รักลูก.....
Download
1 / 61

..... ... ... - PowerPoint PPT Presentation


  • 109 Views
  • Uploaded on

รักลูก..... เลี้ยงเค้าให้ดี... ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ด้วยความผูกพัน... ที่แม่มี. รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ อติวุทธ กมุทมาศ สูตินรีแพทย์ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์. การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์มี 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about '..... ... ... ' - kaelem


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
รักลูก..... เลี้ยงเค้าให้ดี... ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยความผูกพัน... ที่แม่มี

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ อติวุทธ กมุทมาศ

สูตินรีแพทย์

อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์

การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์มี 2รูปแบบใหญ่ ๆคือ

1. การเจริญเติบโตทางโครงสร้าง

2.การพัฒนาการเกี่ยวกับระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย

ปัจจัยที่ส่งผลให้มีการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์

1. กรรมพันธุ์

2. สิ่งแวดล้อม

3. สภาวะโภชนาการ

4. การปฎิบัติตนของมารดาระหว่างตั้งครรภ์


การพัฒนาการของทารกในครรภ์การพัฒนาการของทารกในครรภ์

นับอายุครรภ์ตั้งแต่วันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ไปจนครบ 40 สัปดาห์

อายุครรภ์ 5-6 สัปดาห์ มีพัฒนาการของระบบประสาทส่วนกลางและไขสันหลัง

อายุครรภ์ 8-12 สัปดาห์ ทารกมีขนาดยาว 2.5 ซม. หัวโต แขนขาพัฒนาขึ้นเห็นอย่างชัดเจน

หัวใจเริ่มเต้นเป็นจังหวะ


อายุครรภ์ 16-20 สัปดาห์การพัฒนาการของทารกในครรภ์

ทารกมีขนาดยาวขึ้น 16 ซม.อวัยวะต่างๆพัฒนาเกือบทุกระบบ

อวัยวะเพศชัดเจนสมบรูณ์ ผิวหนังดูใสและมีขนอ่อนขึ้น


อายุครรภ์ 24-28 สัปดาห์ ผิวหนังชุ่มชื้นขึ้น ปอดเริ่มทำงาน เริ่มเปิด-ปิดตา

เริ่มได้ยินเสียง น้ำหนัก 600-1,000 กรัม

อายุครรภ์ 32-40 สัปดาห์ ทารกมีนน.ตัวมากกว่า 1,600 กรัมขึ้นไป เจริญเติบโตเต็มที่

ปอดทำงานสมบูรณ์ เริ่มกลับศีรษะลง เตรียมพร้อมที่จะคลอด

การคลอดส่วนใหญ่ จะอยู่ในช่วง 37-42 สัปดาห์


อัตราการเพิ่มน้ำหนักตัวของมารดาระหว่างตั้งครรภ์อัตราการเพิ่มน้ำหนักตัวของมารดาระหว่างตั้งครรภ์

อัตราการเพิ่มน้ำหนักตัว ตลอดการตั้งครรภ์ ประมาณ 10-14 กิโลกรัม

ช่วงอายุครรภ์

0-12 สัปดาห์ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 1-2 ก.ก

16-20 สัปดาห์ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 1-1.5ก.ก/เดือน

24 สัปดาห์ขึ้นไป น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 1.5-2 ก.ก/เดือน


น้ำหนักคุณแม่ขณะตั้งครรภ์น้ำหนักคุณแม่ขณะตั้งครรภ์

เพิ่มขึ้นจาก

  • ตัวลูก 3,300 กรัม

  • รก 680 กรัม

  • น้ำคร่ำ 900 กรัม

  • มดลูกที่ขยายขนาดขึ้น 900 กรัม

  • เต้านมที่ขยายขนาดขึ้น 900 กรัม

  • เลือดและน้ำในร่างกายที่เพิ่มปริมาณขึ้น 1,800 กรัม

  • ไขมันและโปรตีนของตัวคุณแม่ 4,000 กรัม


สุขภาพที่ดีของลูกน้อยกำหนดได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์สุขภาพที่ดีของลูกน้อยกำหนดได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยปัจจัยอะไรบ้าง

