Stocks over dimension
Sponsored Links
This presentation is the property of its rightful owner.
1 / 131

Stocks Over Dimension PowerPoint PPT Presentation


  • 50 Views
  • Uploaded on
  • Presentation posted in: General

By Asia Plus Research. Stocks Over Dimension. Contents. หลักการหาหุ้นในเบื้องต้น การอ่านกราฟรายนาที รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน การใช้งาน Indicators สำคัญต่างๆ การประยุกต์ใช้ ระหว่าง Indicators และ Price pattern เพื่อยืนยันทิศทางและหาเป้าหมายราคา สรุป และถาม – ตอบ.

Download Presentation

Stocks Over Dimension

An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Presentation Transcript


By Asia Plus Research

Stocks Over Dimension


Contents

  • หลักการหาหุ้นในเบื้องต้น

  • การอ่านกราฟรายนาที รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน

  • การใช้งาน Indicators สำคัญต่างๆ

  • การประยุกต์ใช้ ระหว่าง Indicators และ Price pattern เพื่อยืนยันทิศทางและหาเป้าหมายราคา

  • สรุป และถาม – ตอบ


หลักการหาหุ้นเบื้องต้น

การหาหุ้นโดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 แนว คือ

  • คนอื่นหาให้ : คนในตลาดส่วนใหญ่มักจะซื้อหุ้นตามที่คนอื่นบอก ข้อดีก็คือ หากถูกตัวหุ้นตัวนั้นๆมักจะวิ่งยาวตามกระแส แต่ข้อเสียก็คือ ถ้าไปเจอหุ้นเรียกแขก และออกไม่ทันอาจติดดอยยาว

  • หาหุ้นด้วยตัวเอง : เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความรู้และประสบการณ์เป็นทุนเดิม ข้อดีคือหุ้นที่หามามักจะปลอดภัยและมีโอกาสทำกำไรได้ต่อเนื่อง ส่วนข้อเสียก็คือหุ้นอาจไม่ได้อยู่ในกระแสตลาด ทำให้อาจได้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างน้อย


การหาหุ้นด้วยตัวเอง

  • วิเคราะห์ Top Down: เริ่มจากการมองภาพรวมเศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ ก่อนจะมาวิเคราะห์ความได้เปรียบของแต่ละอุตสาหกรรม และเจาะลงไปในหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมนั้นๆ

  • วิเคราะห์ Down Top: มองหาหุ้นเด่นก่อนมองภาพรวมตลาด วิธีการนี้ต้องใช้ความขยันเป็นอย่างสูง ซึ่งนักลงทุนประเภท Value Investor ส่วนใหญ่มักจะมาแนวทางนี้

  • ใช้โปรแกรมในการค้นหาหุ้น : เป็นการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการค้นหาหุ้นที่เข้าเกณฑ์ทางพื้นฐาน เช่น PE PBV หรือ หุ้นที่เกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิค


ตัวอย่างการใช้โปรแกรมในการหาหุ้น


การหาหุ้นด้วยตัวเอง (ต่อ)

  • ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค : หาหุ้นด้วยการอ่านการเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณ สามารถแบ่งออกเป็น 2 สาย คือ Price Pattern และ Indicators


ขั้นตอนการหาหุ้น Ping Style

คัดเลือกหุ้น

วิเคราะห์ภาพรวม (เศรษฐกิจ ตลาด อุตสาหกรรม การเมือง ฯลฯ)

วางกลยุทธ์

วิเคราะห์บริษัท หาจุดซื้อและเป้าหมายราคา


Technical Analysis

  • การวิเคราะห์ราคาหุ้นด้วยวิธีทางเทคนิค

  • ใช้ข้อมูลน้อย คือ ใช้เพียง ราคาและปริมาณการซื้อขาย ในแต่ละช่วงเวลาเท่านั้น

  • ใช้หลักวิชาการที่เป็นที่ยอมรับมาวิเคราะห์ คือใช้หลักวิชาการทางสถิติ ความน่าจะเป็น ฯลฯ (กึ่งๆการวิเคราะห์เชิงปริมาณ)

  • ใช้หลักจิตวิทยา โดยมีปรัชญาความเชื่อหลัก 3 ประการ คือ

  • 3.1 ราคาเป็นผลรวมที่สะท้อนมาจากปัจจัยด้านต่างๆ ทั้งจากปัจจัยพื้นฐาน ข้อมูลภายใน ความกล้า และความกลัว

  • 3.2 ราคามักจะเคลื่อนไปตามแนวโน้มอย่างมีแบบแผน ในช่วงเวลาหนึ่งๆจนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มใหม่

  • 3.3 พฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนทั่วไปมักจะกระทำซ้ำรอยเดิม (เกิดจากแรงผลัก 3 ประการ ความโลภ ความหวัง ความกลัว)


