Textile l.jpg
This presentation is the property of its rightful owner.
Sponsored Links
1 / 19

ความรู้เกี่ยวกับเส้นใย textile: ผ้า สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ผลิตจากเส้นใย ด้วยวิธีการทอ / วิธีอื่น PowerPoint PPT Presentation


  • 155 Views
  • Uploaded on
  • Presentation posted in: General

ความรู้เกี่ยวกับเส้นใย textile: ผ้า สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ผลิตจากเส้นใย ด้วยวิธีการทอ / วิธีอื่น. คุณสมบัติของเส้นใย 1.คุณสมบัติหลัก( primary properties ) 2.คุณสมบัติรอง( secondary properties ). คุณสมบัติหลัก. อัตราส่วนความยาวต่อความกว้าง ปกติควรมีเท่ากับ100เส้นใยส่วนใหญ่จะมีมากกว่านี้

Download Presentation

ความรู้เกี่ยวกับเส้นใย textile: ผ้า สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ผลิตจากเส้นใย ด้วยวิธีการทอ / วิธีอื่น

An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Presentation Transcript


Textile l.jpg

ความรู้เกี่ยวกับเส้นใยtextile: ผ้า สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ผลิตจากเส้นใย ด้วยวิธีการทอ/วิธีอื่น

คุณสมบัติของเส้นใย

1.คุณสมบัติหลัก(primary properties)

2.คุณสมบัติรอง(secondary properties)


Slide2 l.jpg

คุณสมบัติหลัก

  • อัตราส่วนความยาวต่อความกว้าง ปกติควรมีเท่ากับ100เส้นใยส่วนใหญ่จะมีมากกว่านี้

  • โมเลกุลหลายๆโมเลกุลมาเรียงตัวกันเป็นโซ่ยาวเรียกว่า โพลีเมอร์(polymer)

  • จำแนกเส้นใยโดยวัดขนาดความยาวเป็น 2 ชนิด เส้นใยที่วัดเป็นนิ้วเรียกเส้นใยสั้น(Staplefibers)เส้นใยวัดเป็นเมตร หลา กิโลเมตร ไมล์เรียกเส้นใยยาว(Filament fibles)


Tenacity l.jpg

ความเหนียว(Tenacity)

  • เส้นใยยาววัดเป็นกรัมต่อดีเนียร์

  • ผ้าโดยทั่วไปควรทอด้วยเส้นใยที่มีความเหนียวอย่างต่ำ2.5 กรัม/ดีเนียร์

  • ผ้าที่มีความเหนียวไม่ใช่ทอจากเส้นใยที่มีความเหนียวอย่างเดียวมีคุณสมบัติอื่นประกอบด้วยเช่นใยขนสัตว์

  • เส้นใย ฝ้าย ลินิน รามี เพิ่มความเหนียวเมื่อเปียก

  • เส้นใยไหม ขนสัตว์ลดความเหนียวลงเมื่อเปียกเช่นเดียวกับใยสังเคราะห์จากเซลลูโลส ใยโปรตีนสังเคราะห์


Flexibilty l.jpg

ความโค้งงอได้(flexibilty)

  • ความสามารถในการเข้าเกลียวได้

  • เมื่อนำทอเป็นผ้าสามารถปรับเข้ารูปร่างได้

  • นุ่ม อ่อนตัว จับจีบได้ดี


Cohesiveness uniformity l.jpg

แรงดึงดูดหรือแรงเกาะกัน(Cohesiveness)ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน(Uniformity)

คุณสมบัติรอง

*รูปร่างของเส้นใย

*ความหนาแน่นและความถ่วงจำเพาะ บอกถึงนน.ของผ้า ความหนาแน่นวัดเป็นกรัม/ลบ.ซม. ความถ่วงจำเพาะคือเมื่อเปรียบเทียบกับนน.ของน้ำที่มีปริมาตรเท่ากันที่T4องศาc


Slide6 l.jpg

การดูดซึมน้ำและความชื้น

  • ความสามารถของเส้นใยในการดูดความชื้นในอากาศ

  • Hygroscopicity ความสามารถของเส้นใยหรืดผ้าดูดความชื้นในอากาศและไม่ทำให้รู้สึกเปียก