กรรมพันธุ์

สิ่งแวดล้อม

อาหาร

การปฏิบัติตนต่าง ๆ


กรรมพันธุ์สุขภาพที่ดีของลูกน้อยกำหนดได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์

  • Gene

  • โรคทางกรรมพันธุ์ในครอบครัว

  • อายุของมารดาขณะตั้งครรภ์

  • โรคประจำตัวของมารดา


สิ่งแวดล้อมสุขภาพที่ดีของลูกน้อยกำหนดได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์

  • สารพิษ

  • บุหรี่

  • การทำงาน

  • สิ่งแวดล้อมในครรภ์

  • อย่ารับประทานยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์


อาหารขณะตั้งครรภ์สุขภาพที่ดีของลูกน้อยกำหนดได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์


ภาวะโภชนาการ กับอาหารของมารดาตั้งครรภ์

‘หลากหลาย’‘พอเหมาะ’‘สมดุล’

1-3 เดือนควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5หมู่ เน้นอาหารที่มีกรดโฟลิกสูง

ความจำเป็น: ทารกใช้สารอาหาร กรดโฟลิคในการสร้างอวัยวะต่างๆ

และสร้างเซลสมอง

4-6 เดือนควรเน้นสารอาหาร แคลเซี่ยม เหล็ก ไอโอดีน รวมทั้งวิตามินต่างๆ

ความจำเป็น: สารอาหารจำถูกนำไปใช้สร้างเซลต่างๆของอวัยวะเพิ่มขึ้น

และเน้นโครงสร้างที่แข็งแรง มีขนาดเพิ่มขึ้น

7-9 เดือนควร เน้นอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และถั่วต่างๆ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว

และ วิตามินบี1,2,6,12

ความจำเป็น: เป็นระยะของการเพิ่มขนาดของเซลต่างๆ

โดยเฉพาะเซลสมองที่มีการเจริญเติบโตสูงมาก


อาหารที่ควรงดและหลีกเลี่ยงของมารดาตั้งครรภ์อาหารที่ควรงดและหลีกเลี่ยงของมารดาตั้งครรภ์

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุก หริอสุกๆดิบๆ

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง

    ที่มีส่วนผสมของผงชูรส

  • หลีกเลี่ยง เครื่องดื่มและอาหารที่มีสารคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ

  • ลดอาหารที่มีรสชาด เค็มจัด เผ็ดจัด และอาหารที่มันจัด

  • งดแอลกอฮอล์ และเหล้า

  • ลดอาหารหวานจัด


โปรตีน อาหารที่ควรงดและหลีกเลี่ยงของมารดาตั้งครรภ์: เพิ่ม


ข้อเสนอแนะอาหารที่ควรงดและหลีกเลี่ยงของมารดาตั้งครรภ์

  • หลากหลายแหล่งโปรตีน

  • ดื่มนมวันละ 1-2 แก้ว


คาร์โบไฮเดรต อาหารที่ควรงดและหลีกเลี่ยงของมารดาตั้งครรภ์: ลด


ข้อเสนอแนะอาหารที่ควรงดและหลีกเลี่ยงของมารดาตั้งครรภ์

  • จำกัดความหวานในอาหาร

  • ลดอาหารพวกแป้ง ข้าว เผือก มัน

  • ผลไม้รสหวาน ทุเรียน

  • น้ำอัดลม น้ำอ้อย น้ำตาลสด น้ำมะพร้าว


Sialic acid
กรดไซอะลิค (อาหารที่ควรงดและหลีกเลี่ยงของมารดาตั้งครรภ์Sialic Acid)

  • เป็นสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต

  • เป็นตัวเชื่อมการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท

  • ช่วยให้มีพัฒนาการด้านการเรียนรู้และความจำ

  • ทำงานร่วมกับดีเอชเอ

  • ดื่มนมที่ผสมกรดไซอะลิค


ไขมัน อาหารที่ควรงดและหลีกเลี่ยงของมารดาตั้งครรภ์: ลดบางชนิด,เพิ่มบางชนิด

ไขมันที่ควรเพิ่ม

ไขมันที่ควรลด


Fatty acid
กรดไขมัน อาหารที่ควรงดและหลีกเลี่ยงของมารดาตั้งครรภ์(Fatty acid)