Fundamental Analysis

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเป็นการวิเคราะห์ภาวะทางเศรษฐกิจ การเมือง ภาวะอุตสาหกรรม ทั้ง Macro และ Micro ไม่ว่าจะเป็น เงินเฟ้อ การว่างงาน ดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน GDP Growth รวมทั้งการวิเคราห์ที่เน้นไปยังคุณลักษณะของบริษัทแต่ล่ะแห่ง เช่น ผลประกอบการ การเติบโตในอดีต สภาพธุรกิจ การแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับปรุงเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร การเติบโตของอุปสงค์ การเปลี่ยนแปลงระดับการก่อหนี้ การลงทุนในโรงงานและเครื่องจักรใหม่ๆ การซื้อกิจการ การคาดการณ์ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ผลกำไรของบริษัท และการคาดคะเนการเติบโตในอนาคต และนำมาประเมินราคาหลักทรัพย์ว่าควรจะมีราคาเท่าใด การวิเคราะห์พื้นฐานมีเป้าหมายในการหาหุ้นที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (แตกต่างจาก Value Investment ตรงที่การวิเคราห์พื้นฐานมักจะอิงกับกระแสตลาด และเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงของราคา ไม่ใช่การเปรียบเทียบระดับราคาตามปัจจัยพื้นฐาน เช่น หุ้นที่มี PE ต่ำที่สุดในกลุ่ม Relative Value จะถูกมองเป็นหุ้นถูก ในความเป็นจริง หากเวลานั้นหุ้นกำลังแพงทั้งตลาด ก็ไม่ได้แปลว่าหุ้นตัวนั้นราคาถูก)


Value Investment

  • นักลงทุนแบบเน้นมูลค่าจะประเมินมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานของหลักทรัพย์ และเปรียบเทียบตัวเลขดังกล่าวกับราคาตลาด หากราคาอยู่ในระดับต่ำกว่ามูลค่าจนก่อให้เกิดส่วนเผื่อที่เพียงพอ (Margin of Safety) จะทำการเข้าซื้อทันที กระบวนการหลักๆก็คือ

  • คัดเลือกหุ้นเพื่อทำการประเมินมูลค่า

  • ประเมินมุลค่าตามปัจจัยพื้นฐานของหลักทรัพย์

  • คำนวน Margin of Safety

  • ตัดสินใจซื้อ ให้เข้ากับ Portfolio ที่ต้องการ


แนวทางการลงทุน

Value Investment

General Investment

มูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน

เทคนิค

มูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน

  • การเปลี่ยนแปลง

  • ราคาตลาด+การคาดการณ์การเปลี่ยนแปลง Macro และ Micro

เปรียบเทียบราคาตลาดกับมูลค่าพื้นฐาน


Contents

  • หลักการหาหุ้นในเบื้องต้น

  • การอ่านกราฟรายนาที รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน

  • การใช้งาน Indicators สำคัญต่างๆ

  • การประยุกต์ใช้ ระหว่าง Indicators และ Price pattern เพื่อยืนยันทิศทางและหาเป้าหมายราคา

  • สรุป และถาม – ตอบ


การอ่านกราฟทางเทคนิค

การดูกราฟทางเทคนิค โดยหลักการแล้วคือการอ่านการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ซึ่งการเคลื่อนไหวของราคามักจะซ่อนข้อมูล พฤติกรรม และข่าวของหุ้นไว้ข้างในเสมอ

องค์ประกอบในการดูกราฟคือ

ราคา ปริมาณ และ จินตนาการ


การอ่านกราฟทางเทคนิค (ต่อ)

การเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของราคา มักจะมีรูปแบบเป็นแนวโน้ม วนรอบ และมีลักษณะที่ชัดเจน (หากเป็นไปในรูปแบบสุ่ม Random Walks จะไม่สามารถใช้วิเคราะห์เทคนิคได้เลย)

แนวโน้ม มาตรการฐาน

ขาขึ้น Uptrend

ขาลง Downtrend

แกว่งในกรอบ Sideway


Chart Periods

  • Minute

  • Daily

  • Weekly

  • Monthly


Chart Reading : Daily

กราฟรายวัน : ไว้สำหรับดูการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในแต่ล่ะวัน (การเคลื่อนไหวในวันจะสะท้อนออกมาอยู่ใน Candlestick) ควรใช้การเคลื่อนไหวของราคาควบคู่ไปกับการดู Volume เพื่อดูจังหวะ สะสม ไล่ และทิ้งของ

ทั้งนี้ หากใช้กราฟรายวันในการดูพฤติกรรมการลงทุน โดยส่วนใหญ่จะพบว่า จังหวะสะสม จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน จังหวะการไล่จะใช้เวลา 3 – 7 วัน จังหวะการพักอาจใช้เวลาแค่ 1 สัปดาห์ จังหวะการลากอาจกินเวลาไปอีก 1 เดือน ก่อนจะทิ้งของโดยใช้เวลาแค่ 1-2 สัปดาห์


Chart Reading : Daily

Inner Uptrend

Major Uptrend

2 - 6สัปดาห์

3-7 วัน

3-7 วัน

1 เดือน


Chart Reading : Daily


Chart Reading : Daily

จังหวะการไล่ มักจะเริ่มด้วยแท่งเทียนเขียวยาวล่ำ พร้อมด้วย Volume หนุนหนาตา (อาจมากที่สุดในรอบ 1-2 เดือน)

รูปแบบการไล่ที่เกิดขึ้น หากเกิดหลังจากที่ราคามีการสะสมกำลังในลักษณะแกว่งนิ่งบวกลบสลับในกรอบแคบไปเรื่อยๆ จะถือเป็นสัญญาณที่มีความน่าเชื่อถือสูงมากกว่า มีการไล่หลังจากที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก่อนหน้าแล้ว


