คำนำ
Download
1 / 127

คำนำ - PowerPoint PPT Presentation


  • 331 Views
  • Uploaded on

คำนำ.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' คำนำ' - hollis


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

คำนำ

  • ผู้ที่มีหน้าที่จัดหาพัสดุและผู้ที่มีหน้าที่บริหารงานพัสดุจะต้องเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 จนถึง ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2545 จนสามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์และยังต้องมีความรอบรู้ในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 พระราชบัญญัติความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานขอรัฐ พ.ศ. 2542 และระเบียบคณะกรรมการตรวจการเงินแผ่นดินว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง พ.ศ. 2544 ตลอดจนมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยจะต้องดำเนินการจัดหาพัสดุแบบเปิดเผยโปร่งใสและเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม มีความซื่อสัตย์และมีจรรยาบรรณเป็นพื้นฐาน ก่อนดำเนินการจัดหาพัสดุทุกครั้ง ต้องศึกษากฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ก่อนที่จะดำเนินการจัดหาพัสดุ โดยเฉพาะระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ


คำนำ (ต่อ)

  • งานพัสดุ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนครพนมจึงได้ปรับปรุงจากเอกสารระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุของงานคลังและพัสดุ มหาวิทยาลัยนครพนม โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 (e-Auction) หวังว่าเอกสารเล่มนี้จะอำนวยความสะดวกและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุตลอดจนผู้ที่สนใจงานพัสดุทั่วไป

  • นายชาลี ธรรมโสภณ

  • ผู้อำนวยการกลองกลาง สำนักงานอธิการบดี

  • มหาวิทยาลัยนครพนม

  • 31 มีนาคม 2552


ภาคที่ 1

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535

และแก้ไขเพิ่มเติม

* แก้ไขเพิ่มเติมตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2538

** แก้ไขเพิ่มเติมตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2539

*** แก้ไขเพิ่มเติมตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2541

**** แก้ไขเพิ่มเติมตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542

***** แก้ไขเพิ่มเติมตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2545


ระเบียบฯ พัสดุ 4 หมวด

นิยาม

ข้อ 5

การใช้บังคับ

ข้อ 6 8

และกรรมการมอบอำนาจ

ข้อ 9

หมวด 1

ข้อความทั่วไปมี 4 ส่วน

บทกำหนดโทษ

ข้อ 10

คณะกรรมการว่าด้วย

ข้อ 11 12

การพัสดุ (กวพ.)


บททั่วไป

ข้อ 13 15

ข้อ 16 73

การซื้อการจ้าง

การจ้างที่ปรึกษา

ข้อ 74 94

การจ้างออกแบบ

ข้อ 95 122

หมวด 2

การจัดหามี 8 ส่วน

และควบคุมงาน

การแลกเปลี่ยน

ข้อ 123 127

การเช่า

ข้อ 128 131

สัญญาและ

ข้อ 132 144

หลักประกัน

การลงโทษผู้ทิ้งงาน

ข้อ 145


การยืม

ข้อ 146 150

หมวด 3

การควบคุมและ

การจัดจำหน่าย

พัสดุ มี 3 ส่วน

การควบคุม

ข้อ 151 156

การจำหน่าย

ข้อ 157 161

หมวด 4

บทเฉพาะกาล

ข้อ 162 165


แผนภาพที่ 1 ขั้นตอนการซื้อและการจ้าง

- ทำรายงานขอซื้อ/จ้างพัสดุทั่วไป (27)

- ที่ดิน (28)

เจ้าหน้าที่พัสดุ

หัวหน้าส่วนราชการ

- ให้ความเห็นชอบ (29)

- แต่งตั้งคณะกรรมการ (34)

- ตกลงราคา (19 , 39)

- สอบราคา (20,40 - 43)

- ประกวดราคา (21 , 44 - 56)

- วิธีพิเศษ (23,57)(24 , 58)

- กรณีพิเศษ (26,59)

- วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (ตามระเบียบ e-Auction พ.ศ.2549)

ดำเนินการ

ขออนุมัติซื้อ/จ้าง

(65 - 67)

( 132 - 135 )

ทำสัญญา

- การซื้อ ( 71)

- การจ้าง (72 - 73)

- การเปลี่ยนแปลงสัญญา (136)

- การงด / ลดค่าปรับ ขยายเวลา (139)

- การบอกเลิก (137 - 138)

ตรวจรับ

เบิกจ่าย


ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2545 ข้อกำหนดรวมทั้งสิ้น 165 ข้อ แบ่งเป็น 4 หมวดคือ


หมวด 1 ข้อความทั่วไปมี 4 ส่วน รวม 8 ข้อ

ส่วนที่ 1 นิยาม รวม 1 ข้อ

ข้อ 5 คำนิยาม คำนิยามในระเบียบนี้มีดังต่อไปนี้

“ พัสดุ ”

วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง ที่กำหนดไว้ในหนังสือการจำแนก

ประเภทรายจ่ายตามงบประมาณของสำนักงบประมาณ

“ การซื้อ ”

การซื้อพัสดุทุกชนิด ทั้งที่มีการติดตั้งทดลอง และบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะ การจ้าง


“ การจ้าง ” ข้อความทั่วไปมี 4 ส่วน รวม

การจ้างทำของ และการรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และการจ้าง เหมาบริการแต่ไม่รวมถึงการจ้างลูกจ้าง ของส่วนราชการตามระเบียบของกระทรวงการคลังการรับขนการเดินทางไปราชการตามกฎหมายว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการการจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและควบคุมงาน และการจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

“ พัสดุที่ผลิตในประเทศ ”

ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตสำเร็จรูปแล้ว โดยสถานที่ผลิตตั้งอยู่ในประเทศไทย


“ กิจการของคนไทย ” ข้อความทั่วไปมี 4 ส่วน รวม

กิจการที่เป็นของบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลสัญชาติไทย

ที่ปรึกษา

บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ หรือสามารถให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางวิศวกรรม สถาปัตยกรรมเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่น รวมทั้งให้บริการด้านศึกษาสำรวจ ออกแบบและควบคุมงาน และการวิจัยแต่ไม่รวมถึง “การให้บริการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างอาคารด้วยเงินงบประมาณ

ที่ปรึกษาไทย

ที่ปรึกษาที่มีสัญชาติไทย และได้จดทะเบียนไว้กับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาของกระทรวงการคลัง


“ หัวหน้าส่วนราชการ ” ข้อความทั่วไปมี 4 ส่วน รวม

สำหรับส่วนกลาง คือ อธิบดีหรืออธิการบดี สำหรับส่วนภูมิภาคคือ ผู้ว่าราชการจังหวัด

“ หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ ”

หัวหน้าหน่วยงานระดับกอง ซึ่งปฏิบัติงานในสายงานที่เกี่ยวกับการพัสดุ

หรือข้าราชการอื่น ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าส่วนราชการ ให้เป็นหัวหน้า

เจ้าหน้าที่พัสดุ แล้วแต่กรณี

“ เจ้าหน้าที่พัสดุ ”

เจ้าหน้าที่ซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุหรือผู้ได้รับการแต่งตั้ง

จากหัวหน้าส่วนราชการให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดตามระเบียบนี้


“ ผู้อำนวยการโครงการ

ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายให้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุตามโครงการเงินกู้หรือโครงการเงินช่วยเหลือ

**** “ โรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพ ”

โรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐานเลขที่ มอก.9001

หรือ มอก.9002 ในกิจการและขอบข่ายที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือสถาบันรับรองมาตรฐาน ไอ เอส โอ หรือหน่วยงานที่กระทรวงอุตสาหกรรมให้การรับรองระบบงาน (accreditation)


*** “ ”ผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน”

บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่เข้าเสนอราคาขายในการซื้อพัสดุ หรือเข้าเสนอราคาเพื่อรับจ้างทำพัสดุ หรือเข้าเสนองานเพื่อรับจ้างเป็นที่ปรึกษา หรือรับจ้างออกแบบและควบคุมงาน ให้แก่ส่วนราชการเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในคราวเดียวกัน ได้แก่ การที่บุคคลหรือนิติบุคคลมีความสัมพันธ์กันในลักษณะดังต่อไปนี้


แล้วไป

(1) ความสัมพันธ์ในเชิงบริหาร - ไม่เป็นผู้บริหารชุดเดียวกัน

มีอำนาจในการบริหารจัดการอีกกิจการหนึ่งหรือหลายกิจการ

เป็น………ในกิจการหนึ่ง

๐ ผู้จัดการ

๐ หุ้นส่วนผู้จัดการ

๐ กรรมการจัดการ

๐ ผู้บริหาร

๐ ผู้มีอำนาจในการดำเนินงาน


แล้วไป

(2) ความสัมพันธ์ในเชิงทุน - ดูหุ้น

เป็น………ในกิจการหนึ่ง

๐ หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ

๐ หุ้นส่วนไม่จำกัด

ความรับผิดชอบใน หจก.

๐ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน บจก.

หรือ บ.มหาชน

( > 25% ของกิจการ)

- ในกิจการหนึ่ง

เป็น……..อีกรายหนึ่งหรือ หลายราย

๐ หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน

สามัญ

๐ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับ

ผิดใน หจก.

๐ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน บจก.


แล้วไป

(3) ความสัมพันธ์ในเชิงไขว้กัน

เป็น………ในกิจการหนึ่ง

๐ ผู้จัดการ

๐ หุ้นส่วนผู้จัดการ

๐ กรรมการจัดการ

๐ ผู้บริหาร

๐ ผู้มีอำนาจในการดำเนินงาน

เป็น………ในกิจการหนึ่ง

๐ หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ

๐ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับ

ผิดชอบใน หจก.