  • เกิดจากการย่อยสลายของไขมันชนิดต่างๆ

  • มี 2 ชนิด คือ

    • กรดไขมันอิ่มตัว

    • กรดไขมันไม่อิ่มตัว



กรดไขมันอิ่มตัว

  • เกาะและอุดตันในหลอดเลือดได้ง่าย

  • พบมากในไขมันสัตว์,น้ำมันหมู,น้ำมันมะพร้าว

    และ น้ำมันปาล์ม

  • ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน

  • ดื่มนมที่มีไขมันต่ำ หรือไม่มีไขมัน


กรดไขมันไม่อิ่มตัว

  • ไม่เกาะและอุดตันในหลอดเลือด

  • พบมากในน้ำมันดอกคำฝอย, น้ำมันดอกทานตะวัน, ปลาทะเล และ สาหร่ายทะเล

  • มีประโยชน์ต่อพัฒนาการ

    ของสมองลูกน้อยในครรภ์


กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่สำคัญกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่สำคัญ

กรดไขมันทั้ง 2 ชนิดนี้จัดเป็นกรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acid)ซึ่งร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น


กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่สำคัญ

รับประทานอาหารที่มีกรดโอเมก้า 3 (ปลาทะเล สาหร่ายทะเล)

กรดอัลฟ่าไลโนลินิก (Alpha-linolenic acid)

กรดไอโคซาเปนตาโนอิก (Eicosapentaenoic acid, EPA)

กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก(Docosahexaenoic acid, DHA)


กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่สำคัญ

รับประทานอาหารที่มีกรดโอเมก้า 6

(น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเม็ดทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด)

กรดไลโนเลอิค (Linoleic acid)

กรดอะราคิโนนิค (Arachidonic acid, ARA)


Dha ara
DHA ที่สำคัญ(ดีเอชเอ)&ARA (เออาร์เอ)

  • กรดไขมันไม่อิ่มตัวสายโซ่ยาว

  • (Long chain polyunsaturated fatty acids ,LCPUFAs, พูฟ่า)

    • มีธาตุคาร์บอนจับกันเป็นสายยาวตั้งแต่ 14 ตัวขึ้นไป และ

    • มีคาร์บอนที่จับกันมากกว่า 2 แขน ตั้งแต่ 2 ตำแหน่งขึ้นไป

    • มีความสำคัญต่อ

      • การพัฒนาเซลล์สมองของลูกน้อยในครรภ์

      • การพัฒนาเซลล์ที่จอตาของดวงตาลูกน้อย

      • ในครรภ์


    กรดไขมันโอเมก้า 9 ที่สำคัญ

    • มีความสำคัญต่อการพัฒนาของ

      • เส้นใยในการรับส่งสัญญาณของเซลล์สมอง (Axonและ Dendrite)

      • ปลอกหุ้มเส้นใย

    มีมากในอาหารประเภท ไขมันเนย

    น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันหมู น้ำมันมะกอก


    วิตามิน ที่สำคัญ: เพิ่ม


    ข้อเสนอแนะ ที่สำคัญ

    • เพิ่มวิตามินจากอาหาร ผัก ผลไม้

    • ยาเม็ดวิตามิน?

    • มีความจำเป็นในแต่ละชนิดของวิตามินในการพัฒนาร่างกาย เช่น วิตามิน เอ บี ซี ดี อี เค

    • มีไฟเบอร์จากอาหารกลุ่มนี้ช่วยเรื่องท้องผูก เพราะสตรีตั้งครรภ์มักมีปัญหาท้องผูกบ่อย


    แร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญ: เพิ่ม


    ธาตุเหล็ก ที่สำคัญ

    • เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง

    • จำเป็นต้องรับประทานเพิ่ม เช่น ตับ

    • และจำเป็นต้องรับประทานจากยาเม็ดธาตุเหล็กด้วย การรับประทานอาหารอย่างเดียวไม่เพียงพอ