Chart Reading : Daily


Chart Reading : Daily

หลังจากจุดพลุด้วยแท่งเทียนเขียวล่ำด้วย Volume หนาแล้ว หากราคาไปต่อเนื่อง มักจะขึ้นด้วยแท่งยาวอีกอย่างน้อย 2 แท่ง และไปเกิดสัญญาณชะลอตัวในแท่งที่ 3

แต่ถ้าราคาเกิดหดตัวหลังจากการทำแท่งเทียนเขียวแรก ตามปกติแล้วจะย่อตัวไม่กี่วันก็จะปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง (ยกเว้นว่าราคาจะปรับลงต่ำกว่าระดับ Open ของแท่งเขียวแรก


Three Advancing White Soldiers

Three Advancing White Soldiers


Three Dimension Method

Three Dimension Method

ระดับเปิด


Trend Analysis

T 3

Downtrend

T 4

Uptrend

T 5

T 2

B 3

B 4

B 5

B 2

T 1

Sideway

B 1


Direction-Strategy

ผ่าน 61.8% ขึ้นมาได้โอกาสทดสอบ High สูง

Top ถูกกด

61.8%

38.2%

?

Top และ Low ถูกกด ยืนยันขาลงชัดเจน


Support-Resistance

แนวรับ (Support)คือ ระดับราคาที่คอยรองรับราคาหุ้นเมื่อมีการปรับฐานหรือหล่นลงมาซึ่งราคาหุ้นจะเด้งกลับเมื่อลงมาแตะที่ระดับนี้ หากอธิบายในเชิงเศรษฐศาสตร์ ระดับราคาที่แนวรับจะเป็นราคาที่มี demand มากกว่า supply นั่นคือ มีจำนวนผู้เต็มใจที่จะซื้อที่ราคานี้มากกว่าผู้ขาย ทำให้ผู้ซื้อจะคอยรับซื้อไว้ที่ราคาดังกล่าวเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับราคาหุ้นไม่ให้ร่วงหลุดไปจากระดับนี้

S1

S2


Support-Resistance

แนวต้าน (Resistance)มีความหมายตรงกันข้ามกับแนวรับ นั่นคือ เป็นระดับราคาที่คอยกั้นไม่ให้ราคาหุ้นวิ่งทะลุขึ้นไป หากราคาหุ้นพุ่งมาถึงระดับนี้มักจะมีการปรับฐานลงไปและขึ้นมาทดสอบใหม่ ในเชิงเศรษฐศาสตร์ นี่คือ จุดราคาที่มีผู้ขายมากกว่าผู้ซื้อ supply มากกว่าdemand ทำให้ราคาไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้

R2

R1


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


Support-Resistance

“รับเปลี่ยนเป็นต้าน และ ต้านเปลี่ยนเป็นรับ” กล่าวคือ หากราคาหุ้นทะลุแนวรับลงมา ย่อมหมายความว่า แรงขายมีปริมาณมากพอที่จะกดดันให้ราคาทะลุผ่านแนวรับ เพราะฉะนั้น หากหุ้นจะปรับตัวกลับขึ้นมาอีกรอบ จะต้องมีแรงซื้อมากพอที่จะเอาชนะแรงขายที่ระดับราคานี้ แนวรับเก่าจะกลายเป็นแนวต้านใหม่ไปโดยปริยาย นี่คือ กรณีของรับเปลี่ยนเป็นต้าน ส่วนกรณี ต้านเปลี่ยนเป็นรับ ก็คล้ายกัน แต่เป็นไปในทิศทางกลับกัน

Support

Resistance


Support-Resistance

ความชันและการดีดตัว เส้นแนวโน้มขาขึ้นนอกจากจะให้เป็นแนวรับได้แล้ว ในยามที่ราคาเกิดการปรับฐานยังสามารถใช้แนวเส้นเดิมเป็นแนวต้านได้ด้วย ส่วนแนวรับเส้นใหม่จะเป็นเส้นแนวโน้มที่มีความชันน้อยกว่าเดิม การใช้เส้นแนวโน้มที่มีความชันในระดับต่างๆกันนี้เราจะเรียกว่า Speed Line บางสำนักอาจไปใช้ Fibonacci Fan

100%

61.8%

50.0%

38.2%

0%


รูปแบบราคา (Price Pattern)

รูปแบบการเคลื่อนไหวของราคา สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบหลักๆคือ รูปแบบต่อเนื่อง และ รูปแบบกลับทิศ

รูปแบบต่อเนื่อง (Continuous Pattern) จะประกอบไปด้วย

  • Flags and Pennant

  • Ascending, Descendingand SymmetricalTriangles

  • Carabao Pattern

  • Phukradung Pattern


รูปแบบราคา (Price Pattern)

  • รูปแบบกลับทิศ (Reversal Pattern) จะประกอบไปด้วย

  • Double and Triple Pattern

  • Head and Shoulder

  • Saucer Pattern

  • V-Shape

  • Mountain Pattern


Chart Patterns

เมื่อราคามีการถูกไล่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ปกติแล้วต้องเล่นกัน 3 วันเป็นอย่างน้อย) ราคาจะต้องมีจังหวะการพักตัว ซึ่งการพักตัวก็จะมีทั้งพักสั้นกับพักนาน หากพักสั้นราคาก็จะขึ้นต่ออีกระยะ แต่หากพักยาวก็เท่ากับสร้างฐานใหม่หากราคาวิ่งอีกครั้งจะวิ่งยาวมาก