๐ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน บจก.หรือ

บ.มหาชน (> 25% ของกิจการ)


การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ”

การที่ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานรายหนึ่งหรือหลายรายกระทำการอย่างใด ๆ อันเป็นการขัดขวาง หรือไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคาอย่าง เป็นธรรมในการเสนอราคาไม่ว่าจะกระทำการโดย

๐ สมยอมกัน หรือโดยการให้ หรือรับว่าจะให้ หรือยอมจะรับเงิน

หรือ ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด

๐ ใช้กำลังประทุษร้ายหรือขมขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือ

๐ แสดงเอกสารอันเป็นเท็จ หรือ

๐ กระทำการใดโดยทุจริต

ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะแสวงหาประโยชน์ในระหว่างผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองาน ด้วยกัน หรือเพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้เสนองาน รายหนึ่งรายใดเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญา หรือ เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อให้เกิดความได้เปรียบส่วนราชการ โดยมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ


ส่วนที่ 2 การใช้บังคับและการมอบอำนาจ รวม 4 ข้อ

ข้อ 6 การใช้บังคับ

ระเบียบนี้ใช้บังคับแก่ส่วนราชการซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับพัสดุ โดยใช้เงินงบประมาณเงินกู้และเงินช่วยเหลือ

** ข้อ 9 การมอบอำนาจ

ผู้มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้ จะมอบอำนาจเป็นหนังสือ ให้แก่ ผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้ โดยให้คำนึงถึงระดับตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจเป็นสำคัญเมื่อมีการมอบอำนาจแล้วผู้รับมอบอำนาจมีหน้าที่ต้องรับอำนาจนั้น และจะมอบอำนาจนั้นให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นต่อไม่ได้

*** “ให้ผู้มอบส่งสำเนาหลักฐาน การมอบอำนาจ ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค แล้วแต่กรณีทราบทุกครั้ง”


ส่วนที่ 4 คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) รวม 2 ข้อ

ข้อ 11 องค์ประกอบของ กวพ.

คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุเรียกโดยย่อ “กวพ”

ข้อ 12 อำนาจหน้าที่ของ กวพ.

มีหน้าที่ ดังนี้

(1) ตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบฯ พัสดุ


หมวดที่ 4 การจัดหา มี 8 ส่วน รวม 133 ข้อ

ส่วนที่ 1 บททั่วไป รวม 3 ข้อ

**ข้อ 13 การวางแผนในการจัดหา

หลังจากได้ทราบยอดเงินที่จะนำมาใช้ในการจัดหาแล้ว ให้ส่วนราชการรีบดำเนินการให้เป็นไปตามแผน และตามขั้นตอนของระเบียบนี้ เพื่อให้พร้อมที่จะทำสัญญาได้ทันที เมื่อได้รับอนุมัติทางการเงินแล้ว


***ข้อ 15 การจัดทำเอง ส่วน รวม 133 ข้อ

ให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งผู้ควบคุมรับผิดชอบในการจัดทำเอง และ

แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการปฏิบัติงาน โดยมีคุณสมบัติและหน้าที่เช่นเดียว

กับคณะกรรมการตรวจการจ้าง เว้นแต่ส่วนราชการมีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดย

เฉพาะอยู่แล้ว

*** ข้อ 15 ทวิ หลักการของการจัดหาพัสดุ

ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนของการจัดหาต้องดำเนินการ

โดยเปิดเผย โปร่งใส และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันอย่าง เป็นธรรม


ส่วน รวม 133 ข้อ มีข้อมูลครบถ้วน และเพียงพอ

๐ เวลาเผยแพร่เพียงพอ และทั่วถึง

๐ ผ่านสื่อ

๐เกณฑ์ที่ใช้พิจารณา ต้องชัดเจน

๐ รักษาบรรยากาศของการแข่งขันอย่างเสมอภาค และเป็นธรรม

๐ กำหนดจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่จัดหา

๐ ต้องมีการบันทึกหลักฐานในการดำเนินการแต่ละขั้นตอน พร้อม

ทั้งต้องระบุเหตุผลในการพิจารณา สั่งการในขั้นตอนที่สำคัญไว้

เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย


ข้อ 15 ตรี การตรวจสอบผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน

การเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ตามข้อ 15 ทวิ ให้ผู้เสนองานที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน มีสิทธิที่จะ เสนอราคาในแต่ละครั้งเพียงรายเดียวเท่านั้น

ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาแต่ละรายว่าเป็นผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ ก่อนเปิดซองสอบราคา ประกวดราคาหรือเสนองานแล้วแต่กรณี กรณีที่ใช้วิธีการประกวดราคาแบบ 2 ซอง (ตามข้อ 54) หรือการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก(ตามข้อ 85 และ 86)ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาหรือเสนองาน ก่อนเปิดซองข้อเสนอด้านเทคนิค ซองข้อเสนอด้านราคา หรือซองข้อเสนอทางการเงิน


ข้อ 15 จัตวา การกำหนดเอกสารแสดงคุณสมบัติ

ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาแต่ละราย ตามข้อ 15 ตรีวรรคสอง ให้เจ้าหน้าที่กำหนดให้ผู้เสนอราคาหรือถ้าผู้เสนองาน ยื่นเอกสารแสดงคุณสมบัติแยกมาต่างหากโดยอย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้

(1) กรณีเป็นนิติบุคคล ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองพร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง

๐ การจดทะเบียนนิติบุคคล

๐ บริคณห์สนธิ

๐ บัญชีรายชื่อ หุ้นส่วนผู้จัดการ

๐ กรรมการผู้จัดการ

๐ ผู้มีอำนาจควบคุม และ

๐ บัญชีรายชื่อ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่


(2) กรณีเป็น การกำหนดเอกสารแสดงคุณสมบัติบุคคลธรรมดา หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนา เอกสารพร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง

๐ บัตรประชาชนของผู้นั้น

๐ ข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน ( ถ้ามี)

๐ บัตรประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน

(3) กรณีผู้เสนองานเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาเอกสารพร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง

๐ สัญญาของการเข้าร่วมค้า

๐ บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร่วมค้า และ

๐ หนังสือเดินทางกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้

ถือสัญชาติไทย หรือ

๐ ผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคลให้ยื่นเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (1)


(4) การกำหนดเอกสารแสดงคุณสมบัติเอกสารอื่นตามที่ส่วนราชการกำหนด เช่น

๐ หนังสือแสดงฐานะทางการเงิน

๐ สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์

๐ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

การยื่นเอกสารแสดงคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง ห้ามใส่ซองและให้ยื่นพร้อมกับการยื่นซองสอบราคา ,ประกวดราคา หรือเสนองานแล้วแต่กรณี สำหรับ กรณีที่กำหนดให้ยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิคเพียงซองเดียว ตามข้อ 87(2) ให้ผู้เสนองานยื่นเอกสารแสดงคุณสมบัติตาม วรรคหนึ่ง มาพร้อมกับการยื่นซองดังกล่าวด้วย

เมื่อได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ตามข้อ 15 ตรีวรรคสอง แล้ว ให้เจ้าหน้าที่ประกาศรายชื่อผู้เสนอราคาที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือก ไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของส่วนราชการโดยพลัน และถ้าผู้เสนอราคาอยู่ ณ สถานที่เปิดซองสอบราคา ประกวดราคา หรือเสนองาน ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้เสนอราคาทราบด้วย


ข้อ 15 เบญจ การตัดรายชื่อผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

หากปรากฎว่ามีผู้เสนอราคา หรือเสนองานเป็นผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ ตัดรายชื่อผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองานที่มีผลประโยชน์ร่วมกันทุกรายออก จากการเป็นผู้เสนอราคาในครั้งนั้น พร้อมแจ้งให้ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานทราบโดยพลัน

ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานที่ถูกตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองาน เพราะเหตุเป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน อาจอุธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อปลัดกระทรวงภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง พร้อมทั้งแสดงเหตุผลของการอุทธรณ์และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาด้วย


ในกรณีที่มี การตัดรายชื่อผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันการยื่นอุทธรณ์ตามวรรคสอง ให้ปลัดกระทรวงพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบโดยพลัน การวินิจฉัยอุทธรณ์ของปลัดกระทรวงให้ถือเป็นที่สุด สำหรับการเสนอราคาหรือเสนองานในการซื้อหรือการจ้างทำพัสดุ การจ้างที่ปรึกษา หรือการจ้างออกแบบและควบคุมงานในครั้งนั้น และให้ส่งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวให้ กวพ. ทราบด้วย

การยื่นอุทธรณ์ตามวรรคสอง ย่อมไม่เป็นเหตุให้มีการขยายระยะเวลาการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคา หรือเสนองาน เว้นแต่ปลัดกระทรวงพิจารณาเห็นว่าการขยายระยะเวลาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่งและในกรณีที่ปลัดกระทรวงพิจารณาแล้วเห็นด้วยกับคำคัดค้านของผู้อุทธรณ์ และเห็นว่าการยกเลิกการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคาหรือเสนองานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว จะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง ให้ปลัดกระทรวงมีอำนาจยกเลิกการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคาหรือเสนองานดังกล่าวได้


ข้อ 15 ฉ การปฏิบัติกรณีพบผู้เสนอราคามีการขัดขวางการแข่งราคาอย่าง เป็นธรรม ก่อนหรือขณะที่มีการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคา หรือเสนองาน

หากปรากฏว่า มีผู้เสนอราคา หรือเสนองานกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมต่อ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติก่อนหรือในขณะที่มีการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคา หรือเสนองานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหากเชื่อได้ว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ให้ตัดผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองานทุกราย

ให้นำความในข้อ 15 จัตวา วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม และผู้เสนอราคาหรือผู้เสนอราคาที่ถูกตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้เสนอราคา หรือผู้เสนอราคา ตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติได้ ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ 15 เบญจ มาใช้กับการอุทธรณ์โดยอนุโลม และให้หัวหน้าส่วนราชการเสนอต่อปลัดกระทรวงเพื่อพิจารณาให้ผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองานที่ถูกตัดรายชื่อออก ตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ทิ้งงาน


ข้อ 15 สัตต การตัดรายชื่อผู้เสนอราคา ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

