หลักปฏิบัติในการติดต่อสื่อสาร
Download
1 / 20

ขั้นตอนการติดต่อสื่อสาร - PowerPoint PPT Presentation


  • 113 Views
  • Uploaded on

หลักปฏิบัติในการติดต่อสื่อสาร การเตรียมการก่อนการเรียกขาน      1. ต้องจดบันทึกหรือเตรียมข้อความที่จะพูดไว้ก่อน เพื่อความรวดเร็ว การทวงถามถูกต้อง และเป็นหลักฐานในการติดต่อของสถานีตนเองอีกด้วย      2. ข้อความที่จะพูดทางวิทยุ ต้องสั้น กะทัดรัด ชัดเจน และได้ใจความ.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' ขั้นตอนการติดต่อสื่อสาร' - luz


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

หลักปฏิบัติในการติดต่อสื่อสารหลักปฏิบัติในการติดต่อสื่อสารการเตรียมการก่อนการเรียกขาน     1. ต้องจดบันทึกหรือเตรียมข้อความที่จะพูดไว้ก่อน เพื่อความรวดเร็ว การทวงถามถูกต้อง และเป็นหลักฐานในการติดต่อของสถานีตนเองอีกด้วย     2. ข้อความที่จะพูดทางวิทยุ ต้องสั้น กะทัดรัด ชัดเจน และได้ใจความ


3หลักปฏิบัติในการติดต่อสื่อสาร. ก่อนพูดต้องฟังก่อนว่าข่ายสื่อสารนั้นว่างหรือไม่ เพื่อจะได้ไม่เกิดการรบกวนการทำงานของสถานีอื่น โดยต้องใช้นามเรียกขานที่กำหนดให้เท่านั้น     4. ตรวจสอบนามเรียกขานของหน่วยงานหรือบุคคลที่จะต้องทำการติดต่อสื่อสารก่อน     5. การเรียกขานหรือการตอบการเรียก ต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติของข่ายสื่อสารการเรียกขาน


การหลักปฏิบัติในการติดต่อสื่อสารเรียกขานต้องครบองค์ประกอบ ดังนี้     - “นามเรียกขาน”  ของสถานี, บุคคลฯ ที่ถูกเรียก      - “จาก”     - “นามเรียกขาน” ของสถานี, บุคคลฯ ที่เรียก     - “เปลี่ยน”


การตอบรับการเรียกขานหลักปฏิบัติในการติดต่อสื่อสาร       การตอบในการเรียกขาน ครั้งแรกต้องตอบแบบเต็ม  ซึ่งประกอบด้วย       ก.  “นามเรียกขาน” ของสถานี, บุคคลฯ ที่เรียก        ข.  “จาก”       ค.  “นามเรียกขาน” ของสถานี, บุคคลฯ ที่ถูกเรียก       ง.  “เปลี่ยน”     


*ตัวอย่างที่  1หลักปฏิบัติในการติดต่อสื่อสาร(ศูนย์ฯ เรียก)     สายฟ้า  จาก  พิชิต เปลี่ยนลูกข่ายตอบ)  ตอบพิชิต จาก สายฟ้า  เปลี่ยน หรือ(ลูกข่ายตอบ)  จาก สายฟ้า  ว.2 เปลี่ยน (ตอบอย่างย่อ) หรือ(ลูกข่ายตอบ)  สายฟ้า  ว.2 เปลี่ยน (ตอบอย่างย่อ)


ขั้นตอนการติดต่อสื่อสารขั้นตอนการติดต่อสื่อสาร

1. การติดต่อสื่อสารโดยทั่วไปเรียกศูนย์ฯ  ที่สังกัด- การเรียกขาน / การตอบ- ใช้นามเรียกขานที่กำหนด2. แจ้งข้อความ / วัตถุประสงค์ / ความต้องการ- สั้น กะทัดรัด ชัดเจน ได้ใจความ- ใช้ประมวลสัญญาณ ว. ที่กำหนด3. จบข้อความลงท้ายคำว่าเปลี่ยน