รูปแบบพักตัวระยะสั้นเช่น Flags หรือ Pennant

รูปแบบพักตัวระยะยาวเช่น Ascending หรือ SymmetricalTriangles


Chart Patterns

  • Continuous Patterns

  • Flags and Pennant

  • Ascending, Descendingand SymmetricalTriangles

  • Carabao Pattern

  • Phukradung Pattern


Flags

Flags คือรูปแบบของกราฟที่มีลักษณะคล้ายธง รูปแบบนี้จะเป็นการหยุดพักการเคลื่อนที่ของราคาหุ้นไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง

รูปแบบกราฟชนิดนี้มักจะเกิดหลังจากที่หุ้นเกิดการปรับ ขึ้น หรือลงแรง โดยจะใช้เวลาในการสร้างประมาณ 1-2 อาทิตย์ และปริมาณการซื้อขายมักจะลดลงในช่วงเวลาดังกล่าว


Flags

ขึ้น-พัก-ขึ้นต่อ

โดยปกติ ราคาจะมีการ Breakout ตามแนวโน้มที่เกิดขึ้นในช่วงแรก

พักตัว และมักใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน

ราคามีการปรับพุ่งขึ้นมาเร็วและแรง (มีความชันมาก)

หรือมักจะมีการทำ Candlestick เป็น Three Advancing White Soldiers


Notes

  • รูปแบบ Flags มักจะเกิดหลังจากที่ราคามีการ ขึ้นหรือลงรุนแรง ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน

  • การสร้างกลุ่มราคามักจะใช้เวลาประมาณ 4-12 วัน

  • หากพบรูปแบบ Flags ที่ใช้เวลาในการสร้างนานกว่า 15 วัน รูปแบบที่เกิดขึ้นจะกลายเป็น Rectangles, Channels

  • ปริมาณการซื้อขายจะลดลงในช่วงที่ราคาเข้าสู่การพักตัว

  • การ Breakout จะเกิดเมื่อราคา Break Trend Line พร้อมๆกับมีปริมาณที่เพิ่มเข้ามากกว่าช่วงการพักตัว


Using of Flags Pattern in Trading

  • ใช้คำนวนหาราคาเป้าหมาย

  • รอจนเกิดการ Breakout ค่อยเข้าซื้อ

  • ขายหุ้นทิ้ง กรณี่ที่แนวโน้มก่อนหน้าเป็นขาขึ้น และหลังจากที่ราคาสร้างรูปแบบพักตัว แล้วมีการ Upward Breakout ราคาควรจะต้องเคลื่อนไหวไปตามแนวโน้มที่เกิดขึ้นก่อนหน้า หากเกิดสัญญาณไม่ไปต่อเช่น Throwback, Engulfing, Dark Cloud, Shooting Star ควรรีบชิงขายออกไปก่อน

  • ตัดขาดทุน ในกรณีที่แนวโน้มก่อนหน้าราคาลงมาแรงและกำลังอยู่ในช่วงพักตัว อาจรอให้ราคา Downward Breakout ตัดเส้นแนวโน้มด้านล่างลงมาแล้วค่อยตัดขาดทุน


Target PriceCalculation

A + h

C + (1 xH)

A

h

H

C

Buy

B


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


Pennants

Pennants คือรูปสามเหลี่ยมปลายแหลมที่มีลักษณะคล้ายธง (คล้าย Pennants แต่จะกินระยะเวลามากกว่า) ซึ่งด้านที่เป็นปลายแหลมของธงนั้นขะชี้ไปทางขวา

รูปแบบกราฟชนิดนี้มักจะเกิดหลังจากที่หุ้นเกิดการปรับ ขึ้น หรือลงแรง โดยจะใช้เวลาในการสร้างประมาณ 1-2 อาทิตย์ และปริมาณการซื้อขายมักจะลดลงในช่วงเวลาดังกล่าว


Pennants

ราคาเข้าสู่รูปแบบพักตัว โดยสร้างกลุ่มของกราฟที่มีทิศทางตรงข้ามกับแนวโน้มที่เกิดก่อนหน้า

โดยปกติ ราคาจะมีการ Breakout ตามแนวโน้มที่เกิดขึ้นในช่วงแรก

ราคามีการปรับพุ่งขึ้นมาเร็วและแรง (มีความชันมาก)


Notes

  • รูปแบบ Pennants มักจะเกิดหลังจากที่ราคามีการ ขึ้นหรือลงรุนแรง ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน

  • การสร้างกลุ่มราคามักจะใช้เวลาประมาณ 4-12 วัน

  • หากพบรูปแบบ Pennants ที่ใช้เวลาในการสร้างนานกว่า 40 วัน รูปแบบที่เกิดขึ้นจะกลายเป็น Symmetric Triangles, Rising / Falling Wedges

  • ปริมาณการซื้อขายจะลดลงในช่วงที่ราคาเข้าสู่การพักตัว

  • การ Breakout จะเกิดเมื่อราคา Break Trend Line พร้อมๆกับมีปริมาณที่เพิ่มเข้ามากกว่าช่วงการพักตัว