ภายหลังได้รับการคัดเลือกแล้ว

หากปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคาหรือเสนองานแล้ว ว่าเป็นผู้เสนอราคาที่มีสิทธิที่ได้รับการคัดเลือกตามที่ประกาศรายชื่อไว้ตามข้อ 15 จัตวา วรรคสามเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมหรือขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ให้หัวหน้าส่วนราชการมีอำนาจหน้าที่จะตัดรายชื่อผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกดังกล่าวทุกรายออกจากประเทศรายชื่อ

ให้หัวหน้าส่วนราชการเสนอต่อปลัดระทรวงเพื่อพิจารณาให้ผู้เสนองานที่ถูกตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองานตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ทิ้งงาน


ขั้นตอนการซื้อและการจ้างขั้นตอนการซื้อและการจ้าง

- ทำรายงานขอซื้อ/จ้างพัสดุทั่วไป (27)

- ที่ดิน (28)

เจ้าหน้าที่พัสดุ

หัวหน้าส่วนราชการ

- ให้ความเห็นชอบ (29)

- แต่งตั้งคณะกรรมการ (34)

- ตกลงราคา (19 , 39)

- สอบราคา (20,40 - 43)

- ประกวดราคา (21 , 44 - 56)

- วิธีพิเศษ (23,57)(24 , 58)

- กรณีพิเศษ (26,59)

- วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (หลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง)

ดำเนินการ

ขออนุมัติซื้อ/จ้าง

(65 - 67)

( 132 - 135 )

ทำสัญญา

- การซื้อ ( 71)

- การจ้าง (72 - 73)

- การเปลี่ยนแปลงสัญญา (136)

- การงด / ลดค่าปรับ ขยายเวลา (139)

- การบอกเลิก (137 - 138)

ตรวจรับ

เบิกจ่าย


ข้อ 27 การรายงานการขอซื้อหรือจ้าง

ก่อนดำเนินการขอซื้อหรือจ้างทุกวิธี นอกจากซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างให้ เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอหัวหน้าส่วนราชการ ตามรายการดังต่อไปนี้

(1) เหตุผลและความจำเป็น ที่ต้องซื้อหรือจ้าง

(2) รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อหรืองานที่จะจ้าง

(3)ราคามาตรฐาน หรือ ราคากลางของทางราชการ หรือราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายใน

ระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ

(4) วงเงินที่จะซื้อหรือจ้างโดยให้ระบุวงเงินงบประมาณ วงเงินตามโครงการเงินกู้ หรือเงิน

ช่วยเหลือ ที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งนั้นทั้งหมดถ้าไม่มีวงเงินดังกล่าวให้ระบุวงเงินที่ประมาณว่า

จะซื้อจ้างในครั้งนั้น

(5) กำหนดเวลาที่ต้องใช้พัสดุนั้น หรือให้งานนั้นแล้วเสร็จ

(6) วิธีที่จะซื้อหรือจ้าง และเหตุผลที่ต้องซื้อหรือจ้างโดยวิธีนั้น

(7) ข้อเสนออื่น ๆ เช่น การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จำเป็นในการซื้อหรือจ้าง

การออกประกาศสอบราคาหรือประกาศ ประกวดราคา


การซื้อหรือจ้างโดย การรายงานการขอซื้อหรือจ้างวิธีตกลงราคาในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท

และการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษกรณีเร่งด่วน

ตามข้อ 23 (2) หรือ ข้อ 24 (3) ซึ่งไม่อาจทำรายงานตามปกติได้

เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการนั้น

จะทำรายงานตามวรรคหนึ่ง เฉพาะรายการที่เห็นว่าจำเป็นก็ได้


แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำรายงานขอซื้อหรือจ้าง ตามระเบียบฯ ข้อ 27

(1) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อหรือจ้าง

เหตุผล - ให้ระบุถึงสาเหตุที่หน่วยงานมีความประสงค์ ที่จะซื้อหรือจ้าง เช่น ยังไม่มีใช้

ยังไม่พอใช้ เสียหรือชำรุดไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

ความจำเป็น - เพื่อใช้ในหน่วยงานของราชการ หรือใช้ในการเรียนการสอนในวิชา……

(2) รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อหรืองานที่จะจ้าง

2.1 งานจัดซื้อวัสดุ - ให้ระบุรายการวัสดุและจำนวน ตามรายละเอียดแนบท้าย

2.2 งานจัดซื้อครุภัณฑ์ - ให้ระบุรายการครุภัณฑ์ จำนวนและคุณลักษณะเฉพาะ

(Specification) ของครุภัณฑ์พร้อมลงนามผู้กำหนด Spec

2.3 งานจัดจ้างซ่อมครุภัณฑ์ - ให้ระบุรายการซ่อมครุภัณฑ์ หมายเลขทะเบียนครุภัณฑ์

ตามรายละเอียดแนบท้าย

2.4 งานจัดจ้างสิ่งก่อสร้าง - ให้ระบุรายการ จำนวนสิ่งก่อสร้าง และแบบรูปรายการ

พร้อมลายเซ็นผู้รับผิดชอบใน Title Block

2.5 งานจ้างเหมา - ให้ระบุรายการงานที่จะจ้างเหมา จำนวนงานตามรายละเอียดแนบท้าย


แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำรายงานขอซื้อหรือจ้าง ตามระเบียบฯ ข้อ 27 (ต่อ)

(3) ราคามาตราฐาน หรือราคากลางของทางราชการ หรือราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายใน

ระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ

3.1 งานจัดซื้อวัสดุ- ให้ระบุราคาที่เคยซื้อวัสดุครั้งสุดท้าย ภายในระยะเวลา 2 ปี งบประมาณ

3.2 งานจัดซื้อครุภัณฑ์- ให้ระบุราคามาตราฐาน ที่ทางราชการได้กำหนดไว้ หรือราคาเคยซื้อ

ครุภัณฑ์ครั้งสุดท้ายภายใน ระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ

3.3 งานจัดจ้างซ่อมครุภัณฑ์ - ให้ระบุราคาที่เคยจ้างซ่อมครั้งสุดท้าย ภายในระยะเวลา

2 ปีงบประมาณ

3.4 งานจัดจ้างสิ่งก่อสร้าง - ให้ระบุราคากลางสำหรับสิ่งก่อสร้าง ที่คณะกรรมการราคากลาง

ได้ ตรวจ (Bill of Quantity, BOQ)ของผู้ประมาณราคาที่ได้

ประมาณการไว้

3.5 งานจ้างเหมาบริการ- ให้ระบุราคากลาง


แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำรายงานขอซื้อหรือจ้าง ตามระเบียบฯ ข้อ 27 (ต่อ)

(4) วงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง - ให้ระบุวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

(5) กำหนดเวลาที่ต้องการใช้พัสดุ หรือให้งานนั้นแล้วเสร็จ เช่น

5.1 งานจัดซื้อ - ให้กำหนดวันส่งมอบ(ภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันถัดจาก

วันรับใบสั่งซื้อ)

5.2 งานจัดซื้อครุภัณฑ์ - ให้กำหนดวันส่งมอบ ภายใน…….วัน นับถัดจาก

วันลงนามสัญญา

5.3 งานจัดจ้างซ่อมครุภัณฑ์ - ให้กำหนดวันส่งมอบงานจ้างซ่อม ภายใน......วัน

นับถัดจากวันรับใบสั่งจ้างซ่อม

5.4 งานจัดจ้างสิ่งก่อสร้าง - ให้กำหนดวันทำการแล้วเสร็จ นับถัดจาก

วันที่ลงนามในสัญญา

5.5 งานจ้างเหมาบริการ - ให้เริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ลงนามจนถึงวันจ้างทำงานวันสุดท้าย


แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำรายงานขอซื้อหรือจ้าง ตามระเบียบฯ ข้อ 27 (ต่อ)

(6) วิธีที่จะซื้อหรือจ้างและเหตุผลที่ต้องซื้อหรือจ้างโดยวิธีนั้น

6.1 วิธีที่จะซื้อหรือจ้าง

- ให้ระบุวิธีที่จะซื้อจ้าง โดยดูจากวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างแล้ว

พิจารณาวิธีซื้อ หรือจ้าง ตามระเบียบข้อ 19 ถึง 26

6.2 เหตุผลที่จะซื้อหรือจ้าง

- เป็นการให้เหตุผลในการจัดซื้อหรือจ้าง ตามข้อ 6.1 ตามระเบียบฯ

พัสดุ ข้อ 19 ถึง 26 เช่น


~ ตามระเบียบฯ ข้อ 27 (ต่อ)วิธีตกลงราคา การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

มีราคาไม่เกิน 100,000 บาท

~ วิธีสอบราคา การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

มีราคาเกิน 100,000 บาท 2,000,000 บาท

~ วิธีประกวดราคา การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

มีราคาเกิน 2,000,000 บาท

~ วิธีพิเศษ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

มีราคาเกิน 100,000 บาท

~ วิธีกรณีพิเศษ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

ไม่กำหนดวงเงิน

~ วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

มีราคาเกิน 2,000,000 บาท

แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำรายงานขอซื้อหรือจ้าง ตามระเบียบฯ ข้อ 27 (ต่อ)


แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำรายงานขอซื้อหรือจ้าง ตามระเบียบฯ ข้อ 27 (ต่อ)

7) ข้อเสนออื่น ๆ

7.1 เอกสารและ / หรือ แบบรูปรายการ

7.1.1 งานจัดซื้อวัสดุวิธีตกลงราคา

- ใบเสนอราคาของผู้ขายหรือผู้รับจ้าง

7.1.2 งานจัดซื้อครุภัณฑ์วิธีสอบราคา หรือประกวดราคา

- คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ

- คุณสมบัติของผู้เสนอราคา

- ให้ผู้เสนอราคาส่งตัวอย่างแคตตาล็อค

7.1.3 งานจัดจ้างสิ่งก่อสร้างวิธีสอบราคา หรือประกวดราคา

- แบบรูปรายละเอียดและจำนวนที่ต้องการ

- คุณสมบัติผู้เสนอราคา

- ใบเสนอราคา


แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำรายงานขอซื้อหรือจ้าง ตามระเบียบฯ ข้อ 27 (ต่อ)