    • นมเสริมธาตุเหล็ก


    โฟเลต ที่สำคัญ

    • มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสมอง

      และระบบประสาท

    • โรคที่เกิดจากการขาดโฟเลต

      • ภาวะไม่มีเนื้อสมอง

      • มีน้ำในสมอง

      • ไขสันหลังไม่ปิด

  • กรดโฟลิคมีมากใน

    • ผักใบเขียว,ถั่วเหลือง,ส้ม,กล้วย

    • นมเสริมโฟเลต

  • ในบางกรณีอาจต้องรับประทานตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์

    อย่างน้อย 3 เดือน

    ประโยชน์อื่นๆ ของโฟเลต


  • แคลเซียม ที่สำคัญ

    • ได้จากนม

    • อาหารที่มีแคลเซียมสูง กระดูกอ่อน ปลาเล็กปลาน้อย

    • ยาเม็ดแคลเซียม

    • พัฒนาการสร้างกระดูกและฟัน


    เลซิติน ที่สำคัญ

    • เป็นตัวสร้างอะเซตทิลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อสัญญาณประสาท

    • หน้าที่สำคัญอื่น

      • เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์และเนื้อเยื่อของร่างกาย

      • ช่วยละลายไขมันทำให้ส่งไปในกระแสเลือดได้

  • แหล่งของเลซิติน

    • ไข่แดง ตับ หัวใจสัตว์

    • ข้าวสาลี ถั่วเหลือง เต้าหู้

    • กระหล่ำดอก กระหล่ำปลี


  • สังกะสี ที่สำคัญ

    • มีความจำเป็นต่อการพัฒนาการทางร่างกายและระบบสืบพันธุ์ ทารกเพศชายต้องการสังกะสีมากกว่าทารกเพศหญิงถึง 5 เท่า หากขาดอาจเกิดภาวะทองแดงและเป็นหมัน

    • เกี่ยวข้องกับขนาดของศีรษะทารก

    • ช่วยให้ฮอร์โมนของคุณแม่สมดุล ช่วยลดอาการหน้าท้องแตกลาย

    • ช่วยในการฟื้นตัวของคุณแม่หลังคลอดได้ดีขึ้นเพราะฮอร์โมนสมดุลขึ้น

    • พบในไข่ หอยนางรม ถั่ว กล้วย

    • นมที่ผสมสังกะสี


    น้ำ ที่สำคัญ: เพิ่ม


    การปฎิบัติตนที่ดีของคุณแม่การปฎิบัติตนที่ดีของคุณแม่

    • ฝากครรภ์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์

    • รับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ให้ครบทั้ง 5หมู่

    • ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ

    • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว / วัน

    • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน

    • งดการสูบบุหรี่

    • พักผ่อนให้เพียงพอ

    • ไม่ควรใช้ยารับประทานเอง ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

    • ดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ


    การปฏิบัติที่น่าจะเป็นผลดีต่อการกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก


    อารมณ์ดีอยู่เสมอ การปฏิบัติที่น่าจะเป็นผลดีต่อการกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก


    การฟังเพลง การปฏิบัติที่น่าจะเป็นผลดีต่อการกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก


    • เสียงเมื่อผ่านผนังหน้าท้อง

      และ น้ำคร่ำจะ เบาลง 30 dB

    • หู ชั้นใน กลาง นอก สมบูรณ์

      ช่วงกลางของการตั้งครรภ์

    • ได้ยินเสียงเมื่ออายุครรภ์

      ประมาณ 6 เดือน


    • ตอบสนองต่อเสียงดนตรี

      • เคลื่อนไหวตามจังหวะ

      • จังหวะการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลง

      • มีรายงานพัฒนาการเรื่องการพูด การฟังดีกว่า




    • คุยกับลูก หรือ ร้องเพลง

    • จากการศึกษาพบว่า ทารกแรกเกิดสามารถจำเสียงของแม่ได้

    • ช่วง 6 เดือนขึ้นไป

    • ขณะลูกตื่น ดิ้น เตะ

      หรือ หลังรับประทานอาหารใหม่ๆ



    ดูรูปสวยงาม ร้องเพลง


    ส่องไฟเล่นกับลูก ร้องเพลง

    ทารกสามารถมองเห็นแสงได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 7 เดือน



    Thank you
    Thank youพัฒนาการของทารกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย


    ad