Using of Pennants Pattern in Trading

  • ใช้คำนวนหาราคาเป้าหมาย

  • รอจนเกิดการ Breakout ค่อยเข้าซื้อ

  • ขายหุ้นทิ้ง กรณี่ที่แนวโน้มก่อนหน้าเป็นขาขึ้น และหลังจากที่ราคาสร้างรูปแบบพักตัว แล้วมีการ Upward Breakout ราคาควรจะต้องเคลื่อนไหวไปตามแนวโน้มที่เกิดขึ้นก่อนหน้า หากเกิดสัญญาณไม่ไปต่อเช่น Throwback, Engulfing, Dark Cloud, Shooting Star ควรรีบชิงขายออกไปก่อน

  • ตัดขาดทุน ในกรณีที่แนวโน้มก่อนหน้าราคาลงมาแรงและกำลังอยู่ในช่วงพักตัว อาจรอให้ราคา Downward Breakout ตัดเส้นแนวโน้มด้านล่างลงมาแล้วค่อยตัดขาดทุน


Using of Pennants Pattern in Trading

Target Price

1 xH

A

H

Buy

B


ตัวอย่างราคา


Chart Patterns

  • Continuous Patterns

  • Flags and Pennant

  • Ascending, Descendingand SymmetricalTriangles and NIKE

  • Carabao Pattern

  • Phukradung Pattern


Ascending, SymmetricalTrianglesand NIKE

Ascending : รูปสามเหลี่มที่มีด้านบนขานกับแนวนอน และด้านล่างเอียงขึ้น โดยมีจุดยอดอยู่ด้านขวา

Symmetrical : รูปสามเหลี่ยมลู่เข้าจากบนและล่าง โดยมีจุดยอดอยู่ด้านขวา

NIKE : ทำรูปแบบพักตัวด้วยการยกฐานและใช้เวลาเหมือน Ascending แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ NIKE จะไม่มีการขึ้นทดสอบยอด Top หลายครั้งอย่าง Ascending


AscendingTriangles

1

3

5

6

4

2

1-3 เดือน


Notes

  • แม้จะมีการติดแนวต้านจากเส้นด้านบน แต่การยกฐานตามเส้นด้านล่าง สะท้อนคนยินดีเข้าซื้อในระดับที่แพงขึ้น

  • ปริมาณการซื้อขายที่ลดน้อยลง ในช่วงเวลาการสร้างกราฟ บ่งบอกว่ากำลังมีการสะสมของเพื่อเตรียม Break แนวต้าน

  • ระยะเวลาการสร้างกราฟยิ่งนานยิ่งดี เพราะจะทำราคามีโอกาสเหวี่ยงขึ้นสูงขึ้นตาม หลังจากที่เกิดการ Break แนวต้านขึ้นมา

  • ช่วงเวลา 2-3 วันก่อนการ Breakout ปริมาณการซื้อขายจะลดลงอย่างมากๆ


Target Price Calculation

R + (1xH)

1

3

5

R

6

H

4

2


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


SymmetricalTriangles

1

3

5

6

4

2

1-3 เดือน


Notes

  • แม้จะมีการติดแนวต้านจากเส้นด้านบน แต่การยกฐานตามเส้นด้านล่าง สะท้อนคนยินดีเข้าซื้อในระดับที่แพงขึ้น

  • ปริมาณการซื้อขายที่ลดน้อยลง ในช่วงเวลาการสร้างกราฟ บ่งบอกว่ากำลังมีการสะสมของเพื่อเตรียม Break แนวต้าน

  • ระยะเวลาการสร้างกราฟยิ่งนานยิ่งดี เพราะจะทำราคามีโอกาสเหวี่ยงขึ้นสูงขึ้นตาม หลังจากที่เกิดการ Break แนวต้านขึ้นมา

  • ช่วงเวลา 2-3 วันก่อนการ Breakout ปริมาณการซื้อขายจะลดลงอย่างมากๆ


Target Price Calculation

C + (1xH)

Upward Breakout

1

3

5

C

H

6

4

2

Up Trend


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


Using ofSymmetrical in Trading

  • ใช้คำนวณหาราคาเป้าหมาย

  • รอจนเกิดการ Breakout และเข้าซื้อ

  • ซื้อสะสมในช่วงที่ราคาสร้างกลุ่ม โดยอาจซื้อเมื่อราคาเพิ่มขึ้นเมื่อแตะบริเวณจุดรับจากเส้นแนวโน้มด้านล่าง


NIKE Pattern

1-3 เดือน


Notes

  • ราคามีการยกฐานขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการสะสมกำลังรอบใหม่ โดยที่คนยินดีซื้อในที่ๆแพงขึ้นเรื่อยๆ

  • ระยะเวลาการสร้างกราฟยิ่งนานยิ่งดี เพราะจะทำราคามีโอกาสเหวี่ยงขึ้นสูงขึ้นตาม หลังจากที่เกิดการ Break แนวต้านขึ้นมา

  • หลังจาก Break แนวต้าน ซึ่งเป็นยอด Top ขึ้นไปได้ราคามักจะวิ่งยาวเกินพิกัดเสมอ (เทียบเท่าการสร้าง Ascending หรือ Symmetrical Triangle)