7.2 การเสนอขอ แต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ในการซื้อหรือจ้าง

7.2.1 วิธีตกลงราคา

~ ถ้าการซื้อหรือจ้างในวงเงิน ไม่เกิน 10,000 บาท

ให้แต่งตั้งข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือลูกจ้างประจำ 1 คน ซึ่งมิใช่เป็นผู้จัดซื้อหรือจัดจ้างเป็นผู้ตรวจรับพัสดุ หรืองานจ้าง

~ ถ้าการซื้อหรือจ้าง ในวงเงิน ไม่เกิน 100,000 บาท

ให้แต่งตั้งข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 เป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง คือ ประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน


แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำรายงานขอซื้อหรือจ้าง ตามระเบียบฯ ข้อ 27 (ต่อ)

7.2.2 วิธีสอบราคา

ให้แต่งตั้งข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไปจำนวน อย่างน้อย 3 คน เป็นคณะกรรมการ คือ ประธาน กรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน

~ คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา

~ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือ คณะกรรมการตรวจการจ้าง

~ ห้ามแต่งตั้งกรรมการเปิดซองสอบราคาเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ

7.2.3 วิธีประกวดราคา

ให้แต่งตั้งข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็น คณะกรรมการ

คือ ประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน

~ คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา

~ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา

~ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือ คณะกรรมการตรวจการจ้าง

~ ห้ามแต่งตั้งกรรมการพิจารณาผลประกวดราคา เป็น กรรมการตรวจรับพัสดุ


แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำรายงานขอซื้อหรือจ้าง ตามระเบียบฯ ข้อ 27 (ต่อ)

7.2.4 วิธีพิเศษ

ให้แต่งตั้งข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็น คณะกรรมการ คือ ประธานกรรมการ 1 คน และ กรรมการอย่างน้อย 2 คน

1) วิธีจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ

~ คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ

~ (คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ )

2) วิธีจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ

~ คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ

~ (คณะกรรมการตรวจการจ้าง )

7.2.5 วิธีกรณีพิเศษ

ให้แต่งตั้งข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นคณะกรรมการ คือ ประธานกรรมการ 1 คน และ กรรมการอย่างน้อย 2 คน

~ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง


ขั้นตอนการซื้อและการจ้างขั้นตอนการซื้อและการจ้าง

- ทำรายงานขอซื้อ/จ้างพัสดุทั่วไป (27)

- ที่ดิน (28)

เจ้าหน้าที่พัสดุ

หัวหน้าส่วนราชการ

- ให้ความเห็นชอบ (29)

- แต่งตั้งคณะกรรมการ (34)

- ตกลงราคา (19 , 39)

- สอบราคา (20,40 - 43)

- ประกวดราคา (21 , 44 - 56)

- วิธีพิเศษ (23,57)(24 , 58)

- กรณีพิเศษ (26,59)

- วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (หลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง)

ดำเนินการ

ขออนุมัติซื้อ/จ้าง

(65 - 67)

( 132 - 135 )

ทำสัญญา

- การซื้อ ( 71)

- การจ้าง (72 - 73)

- การเปลี่ยนแปลงสัญญา (136)

- การงด / ลดค่าปรับ ขยายเวลา (139)

- การบอกเลิก (137 - 138)

ตรวจรับ

เบิกจ่าย


ข้อ 29 การให้ความเห็นชอบ

ให้หัวหน้าส่วนราชการตั้งคณะกรรมการ 8 คณะซื้อหรือจ้างคณะพร้อมกับกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาแล้วแต่กรณี คือ

(1) คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา

(2) คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา

(3) คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา

(4) คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ

(5) คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ

(6) คณะกรรมการร่าง TOR และร่างเอกสาร

ประกวดราคา

(7) คณะกรรมการประกวดราคา

(8) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

(9) คณะกรรมการตรวจการจ้าง

เมื่อหัวหน้าส่วนราชการให้ความเห็นชอบตามรายการที่เสนอตาม ข้อ 27 หรือ ข้อ 28 แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการวิธีการซื้อหรือจ้างต่อไป

ข้อ 34 คณะกรรมการดำเนินการซื้อหรือจ้าง

ให้คณะกรรมการแต่ละคณะ รายงานผลการพิจารณาต่อหัวหน้าส่วนราชการภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้ามีเหตุที่ทำให้การรายงานล่าช้า ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาขยายเวลาให้ตามความจำเป็น


ข้อ 35 องค์ประกอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการตามข้อ 34 ให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คนและกรรมการอย่างน้อย 2 คน โดยปกติให้ แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไปในกรณีจำเป็น หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ จะแต่งตั้งบุคคลที่มิใช่ข้าราชการร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยก็ได้ ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งข้าราชการที่มีคุณสมบัติดังกล่าว ข้างต้นทำหน้าที่ประธานกรรมการแทน

ในกรณีเมื่อกำหนดเวลาเปิดซองสอบราคาหรือรับซองประกวดราคาแล้ว ประธานกรรมการยังไม่มาปฏิบัติหน้าที่ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการในเวลานั้น โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เฉพาะข้อ 42 (1) หรือข้อ 49 แล้วแต่กรณี แล้วรายงานประธานกรรมการซึ่งหัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งเพื่อดำเนินการต่อไป


ในการซื้อหรือจ้างครั้งเดียว ห้ามแต่งตั้ง ผู้ที่เป็นกรรมการรับ - และเปิดซองประกวดราคา เป็น กรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา หรือ แต่งตั้งผู้ที่ เป็นกรรมการเปิดซองสอบราคา หรือ กรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา เป็น กรรมการตรวจรับพัสดุ

คณะกรรมการทุกคณะ เว้นแต่ คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาควรแต่งตั้งผู้ชำนาญการเกี่ยวกับพัสดุหรืองานจ้างนั้น ๆ เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย

สำหรับการซื้อหรือจ้างในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท จะแต่งตั้ง

ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ คนหนึ่งซึ่งมิใช่ผู้จัดซื้อหรือจัดจ้างเป็นผู้ตรวจรับพัสดุ หรืองานจ้างนั้น โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้


ข้อ 36 องค์ประชุมและมติ

ในการประชุมของคณะของคณะกรรมการแต่ละคณะ ต้องมีกรรมการมาพร้อมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ

มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานฯออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและคณะกรรมการตรวจการจ้าง ให้ถือมติเอกฉันท์

กรรมการของคณะใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย

ข้อ 37 ผู้ควบคุมงานจ้างก่อสร้าง

ให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งผู้ควบคุมเฉพาะด้านหรือเป็นกลุ่มบุคคล

ผู้ควบคุมงานควรมีคุณวุฒิตามที่ผู้ออกแบบเสนอ โดยปกติจะต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ ( ปวช.)


ขั้นตอนการซื้อและการจ้างขั้นตอนการซื้อและการจ้าง

- ทำรายงานขอซื้อ/จ้างพัสดุทั่วไป (27)

- ที่ดิน (28)

เจ้าหน้าที่พัสดุ

หัวหน้าส่วนราชการ

- ให้ความเห็นชอบ (29)

- แต่งตั้งคณะกรรมการ (34)

- ตกลงราคา (19 , 39)

- สอบราคา (20,40 - 43)

- ประกวดราคา (21 , 44 - 56)

- วิธีพิเศษ (23,57)(24 , 58)

- กรณีพิเศษ (26,59)

- วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (หลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง)

ดำเนินการ

ขออนุมัติซื้อ/จ้าง

(65 - 67)

( 132 - 135 )

ทำสัญญา

- การซื้อ ( 71)

- การจ้าง (72 - 73)

- การเปลี่ยนแปลงสัญญา (136)

- การงด / ลดค่าปรับ ขยายเวลา (139)

- การบอกเลิก (137 - 138)

ตรวจรับ

เบิกจ่าย


ข้อ 18 วิธีซื้อและวิธีจ้าง

(1) วิธีตกลงราคา (2) วิธีสอบราคา (3) วิธีประกวดราคา

มีวิธีซื้อหรือจ้าง 6 วิธี คือ

(4) วิธีพิเศษ

(5) วิธีกรณีพิเศษ

(6) วิธีประมูลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

*****

* ข้อ 19 ความหมายของวิธีตกลงราคา

การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง มีราคาไม่เกิน 100,000 บาท

* ข้อ 20 ความหมายของ วิธีสอบราคา

ราคาเกิน 100,000 - 2,000,000 บาท


* ข้อ 21 ความหมายของวิธีประกวดราคา

การซื้อหรือการจ้างตามข้อ 19 และ 20 ถ้าผู้ซื้อเห็นสมควรจะสั่งให้ซื้อหรือจ้างโดยวิธีที่กำหนดสำหรับวงเงินที่สูงกว่าได้แต่ห้ามแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างในครั้งเดียวกัน โดยลดวงเงินหรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนไป

เกิน 2,000,000 บาท

ข้อ 22 ข้อกำหนดพิเศษวิธีตกลงราคาและวิธีสอบราคา


การซื้อครั้งหนึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท ให้ กระทำได้เฉพาะ กรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

(1) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาด โดยส่วนราชการ (2) เป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วนหากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ราชการ (3) เป็นพัสดุเพื่อใช้ในราชการลับ (4) เป็นพัสดุที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในสถานการณ์ที่จำเป็น หรือเร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์องส่วนราชการ และจำเป็นต้องซื้อเพิ่ม (Repeat Order)

(5) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการ โดยผ่านองค์การ

ระหว่างประเทศ

(6) เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งาน หรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อ

เป็นการเฉพาะซึ่งหมายความรวมถึงอะไหล่ รถประจำตำแหน่ง

(7) เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง ซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง

(8) เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

** ข้อ 23 ความหมายของการซื้อวิธีพิเศษ


** ข้อ 24 ความหมายของการจ้างวิธีพิเศษ

การจ้างครั้งหนึ่ง เกิน 100,000 บาท ให้กระทำได้ เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้