การรับ / แจ้งเหตุฉุกเฉิน1. เมื่อพบเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งศูนย์ฯ ที่สังกัดหรือสัญญาณ ที่สามารถติดต่อสื่อสารได้2. เตรียมรายละเอียด (ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร) ของเหตุเพื่อจะได้แจ้งได้ทันที3. เมื่อแจ้งเหตุแล้วควรเปิดเครื่องรับ – ส่งวิทยุให้พร้อมไว้เพื่อจะได้ฟังการติดต่อประสานงาน รายละเอียดเพิ่มเติม


4. เมื่อแจ้งเหตุแล้วควรรายงานผลคืบหน้าในการประสานงานเป็นระยะ4. เมื่อแจ้งเหตุแล้วควรรายงานผลคืบหน้าในการประสานงานเป็นระยะ5. เมื่อมีผู้แจ้งเหตุแล้วไม่ควรสอดแทรกเข้าไป ควรฟังอย่างสงบเพื่อมิให้เกิดการรบกวนและความสับสน


มารยาทและข้อห้ามการใช้วิทยุสื่อสารมารยาทและข้อห้ามการใช้วิทยุสื่อสาร1.  ไม่ติดต่อกับสถานีที่ใช้นามเรียกขานไม่ถูกต้อง2.  ไม่ส่งข่าวสารที่เกี่ยวกับข่าวทางธุรกิจการค้า3.  ไม่ใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ หรือหยาบคายในการติดต่อสื่อสาร4.  ไม่แสดงอารมณ์โกรธในการติดต่อสื่อสาร


5.  ห้ามการรับส่งข่าวสารอันมีเนื้อหาละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมือง6.  ไม่ส่งเสียงดนตรี รายการบันเทิง และการโฆษณาทุกประเภท7.  ให้โอกาสสถานีที่มีข่าวสำคัญ เร่งด่วน ข่าวฉุกเฉิน ส่งข่าวก่อน8.  ไม่ควรยินยอมให้ผู้อื่นใช้เครื่องวิทยุคมนาคม9.  ห้ามติดต่อสื่อสารในขณะมึนเมาสุราหรือควบคุมสติไม่ได้10. ในกรณีที่มีเรื่องเร่งด่วนต้องการส่งแทรกหรือขัดจังหวะการส่งข่าวควรรอจังหวะที่คู่สถานีจบข้อความที่สำคัญก่อนแล้วจึงส่ง


การใช้และการ ห้ามการรับส่งข่าวสารอันมีเนื้อหาละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมืองบำรุงรักษา

เครื่องวิทยุคมนาคม


เครื่องรับ–ส่งวิทยุคมนาคมเครื่องรับ–ส่งวิทยุคมนาคม1. การใช้เครื่องวิทยุคมนาคมชนิดมือถือไม่ควรอยู่ใต้สายไฟฟ้าแรงสูง ต้นไม้ใหญ่ สะพานเหล็ก หรือสิ่งกำบังอย่างอื่นที่เป็นอุปสรรคในการใช้ความถี่วิทยุ2. ก่อนใช้เครื่องวิทยุคมนาคมให้ตรวจดูว่าสายอากาศ หรือสายนำสัญญาณต่อเข้ากับขั้วสายอากาศเรียบร้อยหรือไม่3. ขณะส่งออกอากาศไม่ควรเพิ่มหรือลดกำลังส่ง (HI – LOW)4. ในการส่งข้อความ หรือพูดแต่ละครั้งอย่ากดสวิทซ์ (PTT) ไม่ควรส่งนานเกินไป (เกินกว่า 30 วินาที)


สายอากาศเครื่องรับ–ส่งวิทยุคมนาคม1.  ความยาวของสายอากาศจะต้องสัมพันธ์กับความถี่วิทยุที่ใช้งาน2.  สายอากาศชนิดชัก ต้องชักสายอากาศให้สุดในขณะใช้งาน และเก็บทีละท่อน