Target Price Calculation

C + (1xH)

Upward Breakout

C

H

Up Trend


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


Chart Patterns

  • Continuous Patterns

  • Flags and Pennant

  • Ascending, Descendingand SymmetricalTriangles and NIKE

  • Carabao Pattern

  • Phukradung Pattern


Carabao Pattern

Carabao Pattern : คือรูปแบบที่ใช้เรียกแทนเมื่อราคาหุ้นสร้าง Head & Shoulder Bottom บนพื้นที่บริเวณยอด High ซึ่งจะทำให้ Pattern ของราคามีรูปร่างเขาและกระโหลกควายเหมือนสัญลักษณ์ของคาราบาว

เมื่อเกิด Pattern ดังกล่าวและราคามีการปรับเพิ่มขึ้น Break ยอด High ราคาจะมีโอกาสวิ่งขึ้นยาวต่อเนื่อง (บ่อยครั้งที่จะแรงเกินรูปแบบพักตัวรูปแบบอื่น)


Carabao Pattern

1-3 เดือน


Target Price Calculation

C + (1xH)

Upward Breakout

C

H

Up Trend


ตัวอย่างราคา


Chart Patterns

  • Continuous Patterns

  • Flags and Pennant

  • Ascending, Descendingand SymmetricalTriangles and NIKE

  • Carabao Pattern

  • Phukradung Pattern


Phukradung Pattern

Phukradung Pattern : หุ้นที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบเป็นระยะเวลานาน หลังจากที่มีการขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง คล้ายๆกับการเดินบนทางราบยอดภูกระดึง หุ้นลักษณะมักจะลงยากและมีลุ้นว่าจะขึ้นแรงสูง เพียงแต่มักจะใช้เวลาในการสะสมกำลังนานกว่า 3-4 เดือนขึ้นไป

เมื่อเกิด Pattern ดังกล่าวและราคามีการปรับเพิ่มขึ้น Break ยอด High ราคาจะมีโอกาสวิ่งขึ้นยาวต่อเนื่อง (บ่อยครั้งที่จะแรงเกินรูปแบบพักตัวรูปแบบอื่น)


Phukradung Pattern

จุดซื้อสะสม

สะสมกำลัง 3-4 เดือน


Chart Patterns

  • Reversal Patterns

  • Double and Triple Pattern

  • Head and Shoulder

  • Saucer Pattern

  • V-Shape

  • Candlestick Signal

  • Mountain Pattern


Double Top/Bottom

Double Top : มีรูปแบบคล้ายตัว M มีสองยอดในระดับที่ใกล้เคียงกัน มักพบในช่วงที่สูงสุดของตลาด และพบได้บ่อยกว่า Triple Top

Double Bottom : มีรูปแบบตรงกันข้ามกับ Double Top หรือมีรูปคล้าย W มีจุดต่ำสุดสองจุดที่ใกล้เคียงกัน

c

e

x

g

f = target

a

b

d

x

x

d

a

c

b

g

f = target

x

c

e

c

f

Double Top

Double Bottom


ตัวอย่างราคา


Triple Top/Bottom

Triple Top : รูปแบบคล้าย Head and Shoulder Top แต่มียอดทั้งสามอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน มักเกิดที่จุดสูงสุดของตลาดหรือช่วงที่เป็นการเคลื่อนที่ด้านข้าง ในช่วงเวลาหนึ่งเมื่อราคาตัดลงเส้น Support หลังจากสร้างยอดที่สามแล้วราคามีโอกาสลงไปได้เท่ากับระยะห่างของจุดยอด 3 จุดและจุดต่ำสุด 2 จุด

TripleBottom : รูปแบบคล้าย Head and Shoulder Bottom แต่มีจุดต่ำสุดทั้งสามอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน มักเกิดที่จุดต่ำสุดของตลาดหรือช่วงที่เป็นการเคลื่อนที่ด้านข้าง ในช่วงเวลาหนึ่งเมื่อราคาตัดขึ้นเหนือเส้น resistance หลังจากสร้างจุดต่ำสุดที่สามแล้วราคามีโอกาสขึ้นไปได้เท่ากับระยะห่างของจุดต่ำสุด3 จุดและจุดยอด 2 จุด


Triple Top/Bottom

a

c

e

f = target

x

b

d

g

b

d

x

e

a

c

f = target


Chart Patterns

  • Reversal Patterns

  • Double and Triple Pattern

  • Head and Shoulder

  • Saucer Pattern

  • V-Shape

  • Candlestick Signal

  • Mountain Pattern


Head and Shoulder Top/Bottom

Head and Shoulder Top : เป็นหนึ่งในรูปแบบที่พบได้บ่อยและน่าเชื่อถือที่สุดแบบหนึ่ง ประกอบด้วยยอดสามยอดคือ ยอดไหล่ซ้าย ยอดหัว และยอดไหล่ขวา จากรูป เมื่อราคาตัดเส้น Neck Line ลงมาจะแสดงถึงการกลับทิศแนวโน้มเป็นขาลง มักเกิดในช่วงสูงสุดของตลาด และยังสามารถกำหนดราคาเป้าหมายได้ คือราคาอาจลงไปได้เท่ากับระยะของเส้นที่ลากในแนวดิ่ง จากหัวไปพบเส้น Neck Line