(1) เป็นงานที่ต้องจ้างช่างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะ หรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ

(2) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจ ให้ทราบความชำรุดเสียก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้ เช่น งานจ้างซ่อมเครื่องจักร เครื่องมือกล เครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้า หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

(3) เป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วนหากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ราชการ (4) เป็นงานที่ต้องปกปิดเป็นความลับของทางราชการ (5) เป็นงานที่จำเป็นต้องการจ้างเพิ่มในสถานที่จำเป็นหรือเร่งด่วนหรือเพื่อประโยชน์ของส่วนราชการและจำเป็นต้องจ้างเพิ่ม(RepeatOrder) (6) เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี


เป็นการซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการในกรณีต่อไปนี้

(1) เป็นผู้ผลิตพัสดุหรือทำงานจ้างนั้นเองและนายกรัฐมนตรีอนุมัติให้ซื้อหรือจ้าง

(2) มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ซื้อหรือจ้าง

ข้อ 26 ความหมายของวิธีกรณีพิเศษ


100 000
ขั้นตอนการซื้อและการจ้างขั้นตอนการซื้อและการจ้างโดยวิธีตกลงราคา(ราคาไม่เกิน 100,000 บาท)

รายงาน (27)

หัวหน้าส่วนราชการ

เจ้าหน้าที่พัสดุ

ให้ความเห็นชอบ (29)

เสนอสั่งซื้อ / จ้าง

ติดต่อตกลงราคา

หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

ผู้ขาย / ผู้รับจ้าง

สั่งซื้อ / จ้าง (39)

วิธีการ:- เจ้าหน้าที่พัสดุ / ผู้รับผิดชอบดำเนินการไปก่อน

- รายงานขอความเห็นชอบหัวหน้าส่วนราชการ

- ใช้รายงานเป็นหลักฐานการตรวจรับ

- รายงานการซื้อ / จ้าง เฉพาะรายการเท่าที่จำเป็น

ไม่เกิน 10,000 บาท

ข้อยกเว้น : - กรณีจำเป็นเร่งด่วน

- ไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน

- ดำเนินการตามปกติไม่ทัน


100 000 2 000 000
ขั้นตอนการซื้อและการจ้างขั้นตอนการซื้อและการจ้างโดยวิธีสอบราคา(ราคาเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท

รายงาน (27)

หัวหน้าส่วนราชการ

เจ้าหน้าที่พัสดุ

ให้ความเห็นชอบ (29)

- ก่อนวันเปิดซอง > 10 วันธรรมดา

- นานาชาติ > 45 วันธรรมดา

- ปิด ณ ที่ทำการโดยเปิดเผย

- ส่งให้มีอาชีพขาย/รับจ้าง โดยตรงทาง

ไปรษณีย์ลงทะเบียนให้มากที่สุด

จัดทำเอกสารประกาศ (40) และ ออกประกาศรับซอง (41)

เจ้าหน้าที่รับซอง (41)

- รับซองโดยไม่เปิดซองตั้งแต่วันประกาศวันสิ้นสุดรับซอง

- ออกใบรับซองให้ผู้ยื่นซอง และส่งมอบซองให้แก่หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุทันที

คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา (42)

- เปิดซองใบเสนอราคาและอ่านราคาพร้อมบัญชีเอกสาร

- ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เสนอราคา

- ตรวจสอบคุณภาพ คุณสมบัติของพัสดุ

- คัดเลือกที่มี ~ เกณฑ์ปกติรายต่ำสุด

คุณภาพและ ~ เท่ากันหลายราย ยื่นซองใหม่

คุณสมบัติเป็น ~ รายเดียว ดำเนินการต่อ

ประโยชน์

หัวหน้าส่วนราชการสั่งการ


ระยะเวลาที่จะใช้การสอบราคาระยะเวลาที่จะใช้การสอบราคา

วันจัดทำประกาศ &เอกสาร

วันเสนอ

ลงนามประกาศ

วันประกาศผลการสอบราคา

วันเปิดซองใบเสนอราคา

วันประกาศรายชื่อ

ผปยร.

สิ้นสุดวัน

รับซอง

สิ้นสุดวันให้

วันชี้สถานที่

ให้

ไม่น้อยกว่า 10 วัน (วันทำการ + วันหยุด)

- 1 วัน-

- 1 วัน-

- 7 วัน-

- 2 วัน-

- 1 วัน-

- 2 วัน-

- 1 วัน-

ช่วงเวลาให้ยื่นซองสอบราคา

25 วัน


ข้อ 43 กรณีสอบราคาเกินวงเงิน

ให้คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาดำเนินการดังนี้

(1) เรียกรายต่ำสุด มาต่อรอง ราคาต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ หากยอมลดราคาแล้ว ราคาที่เสนอใหม่อยู่ในวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่าไม่เกิน 10% ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาเหมาะสม ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างรายนั้นได้

(2) ถ้าดำเนินการตาม (1) ไม่ได้ผล ให้เรียกผู้เสนอราคาทุกรายมาต่อรองราคาใหม่พร้อมกัน ด้วยวิธียื่นซองใหม่ ภายในระยะเวลาอันสมควร หากรายใดไม่ยื่นซอง ให้ถือว่ารายนั้นยืนราคาเดิม และพิจารณาตามหลักเกณฑ์ข้อ (1)

(3) ถ้าดำเนินการตาม (2) ไม่ได้ผล ให้เสนอความเห็นต่อหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจว่าจะสมควร

3.1 ลดรายการ ลดจำนวน หรือลดเนื้องาน หรือ

3.2 ขอเงินเพิ่ม หรือ

3.3 ยกเลิกการสอบราคาเพื่อดำเนินการสอบราคาใหม่


ขั้นตอนปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รับซองและคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาขั้นตอนปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รับซองและคณะกรรมการเปิดซองสอบราคา

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

คณะกรรมการเปิดซอง

สรุปผลการตรวจสอบ

- แจ้งผู้ถูกตัดสิทธิรับทราบ และผู้ตัดสิทธิ์อาจอุทธรณ์คำสั่งต่อปลัดกระทรวงภายใน 3 วัน

- เสนอผลต่อหัวหน้าส่วนฯ

เจ้าหน้าที่รับซอง

  • ลงนามรับเอกสารโดยไม่เปิดซองราคา/BOQ

  • ออกใบรับแก่ผู้ยื่นซอง

  • - ส่งมอบซองสอบราคาให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุทันที

  • วันรับซอง

ตรวจสอบเอกสารส่วนที่ 1

- ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน - แข่งขันอย่างเป็นธรรม - ประกาศรายชื่อผู้เสนองาน ที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือก

ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อเก็บรักษาและส่งมอบ

ให้กรรมการเปิดซองเมื่อถึง วัน เวลา เปิดซอง

  • สิ้นสุดวันรับซอง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

  • ประกาศรายชื่อผู้ทิ้งผ่านการตรวจเอกสารส่วนที่ 1

  • แจ้งการตัดรายชื่อผู้เสนอราคา

  • ที่มีผลประโยชน์ร่วม

เปิดซองใบเสนอราคาและตรวจเอกสาร

ส่วนที่ 2 (คุณสมบัติของผู้เสนอราคา)

- พิจารณาคุณสมบัติผู้เสนอราคาใบเสนอราคาแคตตาล็อก หรือ แบบรูปและรายละเอียด

- ตรวจสอบราคาและบัญชีปริมาณงาน (สำหรับงานจัดจ้าง)

- พิจารณาคัดเลือกพัสดุที่ถูกต้องตาม Spec หรือ ตามแบบรูปและรายละเอียดที่มีคุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ

- ตัดสินผลเสนอหัวหน้าส่วนฯ

  • วันเปิดซอง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง


2 000 000
ขั้นตอนการซื้อและการจ้างโดยวิธีประกวดราคาขั้นตอนการซื้อและการจ้างโดยวิธีประกวดราคา ราคาเกิน 2,000,000 บาท

รายงาน (27)

เจ้าหน้าที่พัสดุ

หัวหน้าส่วนราชการ

ให้ความเห็นชอบ (29)

หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

คณะกรรมการรับและเปิดซอง (49)

- รับซองลงทะเบียน ลงชื่อกำกับซอง

- ตรวจหลักประกันซอง

- รับเอกสารหลักฐาน

- เปิดซอง อ่านราคา,ลงชื่อในเอกสาร

- จัดทำเอกสารประกาศตามตัวอย่าง (44)

- วิธีประกาศ (45)

- ให้หรือขายแบบ (46)

- ประกาศเพิ่มเติม (47)

- ข้อห้าม ร่น,เลื่อน,เปลี่ยนแปลง (48)

(เว้นแต่กรณี 47)

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

A

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง


2 000 0001

Aขั้นตอนการซื้อและการจ้างโดยวิธีประกวดราคา

ขั้นตอนการซื้อและการจ้างโดยวิธีประกวดราคา ราคาเกิน 2,000,000 บาท (ต่อ)

ถ้ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ เป็นเหตุต้องเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญก่อนทำสัญญาทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ

ให้ยกเลิก (53)

คณะกรรมการพิจารณาผล (50)

- ตรวจสอบคุณสมบัติ / เงื่อนไข

- คัดเลือกสิ่งของ / งานจ้าง

- พิจารณาราคา

~ เกณฑ์ปกติ รายต่ำสุด

~ เท่ากันหลายราย ยื่นซองใหม่

~ สูงกว่าวงเงิน อนุโลมข้อ 43

~ ถูกต้องรายเดียว (51) ปกติให้ยกเลิก

- ถ้าเห็นว่ามีเหตุผลสมควร และเป็นพัสดุที่มีคุณภาพ

และคุณสมบัติ เป็น ประโยชน์ต่อราชการ ก็ให้

ซื้อ / จ้างได้

~ ไม่มีผู้เสนอราคา (52)

~ มีแต่ไม่ถูกต้อง

- รายงานผลการพิจารณาและความเห็นต่อหัวหน้าส่วนราช

การผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

ยื่น 2 ซอง (54)

