3) ยุคปัจจุบัน หลังปี คศ.2000


ยุคบุกเบิก (ก่อนปี คศ.1990)

ยุคของบทเรียนคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานแบบเพียงลำพัง (Standalone Based)

CAI (Computer Aided Instruction)

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

CBE (Computer Based Education)

การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

CBI (Computer Based Instruction)

การเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์


ยุคบุกเบิก (ก่อนปี คศ.1990)

CBL (Computer Based Learning)

การเรียนรู้ด้วยคอมพิวเตอร์

CAL (Computer Assisted Learning)

การเรียนรู้ด้วยคอมพิวเตอร์

CEI (Computer Enriched Instruction)

การปรับปรุงการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย

CBT (Computer Based Training)

การฝึกอบรมด้วยคอมพิวเตอร์

CMI (Computer Managed Instruction)

การเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์จัดการ


1990 2000
ยุคที่สอง (ปี คศ.1990 - 2000)

ยุคของบทเรียนคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์(Network Based)

WBI (Web Based Instruction)

เว็บช่วยสอน หรือ การเรียนการสอนด้วยเว็บ

WBT (Web Based Training)

การฝึกอบรมด้วยเว็บ

NBI (Net Based Instruction)

การเรียนการสอนด้วยเน็ต


1990 20001
ยุคที่สอง (ปี คศ.1990 - 2000)

NBL (Net Based Learning)

การเรียนรู้ด้วยเน็ต

IBT (Internet Based Training)

การฝึกอบรมด้วยอินเตอร์เน็ต

OL (Online Learning)

การเรียนรู้ออนไลน์


ยุคปัจจุบัน (หลังปี คศ.2000)

ยุคของบทเรียนคอมพิวเตอร์ในลักษณะของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานบนอินเตอร์เน็ต(Internet Based)

e-Learning การเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์

e-Education การศึกษาด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์

e-Training การฝึกอบรมด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์

d-Learning การเรียนรู้ทางไกลด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์

c-Learning การเรียนรู้ร่วมกันด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์

m-Learning การเรียนรู้ด้วยคอมพิวเตอร์แบบพกพา

หรือโทรศัพท์มือถือ


องค์ประกอบที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์องค์ประกอบที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์

1) การเรียนโดยใช้คอมพิวเตอร์

2) บทเรียนได้ออกแบบไว้ก่อนที่จะมีการเรียนการสอนเกิดขึ้น

3) ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนโดยตรงผ่านทางคอมพิวเตอร์

4) บทเรียนตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล


องค์ประกอบที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์องค์ประกอบที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์

1) การเรียนโดยใช้คอมพิวเตอร์

ยึดหลัก ความง่าย ความสะดวกในการใช้งาน ความสวยงามความน่าสนใจ และส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

2) บทเรียนได้ออกแบบไว้ก่อนที่จะมีการเรียนการสอนเกิดขึ้น

เน้นการออกแบบแผนการสอนอย่างเป็นระบบ ตอบสนองการเรียนรู้รายบุคคลให้มากที่สุด ตามหลักการเรียนรู้


องค์ประกอบที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์องค์ประกอบที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์

3) ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนโดยตรงผ่านทางคอมพิวเตอร์

เสริมสร้างให้ผู้เรียนเกิดพัฒนาการทางการเรียนรู้ โดยยึดตนเองเป็นหลักในการควบคุมบทเรียน และต้องเสริมสร้างความรู้สึกในทางบวกแก่ผู้เรียน มีสิทธิ์คิดและตัดสินใจ

4) บทเรียนตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล

พัฒนาให้สนองตอบต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลดังกล่าว มีความยึดหยุ่น สามารถใช้กับผู้เรียนที่มีพื้นฐานความรู้และความสามารถที่แตกต่างกันได้ดี


คุณลักษณะที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์คุณลักษณะที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์( 4 Is)

ความเป็นสารสนเทศ

ความแตกต่างระหว่างบุคคล

การให้ผลป้อนกลับโดยทันที

การมีปฏิสัมพันธ์


คุณลักษณะที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์คุณลักษณะที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์

1) ความเป็นสารสนเทศ (Information)

วิธีการคิด การออกแบบ และการพัฒนาบทเรียน ที่จะกระตุ้นให้ผู้เรียนให้เรียนรู้เนื้อหาอย่างเป็นระบบ โดยใช้หลักการและวิธีการของสารสนเทศ

2) ความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individualization)

ต้องมีลักษณะยึดหยุ่น เพื่อให้ผู้เรียนมีอิสระในการควบคุมการเรียนของตนเอง รวมทั้งการเลือกรูปแบบของกิจกรรมการเรียนที่เหมะสมตามความถนัดของตนเอง


คุณลักษณะที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์คุณลักษณะที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์

3) การมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction)

การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีโอกาสโต้ตอบกับบทเรียนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งบทเรียน

4) การให้ผลป้อนกลับโดยทันที (Immediate Feedback)

เสริมแรงตามแนวคิดของ Skinner ซึ่งเป็นจุดเด่นของบทเรียนคอมพิวเตอร์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องรอคอย



ระดับของบทเรียนคอมพิวเตอร์ระดับของบทเรียนคอมพิวเตอร์

1) บทเรียนคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม (Embedded CAI)

2) บทเรียนคอมพิวเตอร์แบบมัลติมีเดีย (Multimedia CAI)

3) บทเรียนคอมพิวเตอร์แบบปัญญาประดิษฐ์ (ICAI – Intelligent CAI)


โครงสร้างของบทเรียนคอมพิวเตอร์โครงสร้างของบทเรียนคอมพิวเตอร์

1) แบบเชิงเส้น (Linear Type)

2) แบบสาขา (Branching Type)

3) แบบลำดับขั้น (Hierarchical Type)

4) แบบผสม (Composite Type)


แบบฝึกหัด (โครงสร้างของบทเรียนคอมพิวเตอร์1)

1) “มัลติมีเดียไม่ใช่เทคโนโลยีเดี่ยวๆ เพียงลำพัง แต่เป็นการบูรณาการเทคโนโลยีหลายอย่างเข้าด้วยกัน” ประโยคดังกล่าวนี้มีความหมายอย่างไร

2) CAI และ CBT แตกต่างกันอย่างไร

3)e-Learning มีข้อแตกต่างจากบทเรียนคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม (CAI/CBT) อย่างไร

4) เพราะเหตุใดในปัจจุบัน e-Learning จึงได้รับความนิยมในการใช้ในการเรียนการสอน


ad