  • Moisture regain เส้นใยดูดความชื้นได้ในบรรยากาศทดสอบเส้นใยคือความชื้นสัมพัทธ์ 65%T70องศาF

  • เส้นใยที่ดูดซึมน้ำได้ดีสามารถย้อมติดสีดีด้วย

  • เส้นใยเซลลูโลสมีกลุ่มไฮดรอกซิลมากโมเลกุลเรียงตัวไม่เป็นระเบียบดูดซึมน้ำดีซึ่งตรงข้ามกับใยสังเคราะห์


Elongation l.jpg

ความยืดได้(Elongation)

  • ความสามารถยืดของเส้นใยถึงจุดๆหนึ่ง คิดเป็น%การผลิตเส้นใยควรมีอย่างต่ำ10%

  • ลินินมี%การยืดน้อยมากคือ2.0 ฝ้าย 3.7 ขนสัตว์ 25

  • สแปนเด็กซ์ 500


Resilience l.jpg

ความยืดหยุ่น(Elastic Recovery)เมื่อดึงยืดเส้นใยสามารถสปริงตัวกลับเท่าเดิมเรียกมีความยืดหยุ่นได้100%ขึ้นอยู่กับเวลา ขนาดความยืด เมื่อทอเป็นผ้าจะทนยับทนต่อการเสียดสี คงรูป

ความคืนตัว(Resilience)เมื่อนำไปใช้สามารถคืนสภาพเดิมได้เร็ว เช่นพรมเช็ดเท้า เสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์


Slide9 l.jpg

ความทนต่อการเสียดสี: ความคงสภาพเดิมไว้ได้นานเมื่อได้รับการเสียดสี ใยที่ทนได้ดีเยี่ยมได้แก่ ไนลอน โอลิฟิน ได้ดีได้แก่ฝ้าย โพลิเอสเตอร์ ทนได้ต่ำคืออาซิเตด ใยแก้ว

ความคงรูปของเส้นใย:ความสามารถในการรักษารูปทรงไว้ได้นานเมื่อใช้งาน แม้จะถูกความร้อน ความเย็น ความชื้น ขนสัตว์จะหดง่ายเพราะโครงสร้างเป็นสเกลซ้อนกัน เรยองเมื่อเปียกจะยืด


500 f l.jpg

การทนต่อความร้อน คุณสมบัตินี้มีผลต่อการซักรีด ใยสังเคราะห์ไม่ทนต่อความร้อน ใยลินินทนต่อความร้อนได้ถึง500องศาF

การนำไฟฟ้าผ้าที่ดูดซึมน้ำได้ดีจะเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ไม่ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต


Slide11 l.jpg

ความมัน(Luster) ทำให้ผ้ามีความงาม ขึ้นอยู่กับปริมาณสะท้อนแสงของเส้นใย พื้นผิวของผ้า สีของผ้า สารติตาเนียมไดอ๊อกไซด์ช่วยลดความมันใช้กับผ้าใยสังเคราะห์

ความโปร่งแสงความโปร่งแสงของผ้าทำให้แสงผ่านได้ ผ้าจะดูบางหรือหนามากน้อยขึ้นอยู่กับสีและความมันของผ้านั้น สีอ่อนโปร่งแสงมากกว่าสีแก่


Slide12 l.jpg

ความทนทานทางชีววิทยา(Biological Resistance)ผงซักฟอกเข้มข้น แมลง เชื้อราจะทำลายเส้นใยที่มีBRต่ำ มอดชอบกินใยขนสัตว์เพราะมีสปก.เป็นกำมะถัน ราชอบใยเซลลูโลส

ความทนทานต่อแสงแดด ผ้าม่านมีความต้องการ ใยที่ทนแสงแดดได้ดีได้แก่ ใยแก้ว อะไครลิค ที่ทนได้ต่ำได้แก่ ไนลอน ขนสัตว์และไหม


Slide13 l.jpg

โครงสร้างทางกายภาพของเส้นใย

  • ความยาวของเส้นใย(Fiber length)แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ เส้นใยสั้นและเส้นใยยาว

  • เส้นใยยาว(Filaments)มี 2 ชนิด

  • 1.โมโนฟิลาเมนท์(Monofilaments):ใยยาวเดี่ยว เรียบ ทนทาน ทอเป็นผ้าเนื้อละเอียด บางเบา ใช้ทำเสื้อชั้นใน ถุงเท้า มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่