- คำนึงถึงเทคโนโลยีของพัสดุฯ

- คุณสมบัติของผู้เสนอราคาซึ่งอาจมีข้อเสนอไม่

อยู่ในฐานะเดียวกัน

- การซื้อ / การจ้างแบบเหมารวม

ผู้ทำหน้าที่เปิดซองเทคนิคและซองราคา (55)

- เปิดซองราคาเฉพาะรายที่ผ่านคัดเลือกซอง

เทคนิค

การเปิดและพิจารณาซองการเงิน (56)

- เปิดซองการเงินพร้อมกับซองราคา

- การพิจารณาเทคนิคและการเงินให้มีผู้เชี่ยวชาญ ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยด้านละ 1 คน ร่วมเป็น

กรรมการด้วย

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

- ยกเลิกเพื่อประกวดราคาใหม่

- ใช้วิธีพิเศษ

หัวหน้าส่วนราชการสั่งการ

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง


ข้อ 44 การจัดเอกสารประกวดราคา และจัดทำประกาศ

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำเอกสารประกวดราคาตามตัวอย่าง ที่ กวพ. กำหนด (ถ้าจัดทำเอกสารที่แตกต่างและเห็นว่าจะมีปัญหา ให้ส่งร่างเอกสารประกวดราคาไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาก่อน) ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

(1) รายการพัสดุที่ต้องการซื้อ หรืองานที่ต้องการจ้าง

(2) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าประกวดราคา

(3) กำหนดวัน เวลารับซอง ปิดการรับซอง และเปิดซองประกวดราคา

(4) สถานที่ และระยะเวลาในการขอรับ หรือขอซื้อเอกสารการประกวดราคา และราคาของเอกสาร

(5) แหล่งเงินกู้และประเทศผู้มีสิทธิเข้าประกวดราคาในกรณีประกวดราคานานาชาติ


***ข้อ การจัดเอกสารประกวดราคา และจัดทำประกาศ 45 วิธีประกาศข่าว ประกวดราคา

ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ มีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมดูแล และ จัดทำหลักฐานการเผยแพร่และการปิดประกาศประกวดราคา ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการดังนี้

(1) ปิดประกาศประกวดราคาในตู้ปิดประกาศที่มีกุญแจปิดตลอดเวลาโดยเปิดเผย ณ ที่ทำการของส่วนราชการนั้น ต้องจัดทำหลักฐานการเปิดประกาศและการปลดประกาศออก เป็นหนังสือมีพยานบุคคลรับรอง ทั้งนี้ผู้ปิดประกาศผู้ปลดประกาศและพยาน จะต้องมิใช่บุคคลเดียวกัน

(2) ส่งไปประกาศทางวิทยุกระจายเสียง และ/หรือประกาศในหนังสือพิมพ์

(3) ส่งให้กรมประชาสัมพันธ์ และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย

(4) ส่งไปที่ศูนย์รวมข่าวประกวดราคาของทางราชการ โดยให้ส่งเอกสารประกวดราคาไปพร้อมกันด้วย

(5) ส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค แล้วแต่กรณี โดยให้ส่งเอกสารประกวดราคาไปพร้อมกันด้วย


หากเห็นสมควรจะส่งประกาศไปยัง หากเห็นสมควรจะส่งประกาศไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง หรือจะโฆษณาโดยวิธีอื่นอีกด้วยก็ได้

การส่งประกาศประกวดราคา หากจัดส่งทางไปรษณีย์ให้จัดส่งโดยใช้บริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) เว้นแต่ท้องที่ใด ไม่มีบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) จึงให้จัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

การดำเนินการปิดประกาศ และการส่งประกาศ ให้กระทำก่อน การให้หรือการขายเอกสารประกวดราคาไม่น้อยกว่า7 วันทำการ


ระยะที่เวลาจะใช้ในการประกวดราคาระยะที่เวลาจะใช้ในการประกวดราคา

วันประกาศ

ผลการ

ตัดสินการ

ประกวดราคา

วันจัดทำประกาศ &เอกสาร

วันเสนอ

ลงนามประกาศ

วันประกาศ

รายชื่อ

ส่วนที่ 1

วันให้ /

ขาย

วันปิด

ให้/ขาย

วันลงนาม + เผยแพร่

วันชี้สถานที่ /

ชี้แจงแบบ

วันเปิดซอง

ใบเสนอราคา

วัน

รับซอง

ช่วงจัดทำประกาศ

& เอกสาร

ช่วงเสนอ

ลงนามประกาศ

ช่วงเผยแพร่

ช่วงให้ / ขาย

ช่วงพิจารณาผล

การเปิดซอง

ชี้สถานที่

ตรวจ

ส่วน

ที่ 1

ช่วงคำนวณ

ไม่น้อยกว่า

7 วันทำการ

ไม่น้อยกว่า

7 วันทำการ

ไม่น้อยกว่า

7 วันทำการ

ไม่เกิน

15 วัน

~ 2 วัน

~ 1 วัน

~ 1 วัน

~ 1 วัน

47 วัน


ตรวจสอบระยะที่เวลาจะใช้ในการประกวดราคาเอกสารส่วนที่ 1

(ผลประโยชน์ร่วม)

- ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

สรุปผลการตรวจสอบเอกสารส่วนที่ 1

- ประกาศรายชื่อผู้ถูกตัดสิทธิรับทราบ

- แจ้งผู้ถูกตัดสิทธิรับทราบ

- แจ้งผลให้คณะกรรมการรับและเปิดซอง

ขั้นตอนปฏิบัติหน้าที่ในการประกวดราคา (ทั่วไป)

คณะกรรมการพิจารณาผล

คณะกรรมการรับและเปิดซอง

  • ตรวจสอบเอกสารผู้ยื่นซอง

  • - รับและตรวจเอกสารส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2

  • ตรวจสอบหลักประกันซอง

  • ลงทะเบียน ลงชื่อ กำกับซอง และ

  • เอกสารทุกแผ่น

  • วันรับซอง

มอบเอกสารสวนที่ 1 ให้กรรมการพิจารณาผลและเก็บรักษาเอกสารส่วนที่ 2 ไว้

  • สิ้นสุด

  • วันรับซอง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

  • ประกาศ

  • รายชื่อ

รับทราบผลเอกสารส่วนที่ 1

- คัดซองผู้ไม่มีสิทธิออก

ดำเนินการ เอกสารส่วนที่ 2

- เปิดซองอ่านราคา อ่านบัญชี

เอกสาร ของผู้มีสิทธิ

- เสนอเอกสารต่อกรรมการพิจารณาผล

  • วัน

  • เปิดซอง

  • รับซองเอกสารส่วนที่ 2 จาก ก.ก.รับฯ

  • - พิจารณาคุณสมบัติส่วนที่ 2

  • - พิจารณาราคาและบัญชีปริมาณงาน

  • ตัดสินผลการคัดเลือกพัสดุ หรืองานจ้างที่มี

  • คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทาง

  • ราชการเสนอหัวหน้าส่วนฯ

ยึดหลักประกันซอง

- ยึดไว้ไม่เกิน 3 รายที่ราคาต่ำ

- นอกนั้นคืนให้กับผู้ยื่นซอง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง


100 0001
ขั้นตอนการซื้อโดยวิธีพิเศษ (ราคาเกินกว่า 100,000 บาท)

รายงาน (27)

เจ้าหน้าที่พัสดุ

ให้ความเห็นชอบ (29)

หัวหน้าส่วนราชการ

คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ

เงื่อนไข (23)

วิธีการ (57)

  • 1. เจรจาตกลงราคา

  • เชิญผู้มีอาชีพขายมาเสนอราคาและต่อรอง

  • ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ 2

  • 4. เจรจาผู้ขายรายเดิม เงื่อนไขเดิม ราคาเดิมหรือดีกว่า

  • 5. สั่งซื้อโดยตรงโดยให้หน่วยงานอื่นในต่างประเทศสืบราคาให้

  • 6. เชิญผู้ผลิต/ผู้แทนจำหน่ายมาเสนอราคาและต่อรอง

  • 7. สืบราคาผู้มีอาชีพขายรายอื่นเปรียบเทียบกับผู้เสนอราคาเดิมและต่อรอง

  • 8. เชิญเจ้าของมาเสนอราคาและต่อรอง

1. จะขายทอดตลาด

2. เร่งด่วน

3. ราชการลับ

4. ซื้อเพิ่ม (Repeat Order)

5. ซื้อจากต่างประเทศ

6. จำเป็นต้องระบุยี่ห้อ

7. ใช้วิธีอื่นไม่ได้ผล

8. ซื้อที่ดิน / สิ่งก่อสร้างเฉพาะแห่ง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

รายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมเอกสาร ผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

หัวหน้าส่วนราชการสั่งการ

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง


100 0002
ขั้นตอนการจ้างโดยวิธีพิเศษ (ราคาเกินกว่า 100,000 บาท)

รายงาน (27)

เจ้าหน้าที่พัสดุ

ให้ความเห็นชอบ (29)

หัวหน้าส่วนราชการ

คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ

เงื่อนไข (24)

วิธีการ (58)

1. ช่างฝีมือเฉพาะ ชำนาญพิเศษ

2. ซ่อมพัสดุที่ต้องถอดตรวจ

3. เร่งด่วน - ช้าเสียหาย

4. งานลับ

5. จ้างเพิ่ม (Repeat Order) 6. ใช้วิธีอื่นไม่ได้ผล

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

  • เชิญผู้มีอาชีพโดยตรงมาเสนอราคาและต่อรอง

  • เจรจาผู้รับจ้างรายเดิมเงื่อนไขเดิมราคาเดิมหรือดีกว่า

  • - สืบราคาผู้มีอาชีพขายรายอื่นเปรียบเทียบกับผู้เสนอราคาเดิมและต่อรอง

รายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมเอกสารผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

หัวหน้าส่วนราชการสั่งการ

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง


ขั้นตอนการซื้อและการจ้างโดยวิธีกรขั้นตอนการซื้อและการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ (ไม่จำกัดวงเงิน)