Head and Shoulder Bottom :จะมีรูปแบบตรงกันข้ามกับรูปแบบหัวและไหล่ และจะเกิดที่จุดต่ำสุดของตลาด เมื่อราคาสามารถฝ่า Neck Line จะหมายถึงการกลับทิศเปลี่ยนจากลงเป็นขึ้น และยังสามารถกำหนดราคาเป้าหมายได้ คือราคาอาจขึ้นไปได้เท่ากับระยะของเส้นที่ลากในแนวดิ่ง จากหัวไปพบเส้น Neck Line


Head and Shoulder Top/Bottom

c = Head

e = Right

x

a =Left

Neckline

d

g

b

x

f = target

a


Head and Shoulder Top/Bottom

f = target

x

b

g

d

a =Left

Neckline

x

e = Right

c = Head


ตัวอย่างราคา


Chart Patterns

  • Reversal Patterns

  • Double and Triple Pattern

  • Head and Shoulder

  • Saucer Pattern

  • V-Shape

  • Candlestick Signal

  • Mountain Pattern


Saucer Top/Bottom

Saucer Pattern : เป็นรูปแบบการตีโค้งของราคา คล้ายจานรองถ้วยกาแฟ หรือกระทะ หากยังจำคณิตศาสตร์ ม ปลายได้ ก็คือ โค้งพาราโบลา นั่นเอง การเคลื่อนไหวจะแบ่งออกเป็นสามส่วน คือส่วนความชันของการเคลื่อนไหวค่อยปรับลดลง (ราคาปรับลดลง) ส่วนที่สองจะช่วงที่ความชันลดลงจนเหลือศูนย์ (ราคาแกว่ง Sideway) ก่อนจะค่อยๆปรับเพิ่มขึ้นในส่วนที่สาม (ปรับเพิ่มขึ้น)

การเกิดรูปแบบดังกล่าว ยิ่งมีช่วงในการทำส่วนที่สอง(ช่วงพัก)ยิ่งนานเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เมื่อราคาเริ่มฟื้นตัวขึ้น ก็จะมีการปรับเพิ่มขึ้นยาวต่อเนื่อง


Saucer Top/Bottom


ตัวอย่างราคา


Chart Patterns

  • Reversal Patterns

  • Double and Triple Pattern

  • Head and Shoulder

  • Saucer Pattern

  • V-Shape

  • Candlestick Signal

  • Mountain Pattern


V-Shape Pattern

V-Shape : มีรูปร่างคล้าย Head & Shoulder Bottom แต่จะแตกต่างกันตรงระดับ Head การปรับลดลงในรูปแบบ V-Shape จะมีความลึกและแรงกว่า และในจังหวะการฟื้นตัวก็จะฟื้นเร็ว จนสร้างรูปตัว V ออก

จังหวะการเกิด V-Shape สามารถหวังผลให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นได้อย่างน้อยก็เทียบตำแหน่งปากเหว (ระดับราคาสุดท้ายก่อนที่จะถูกเทขายทิ้ง)


V-Shape Pattern


Chart Patterns

  • Reversal Patterns

  • Double and Triple Pattern

  • Head and Shoulder

  • Saucer Pattern

  • V-Shape

  • Mountain Pattern


Chart Patterns

  • Reversal Patterns

  • Double and Triple Pattern

  • Head and Shoulder

  • Saucer Pattern

  • V-Shape

  • Candlestick Signal

  • Mountain Pattern


Mountain Pattern

Mountain Pattern : มีรูปแบบการเคลื่อนไหวระยะยาวเป็นรูปภูเขาคือ ขึ้นสุดและลงสุด การเคลื่อนไหวลักษณะนี้เหมาะสำหรับหุ้นที่กำลังจะมีข่าวดีรออยู่หรือเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มจ่ายปันผลสูง

จุดซื้อสะสม


Chart Reading : Weekly

กราฟรายสัปดาห์ : ใช้สำหรับนักลงทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะกลางถึงยาว หากใช้กราฟรายสัปดาห์จะสามารถทำให้ได้ระดับขายทำกำไรที่ยาวกว่ารายวัน

การประยุกต์ใช้กราฟรายสัปดาห์ สามารถนำจังหวะการพักตัวระยะสั้นของกราฟรายวันมาใช้ประกอบกันได้ ในขณะที่การใช้งานตามหลัก Elliott สามารถนำไปวัดคลื่นได้ในระดับ Intermediate, Primary และสูงสุดได้ที่ Cycle


Chart Reading : Weekly

Daily

Weekly

Symmetrical

Pennant

3 เดือน

3 เดือน


Chart Reading : Weekly

Daily

Weekly

Saucer Bottom

Head & Shoulder Bottom

1-2 เดือน

1-2 เดือน


Chart Reading : Weekly

Daily

Weekly

V-Shape

Head & Shoulder Bottom

1 เดือน

1 เดือน


Notes

กราฟรายสัปดาห์ : สามารถใช้กำกับทิศตามแนวโน้ม ขาขึ้น ขาลง และออกข้าง ได้เป็นอย่างดี