  • 2.มัลติฟิลาเมนท์(Multifilaments):ใยยาวรวม ใยยาวหลายเส้นมาเข้าเกลียวรวมกัน ทอเป็นผ้าผิวสัมผัสนุ่ม เงางาม จับจีบได้ดี ลักษณะคล้ายไหม


Slide14 l.jpg

ความกว้างหรือเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นใย

  • เส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นใยวัดเป็นไมครอน(1 micron =1/1000ม.ม. หรือ 1/25400 นิ้ว)

  • เส้นผ่าศูนย์กลางหรือขนาดของเส้นใยสังเคราะห์ ขึ้นกับหัวฉีด(Spinneret)และการยืดเส้นใยขณะปั่น ความยาวของเส้นใยยาววัดเป็นเดเนียร์(denier)

  • เดเนียร์ คือหน่วยวัดขนาดเส้นใยยาว วัดเป็นกรัมจากนน.ของเส้นใยยาว 9000เมตร


Slide15 l.jpg

พื้นผิวของเส้นใย

  • เส้นใยธรรมชาติมีรูปร่างลักษณะไม่เป็นรูปแบบเดียวกันตลอดความยาว ตรงข้ามกับเส้นใยสังเคราะห์ซึ่งสามารถควบคุมได้

  • การผสมเส้นใยสังเคราะห์กับใยธรรมชาติ ผู้ผลิตต้องผลิตเส้นใยสังเคราะห์ให้มีรูปร่างเหมือนกับใยธรรมชาตินั้น จึงจะผสมกันได้


Slide16 l.jpg

รูปร่างหน้าตัดของเส้นใย

  • จาก sheet


Crimp l.jpg

ความหยิกงอของเส้นใย(Crimp)

  • ทำให้เส้นใยรวมตัวหรือเกาะกลุ่มกันได้ดี เส้นใยธรรมชาติมีความหยิกงอลักษณะโค้งมน ใยสังเคราะห์มักเป็นมุมหัก

  • ใยที่หยิกงอจะรวมตัวกันง่าย ได้เส้นใยเหนียว นุ่ม หนา ดูดซึมน้ำได้ดี ให้ความอบอุ่น

  • ความหยิกงอแบ่งได้ 3 ชนิด

  • 1.ทำให้หยิกงอทางกล

  • 2.หยิกงอตามธรรมชาติ

  • 3.โดยทางเคมี


Slide18 l.jpg

โครงสร้างภายในของเส้นใย

  • เส้นใยประกอบด้วยโมเลกุลเรียงต่อกันยาว เรียกว่า Linear Polymers

  • การเรียงตัวของโมเลกุลมีผลต่อคุณสมบัติของผ้า เส้นใยที่มีห่วงโมเลกุลเรียงตัวกันดี ขนานกับแกนเส้นใยเรียกว่า high orientation เมื่อนำไปทอเป็นผ้า มีความเหนียว ทนทาน แต่ยืดน้อย

  • เส้นใยที่มีการเรียงตัวต่ำหรือเรียงไม่เป็นระเบียบ (amorphous) ทอเป็นผ้าจะไม่เหนียว


Slide19 l.jpg

ตัวยึดห่วงโมเลกุล

  • 1.Hydrogen bonds เป็นแรงยึดที่มีความแข็งแรง จับกับระหว่างไฮโดรเจนกับอะตอมที่มีอิโทรเนกกะตีฟ

  • 2.Van der wals forces เป็นแรงยึดที่ไม่แข็งแรง

  • Crytalline เป็นห่วงโมเลกุลที่เรียงตัวขนานกัน และยึดเกาะกันแน่นเป็นกลุ่มเรียงซ้อนกัน ในเส้นใยเส้นเดียวกันอาจมีการเรียงตัวของโมเลกุลหลายแบบรวมกัน

  • Cross-linking เป็นตัวยึดข้ามระหว่างโมเลกุลที่เรียงตัวกันดี ทำให้ผ้าไม่ยับและคืนตัวได้ดี ไม่เกิดในamorphous เช่นใยขนสัตว์


  • Login