รายงาน (27)

หัวหน้าส่วนราชการ

เกิน 100,000 บาท

เจ้าหน้าที่พัสดุ

ให้ความเห็นชอบ (29)

เสนอสั่งซื้อ/จ้าง

ติดต่อตกลงราคา

สั่งซื้อ / จ้าง (59)

  • ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง

  • ส่วนราชการ

  • รัฐวิสาหกิจ

  • หน่วยงานตามกฏหมายท้องถิ่น

  • เงื่อนไข:

  • เป็นผู้ทำ/ผลิตเอง นายกรัฐมนตรีอนุมัติหลักการแล้ว

  • มีกฏหมาย/มติคณะรัฐมนตรี ให้ผู้ซื้อ/จ้าง

  • (รวมหน่วยอื่นที่มิใช่ส่วนราชการ)

เสนอสั่งซื้อ/จ้าง

หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

(ไม่เกิน 100,000 บาท)

สั่งซื้อ / จ้าง (59)

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง

ในการสอบราคาจ้างงานก่อสร้าง


ตารางที่ 1 ผู้มีอำนาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามวิธีการจัดหา ( 65 และ 66)


ขั้นตอนการซื้อและการจ้างขั้นตอนการซื้อและการจ้าง

- ทำรายงานขอซื้อ/จ้างพัสดุทั่วไป (27)

- ที่ดิน (28)

เจ้าหน้าที่พัสดุ

หัวหน้าส่วนราชการ

- ให้ความเห็นชอบ (29)

- แต่งตั้งคณะกรรมการ (34)

- ตกลงราคา (19 , 39)

- สอบราคา (20,40 - 43)

- ประกวดราคา (21 , 44 - 56)

- วิธีพิเศษ (23,57)(24 , 58)

- กรณีพิเศษ (26,59)

- วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (หลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง)

ดำเนินการ

ขออนุมัติซื้อ/จ้าง

(65 - 67)

( 132 - 135 )

ทำสัญญา

- การซื้อ ( 71)

- การจ้าง (72 - 73)

- การเปลี่ยนแปลงสัญญา (136)

- การงด / ลดค่าปรับ ขยายเวลา (139)

- การบอกเลิก (137 - 138)

ตรวจรับ

เบิกจ่าย


ส่วนที่ 7 สัญญาและหลักประกัน รวม 13 ข้อ

ข้อ 132 รูปแบบสัญญา และอำนาจลงนามในสัญญา

การลงนามในสัญญา ในการจัดหาตามระเบียบนี้ เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการ และให้ทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ตามตัวอย่างที่กวพ. กำหนด

ในกรณีที่ไม่อาจทำสัญญาตามตัวอย่างที่ กวพ. กำหนดให้ และจำเป็นต้องร่างสัญญาขึ้นใหม่ ต้องส่งร่างสัญญานั้นให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาก่อน เว้นแต่หัวหน้าส่วนราชการเห็นสมควรทำสัญญาตามแบบที่เคยผ่านการพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ก็ให้กระทำได้


สำหรับ สัญญาและหลักประกัน รวม 13 ข้อการเช่า ซึ่งผู้เช่าจะต้องเสียเงินอื่นใดนอกจากค่าเช่า หรือในกรณีที่หัวหน้าส่วนราชการเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอให้ส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุด หรืออัยการจังหวัด แล้วแต่กรณี ตรวจพิจารณาก่อน

ในกรณีจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษแต่ต้องมีคำแปลตัวสัญญาและเอกสาร แนบท้ายสัญญาเฉพาะที่สำคัญเป็นภาษาไทยไว้ด้วย เว้นแต่เป็นการทำสัญญาตามตัวอย่างที่ กวพ. กำหนด ไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทย


***ข้อ 133 หลักเกณฑ์การทำข้อตกลงเป็นหนังสือ

การจัดหาจะทำข้อตกลงเป็นหนังสือ โดยไม่ต้องทำเป็นสัญญาตามข้อ 132 ก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการในกรณีดังต่อไปนี้

(1) การซื้อ การจ้าง หรือแลกเปลี่ยน โดยวิธีตกลงราคา หรือการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง ที่มีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท

(2) การจัดหาที่คู่สัญญา สามารถส่งมอบพัสดุได้ครบถ้วนภายในห้าวันทำการ นับตั้งแต่วันถัดจากวันทำข้อตกลงเป็นหนังสือ

(3) การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ และการจัดหาจากส่วนราชการ

(4) การซื้อโดยวิธีพิเศษตามข้อ 23 (1) (2) (3) (4) และ (5)

(5) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ 24 (1) (2) (3) (4) และ (5)

(6) การเช่า ซึ่งผู้เช่าไม่ต้องเสียเงินอื่นใด นอกจาก ค่าเช่า

ในกรณีการจัดหาซึ่งมีราคาไม่เกิน 10,000 บาท หรือในกรณีการซื้อหรือการจ้างซึ่งใช้วิธีดำเนินการตามข้อ 39 วรรคสองจะไม่ทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันก็ได้


ข้อ 134 ค่าปรับ หลักเกณฑ์การทำข้อตกลงเป็นหนังสือ

การทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือนอกจากการจ้างที่ปรึกษา ให้ กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัวระหว่างร้อยละ 0.01 - 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบเว้นแต่

การจ้างซึ่งต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น แต่จะต้องไม่ต่ำกว่า วันละ 100 บาท

ในการทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา หากส่วนราชการเห็นว่า ถ้าไม่กำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาจะเกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ให้ส่วนราชการผู้จัดทำสัญญากำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราหรือจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้นได้ ตามความเหมาะสมและจำเป็น


ในกรณีการจัดหาสิ่งของที่ประกอบกันเป็นชุด ถ้าขาดส่วนประกอบส่วนหนึ่งส่วนใดไปแล้ว จะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ แม้คู่สัญญาจะส่งมอบสิ่งของภายในกำหนดตามสัญญา แต่ยังขาดส่วนประกอบบางส่วน ต่อมาได้ส่งมอบส่วนประกอบที่ยังขาดนั้นเกินกำหนดสัญญา ให้ถือว่าไม่ได้ส่งมอบสิ่งของนั้นเลย ให้ปรับเต็มราคาของทั้งชุด

ในกรณีที่การจัดหาสิ่งของ คิดราคา รวมทั้งติดตั้ง หรือทดลองด้วย ถ้าติดตั้งหรือทดลองเกินกว่ากำหนดตามสัญญา เป็นจำนวนวันเท่าใด ให้ปรับเป็นรายวันในอัตราที่กำหนดของราคาทั้งหมด

เมื่อครบกำหนดวันส่งมอบพัสดุตามสัญญาหรือข้อตกลงให้ส่วนราชการ

รีบแจ้ง การเรียกค่าปรับ ตามสัญญาและเมื่อคู่สัญญาได้ส่งมอบพัสดุให้ส่วนราชการ

บอก สงวนสิทธิ์การเรียกค่าปรับ ในขณะที่รับมอบพัสดุด้วยนั้น


ข้อ 135 การส่งสำเนาสัญญา ให้ สตง.และกรมสรรพากร

ให้หัวหน้าส่วนราชการการส่งสำเนาสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือซึ่งมีมูลค่า ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ให้สตง. หรือสำนักตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคแล้วแต่กรณีและกรมสรรพากรภายใน 30 วัน นับแต่วันทำ

สัญญาหรือข้อตกลง


แผนภาพที่ การส่งสำเนาสัญญา ให้ สตง.และกรมสรรพากร1 ขั้นตอนการซื้อและการจ้าง

- ทำรายงานขอซื้อ/จ้างพัสดุทั่วไป (27)

- ที่ดิน (28)

เจ้าหน้าที่พัสดุ

หัวหน้าส่วนราชการ

- ให้ความเห็นชอบ (29)

- แต่งตั้งคณะกรรมการ (34)

- ตกลงราคา (19 , 39)

- สอบราคา (20,40 - 43)

- ประกวดราคา (21 , 44 - 56)

- วิธีพิเศษ (23,57)(24 , 58)

- กรณีพิเศษ (26,59)

- วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (หลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง)

ดำเนินการ

ขออนุมัติซื้อ/จ้าง

(65 - 67)

( 132 - 135 )

ทำสัญญา

- การซื้อ ( 71)

- การจ้าง (72 - 73)

- การเปลี่ยนแปลงสัญญา (136)

- การงด / ลดค่าปรับ ขยายเวลา (139)

- การบอกเลิก (137 - 138)

ตรวจรับ

เบิกจ่าย


ข้อ 71 หน้าที่คณะกรรมการรับพัสดุ

มีหน้าที่ดังนี้

(1) ตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงในกรณีที่การตรวจรับพัสดุ

ที่อื่นที่ไม่มีในสัญญา จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการ

(2) ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้ในกรณีจำเป็นที่ไม่สามารถตรวจนับเป็นจำนวนหน่วยทั้งหมดได้ ให้ตรวจรับตามหลักวิชาการสถิติ

(3) โดยปกติให้ตรวจรับพัสดุ ในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่ง และให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด

(4) เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้รับพัสดุไว้ และถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุครบถ้วนตั้งแต่ วันที่มาส่ง แล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่พัสดุพร้อมกับทำใบตรวจรับโดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อยสองฉบับ มอบแก่ผู้ขายหรือ ผู้รับจ้าง 1 ฉบับ และ เจ้าหน้าที่พัสดุ

1 ฉบับ เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินจากคลัง และรายงานให้ หัวหน้าส่วนราชการทราบ


ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบ มีรายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลง ให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี

(5) ในกรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวน หรือส่งมอบครบจำนวน แต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นให้ตรวจรับไว้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้องโดยถือปฏิบัติตาม (4) และโดยปกติให้รีบรายงานหัวหน้าส่วนราชการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันตรวจพบ

แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ์ ของส่วนราชการที่จะปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น