สูตรการคำนวณหาความยาวคลื่นสูตรการคำนวณหาความยาวคลื่น

วิธีการคำนวณหาความยาวคลื่น(แลมด้า)เรื่องง่ายๆที่นักวิทยุหลายคนยังไม่รู้

วิธีการคำนวณความยาวคลื่นความถี่เรามีจุดประสงค์ในการคำนวณอยู่ 2 อย่างคือ1. ต้องการคำนวณเพื่อจะนำไปสร้างสายอากาศ    สูตร = 300 / ความถี่ต้องการคำนวณ * ค่า Vilocityของท่ออะลูมิเนียม


2.ต้องการคำนวณเพื่อจะนำไปตัดสายนำสัญญาณให้ได้ขนาดที่ถูกต้องตามตำรา2.ต้องการคำนวณเพื่อจะนำไปตัดสายนำสัญญาณให้ได้ขนาดที่ถูกต้องตามตำรา  สูตร = 300 / ความถี่ต้องการคำนวณ * ค่า Vilocityของสายนำสัญญาณ พื้นฐานการคำนวณเพื่อหาความยาวคลื่น   สูตร   =  300  หารด้วยความถี่ที่เราต้องการจะคำนวณ    เช่น ความถี่ 165MHz           =  300 / 165             =   181 cm.


คำตอบ2.ต้องการคำนวณเพื่อจะนำไปตัดสายนำสัญญาณให้ได้ขนาดที่ถูกต้องตามตำรา        คือ ย่านความถี่ 165mhz จะมีความยาวคลื่นเท่ากับ 181 ซม. หรือ 1 แลมด้านี้คือการคำนวณความยาวคลื่นแบบพื้นฐานเท่านั้นแต่ถ้าเราต้องการนำไปใช้งานจริงต้องคูณค่า Vilocity Factor เข้าไปด้วยเช่นเราต้องการคำนวณหาความยาวของสายนำสัญญาณเราก็จะได้สูตรดังนี้

สูตรการคำนวณ300   หารด้วยความถี่ที่ต้องการคำนวณ  แล้วคูณด้วยค่า Vilocity Factor ของสายชนิดนั้นๆ


ตัวอย่าง2.ต้องการคำนวณเพื่อจะนำไปตัดสายนำสัญญาณให้ได้ขนาดที่ถูกต้องตามตำรา     ผมใช้สายนำสัญญาณ RG8  ซึ่งมีค่า Vilocityเท่ากับ 0.66 ใช้กับความถี่ 165MHz        =   300/165 *0.66         = 120.0 cmเราจะได้ค่าความยาวของสายนำสัญญาณ 1 แลมด้าสำหรับย่านความถี่ 165MHz ยาวเท่ากับ 120.0Cm


วิธีการคำนวณเพื่อแบ่งสายนำสัญญาณให้เป็นท่อสั้นลง  วิธีการคำนวณเพื่อแบ่งสายนำสัญญาณให้เป็นท่อสั้นลง     ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ   1/4 แลมด้าคือการนำความยาว 1 แลมด้ามาหารด้วย 4    1/8 แลมด้าคือการนำความยาว 1 แลมด้ามาหารด้วย 8   1/16 แลมด้าคือการนำความยาว 1 แลมด้ามาหารด้วย 16


ตัวอย่างวิธีการคำนวณเพื่อแบ่งสายนำสัญญาณให้เป็นท่อสั้นลง   ความถี่ 165Mhz สายนำสัญญาณชนิด RG8 ยาว 1แลมด้าเท่า 120ซม.      ต้องการ 1/4 แลมด้า    = 120/4*1    = 30cm

ต้องการ 3/4 แลมด้า    = 120/ 4 * 3    = 90cm


ต้องการ 5/4 วิธีการคำนวณเพื่อแบ่งสายนำสัญญาณให้เป็นท่อสั้นลง  แลมด้า    = 120/ 4 * 5    = 150cmต้องการ 5/8 แลมด้า    = 120/ 8 *5    = 75cm


ad