การคำนวนหาราคาเป้าหมายสามารถใช้สูตรเดียวกับ Pattern การพักตัวในรายวัน

เหมาะสำหรับการตีเส้นแนวโน้ม ใช้สำหรับเป็นแนวต้านแนวรับ


Trend Analysis

T 3

Downtrend

T 4

Uptrend

T 5

T 2

B 3

B 4

B 5

B 2

T 1

Sideway

B 1


Resistance

การผ่านแนวต้านจากรายสัปดาห์จะเป็นสัญญาณการขึ้นที่รุนแรงมากกว่ารายวัน


Weekly Chart and Elliott Wave


Elliot Wave Theory

จากภาพคลื่น [1],[2],[3],[4],[5] อาจะใช้เวลา 3 ปี 7 ปี หรือ 10 ปี ซึ่งเป็นการรวม คลื่นย่อย 89 คลื่น และคลื่น [A],[B],[C] อาจใช้เวลา 1 ปี 2 ปี ขาลงใช้คลื่น 55 คลื่นรวม 144 คลื่น


Elliot Wave Theory


ELLIOTT Wave Signal


Chart Reading : Monthly

กราฟรายเดือน : จุดเด่นคือการมองภาพระยะยาว การประยุกต์ใช้สามารถมาจับจังหวะในเรื่องของแนวโน้ม ระยะยาว จากการวิเคราะห์แนวโน้มตามกราฟรายสัปดาห์ได้ รวมไปถึงการประยุกต์ใช้กับหลัก Elliott Wave ในระดับ Cycle, Super Cycle และ Grand Super Cycle


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่างราคา


Trading Time for 5 Minutes Chart

จังหวะการปรับเพิ่มขึ้นของหุ้น Day Trade มักจะขึ้นรัวต่อเนื่อง 5 – 15 นาที (ใช้แท่งเทียนราย 5 นาที 1 – 3 แท่ง) ก่อนจะหยุดพักไปอีกเกือบชั่วโมงก็จะทำการไล่ขึ้นอีกรอบ ซึ่งก็จะใช้เวลา 5-15 นาที


Chart Reading : Minute

กราฟรายนาที : เหมาะสำหรับการหาจุดซื้อ-ขาย เพื่อทำกำไรภายในวัน (Day Trade) หากหุ้นเล่นสั้นมีสภาพคล่องที่มากเพียงพอ หรือเป็นหุ้นที่อยู่ในกระแส ควรใช้กราฟราย 5 นาที

การหาจุดเข้าซื้อควรรอให้ราคาสร้าง Pattern ในการปรับเพิ่มขึ้นให้เรียบร้อย ก่อนจะหาแนวรับจากจังหวะพักตัว หลังจากนั้นจึงมาหาเป้าหมายทำกำไร


Trading Time for 5 Minutes Chart

จังหวะการปรับเพิ่มขึ้นของหุ้น Day Trade มักจะขึ้นรัวต่อเนื่อง 5 – 15 นาที (ใช้แท่งเทียนราย 5 นาที 1 – 3 แท่ง) ก่อนจะหยุดพักไปอีกเกือบชั่วโมงก็จะทำการไล่ขึ้นอีกรอบ ซึ่งก็จะใช้เวลา 5-15 นาที


Trading Time for 5 Minutes Chart

ระดับแนวรับ

รอให้ราคาปรับเพิ่มขึ้น 10-15 นาที แท่งเทียนจะเป็นแท่งเขียวประมาณ 2 ถึง 3 แท่ง

10-15 นาที


Trading Time for 5 Minutes Chart

ระดับแนวรับ

หรือรอให้เกิดการลดช่วงบวกของแท่งเทียน (ที่ 3) จนเป็นเงาบนยาว แล้วค่อยรอซื้อที่แนวรับ

10-15 นาที


Correction Phase

จังหวะพักตัวในการเล่นในวัน มักจะเป็นการพักหลังจากไล่ขึ้นมา 15 นาที โดยใช้เวลาในการพัก 30 – 45 นาที บางครั้งอาจนานเกินชั่วโมง

ระดับซื้อตาม

ระดับแนวรับ

10-15 นาที

30-45 นาที


Other Patterns for Intraday Speculation

รูปแบบอื่นๆที่น่าสนใจ ในการเข้าเล่น Day Trade คือ หากหุ้นกำลังอยู่ในกระแสและราคามีการเปิดลอยแต่หลังจากนั้นราคากลับไม่ไปต่อและแกว่งนิ่งออกข้าง การแกว่งออกข้างดังกล่าวส่วนใหญ่ มักจะใช้เวลานาน 1-2 ชั่วโมงก่อนจะมีการไล่ขึ้นต่อ

ระดับแนวรับ

1-2 ชั่วโมง


Target Price Calculation

เป้าหมายราคาในกราฟรายนาทีหากเข้าซื้อในยามที่ราคาพักตัวตามระดับแนวรับที่วางไว้ สามารถหาราคาเป้าหมายในการขายทำกำไร ด้วยการอิงจากความยาวของราคาในช่วง 5-15 นาทีของการปรับเพิ่มขึ้นตอนแรก

การอิงระยะขึ้นดังกล่าว สามารถนำมาขยายด้วยการคูณสัมประสิทธิ์ 1,1.38 และ 1.62


Target Price Calculation

C + (1.62 xH)

1.62 x H

A

C

H

B


ตัวอย่าง


ตัวอย่างราคา


ตัวอย่าง


ตัวอย่างราคา


  • Login