(6) การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกัน เป็นชุด หรือหน่วย ถ้าขาดส่วนประกอบ อย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ ให้ถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังมิได้ส่งมอบพัสดุ นั้น และโดยปกติให้ รีบรายงานหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ตรวจพบ

(7) ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคน ไม่ยอมรับพัสดุ โดยทำความเห็นแย้งไว้ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าหัวหน้าส่วนราชการสั่งการให้รับพัสดุนั้นไว้ จึงดำเนินการตาม (4) หรือ (5) แล้วแต่กรณี


ข้อ 72 หน้าที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง

มีหน้าที่ดังนี้

(1) ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และเหตุการณ์แวดล้อมที่

ผู้ควบคุมงานรายงาน โดยตรวจสอบกับแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา

ทุกสัปดาห์ รวมทั้งรับทราบหรือพิจารณาการสั่งหยุดงาน หรือพักงานของผู้ควบคุมงาน

แล้วรายงานหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

(2) การดำเนินการตาม (1) ในกรณีมีข้อสงสัยให้ออกตรวจงานจ้าง ณ สถานที่

ที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือที่ตกลงให้ทำงานจ้างนั้น ๆ โดยให้มีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม หรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่เห็นสมควรและตามหลักวิชาการช่าง เพื่อให้เป็นไป

ตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา

(3) โดยปกติให้ตรวจผลงานที่ผู้รับจ้าง ส่งมอบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ประธานกรรมการได้รับทราบการส่งมอบงานและให้ทำการตรวจรับให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด


(4) เมื่อ หน้าที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง ตรวจเห็นว่าเป็นการถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาแล้ว ให้ถือว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งงานจ้างนั้น และให้ทำใบรับรองผลการปฏิบัติงานทั้งหมดหรือเฉพาะงวดแล้วแต่กรณี โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย 2 ฉบับ มอบให้แก่ผู้รับจ้าง 1 ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ 1 ฉบับ เพื่อทำการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินจากคลัง และรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ

ในกรณีที่เห็นว่าผลงานที่ส่งมอบทั้งหมดหรืองวดใดก็ตามไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา ให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี

(5) ในกรณีที่กรรมการตรวจการจ้างบางคนไม่ยอมรับงาน โดยทำความเห็นแย้งไว้ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณา สั่งการ ถ้า หัวหน้าส่วนราชการสั่งการให้ตรวจงานจ้างนั้นไว้ จึงจะดำเนินการ ตาม (4)


แนวปฏิบัติเกี่ยวกับหน้าที่ของแนวปฏิบัติเกี่ยวกับหน้าที่ของ

คณะกรรมการตรวจการจ้าง ตามระเบียบฯ พัสดุ

ข้อ 72 , 136 และ 139

หน้าที่ของคณะกรรมการตรวจการจ้างที่สำคัญ มีดังนี้

1. หน้าที่การตรวจการจ้างให้เป็นไปตามสัญญา ตามระเบียบฯพัสดุ ข้อ 72

(1) ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และเหตุการณ์แวดล้อม ตามบันทึกรายงานของผู้ควบคุมงานสัญญาจ้างหรือไม่

(2) ถ้ามีข้อสงสัยการทำงานของผู้รับจ้างจะไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการช่าง หรืออาจผิดไปจากแบบรูปและรายการละเอียด คณะกรรมการจะต้องออกตรวจงานจ้าง ณ สถานที่ที่กำลังก่อสร้าง และประชุมพิจารณาเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือเพิ่มเติม ตัดทอนงาน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาจ้าง


(3) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับหน้าที่ของโดยปกติเมื่อประธานกรรมการจะนัดคณะกรรมการฯ ไปตรวจรับงานภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่รับทราบ และดำเนินการตรวจรับให้เสร็จสิ้นภายใน 3 วันทำการ สำหรับงวดงานแต่ละงวด และภายใน 5 วันทำการสำหรับงานงวดสุดท้าย ตามหนังสือหน้าที่และขอบเขตของคณะกรรมการตรวจการจ้าง

(4) เมื่อตรวจแล้วเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา ให้ถือว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งงานจ้างนั้น และให้ทำเอกสารการตรวจรับขึ้น 3 ฉบับ คือ ใบรายงานต่อผู้มีอำนาจสั่งจ้างพร้อมด้วยหลักฐาน 1 ฉบับ ใบตรวจการจ้าง 1 ฉบับ และใบรับรองผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง 1 ฉบับ ปกติจะทำขึ้น 3 ชุด

ชุดที่ 1 มอบให้ผู้รับจ้าง

ชุดที่ 2 มอบให้ฝ่ายบัญชี เพื่อลงบัญชี

ชุดที่ 3 มอบให้เจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อทำการเบิกจ่ายตามระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายจากคลัง

และมีหนังสือรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ พร้อมกับรายงานการประชุมของคณะกรรมการตรวจการจ้าง

ถ้ากรรมการตรวจการจ้างเห็นว่า ผลงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบยังไม่ถูกต้อง ตามสัญญา ต้องรายงานผลให้หัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุทราบหรือสั่งการแล้วแต่กรณี


(5) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับหน้าที่ของถ้ามีกรรมการบางคนไม่ยอมรับงานโดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาสั่งการก่อน ถ้าหัวหน้าส่วนราชการสั่งการให้ตรวจรับงานจ้างนั้นได้

จึงจะดำเนินการตามข้อ (4)

2. หน้าที่พิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลงตามระเบียบฯ ข้อ 136

จำเป็นต้องจัดให้มีการประชุมทุกครั้งเพื่อให้กรรมการทุกท่านได้ร่วมกันพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลง โดยจะต้องพิจารณาเปรียบเทียบทั้งในด้านคุณภาพและราคา ที่ไม่ทำให้ราชการเสียประโยชน์, หรือเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ หากมีความจำเป็นต้องเพิ่มหรือลดวงเงิน หรือเพิ่มหรือลดระยะเวลาในการทำงานให้ตกลงพร้อมกันไป แล้วสรุปออกมาเป็นมติคณะกรรมการตรวจการจ้าง และบันทึกเป็นรายงานการประชุม เพื่อเสนอหัวหน้าส่วนราชการภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่ออนุมัติต่อไป

ถ้ามีเหตุที่ทำให้การรายงานล่าช้าให้เสนอ หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาขยายเวลาให้ตามความจำเป็น (ตามระเบียบฯพัสดุ ข้อ 34)

ให้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากระเบียบฯพัสดุ ข้อ 136


3. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับหน้าที่ของหน้าที่พิจารณาการงดหรือลดค่าปรับหรือขยายระยะเวลาสัญญาตามระเบียบฯพัสดุข้อ 139

เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจการจ้าง ในการพิจารณาการขยายเวลาสัญญา ซึ่งจำเป็นต้องจัดให้มีการประชุมทุกครั้ง เพื่อให้กรรมการทุกท่านได้ร่วมกันพิจารณาถึงเหตุที่ขอขยายเวลา พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบว่าเป็นไปตามระเบียบฯว่าด้วยการพัสดุ ข้อ 139 หรือมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ถ้าหากว่าเข้าข่ายก็ให้ขยายเวลาได้ ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง ก็ให้สรุปออกมาเป็นมติคณะกรรมการตรวจการจ้าง และบันทึกเป็นรายงานการประชุมเสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการเพื่ออนุมัติต่อไป

ถ้ามีเหตุที่ทำให้การรายงานล่าช้าให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาขยายเวลาให้ได้ตามความจำเป็น (ตามระเบียบพัสดุข้อ 34)

ให้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากระเบียบฯพัสดุ ข้อ 139


ข้อ 73 หน้าที่ผู้ควบคุมงาน

มีหน้าที่ดังนี้

(1) ตรวจและควบคุมงาน ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือที่ตกลงให้ทำงานจ้างนั้น ๆ ทุกวัน ให้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียด และข้อกำหนดในสัญญาทุกประการ โดยสั่งเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม หรือตัดทอนงาน ตามหลักวิชาช่างเพื่อให้เป็นไปตามแบบรูป รายละเอียด และข้อกำหนดใน สัญญา ถ้าผู้รับจ้างขัดขืนไม่ปฏิบัติตามก็สั่งให้หยุดงานนั้นเฉพาะส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด แล้วแต่กรณีไว้ก่อนจนกว่าผู้รับจ้างจะยอมปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำสั่งและ ให้รายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างทันที

(2) ในกรณีที่ปรากฏว่าแบบรูปรายการละเอียด หรือข้อกำหนดในสัญญามีข้อความขัดกัน หรือเป็นที่คาดหมายได้ว่า ถึงแม้ว่างานนั้นจะได้เป็นไปตามแบบรูปรายละเอียด และข้อกำหนดในสัญญา แต่เมื่อสำเร็จแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรง หรือไม่เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี หรือไม่ ปลอดภัย ให้สั่งพักงานนั้นไว้ก่อนแล้วรายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างโดยเร็ว


**(3) หน้าที่ผู้ควบคุมงานจดบันทึกสภาพการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และเหตุการณ์แวดล้อมเป็นรายวันพร้อมทั้งผลการ ปฏิบัติงาน หรือการหยุดงาน และสาเหตุที่มีการ หยุดงาน อย่างน้อย 2 ฉบับ เพื่อรายงานให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบทุกสัปดาห์และ เก็บรักษาไว้เพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าที่พัสดุเมื่อเสร็จงานแต่ละงวด โดยถือว่าเป็นเอกสารสำคัญของทางราชการ เพื่อประกอบการตรวจสอบของผู้มีหน้าที่

การบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างให้ระบุรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติและวัสดุที่ใช้้ด้วย

(4) ในวันกำหนดลงมือทำการของผู้รับจ้างตามสัญญาและในวันถึงกำหนดส่งมอบงานแต่ละงวด ให้รายงานผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างว่าเป็นไปตามสัญญาหรือไม่ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันถึงกำหนดนั้น ๆ


ส่วนที่ 6 การเช่า รวม 1 ข้อ

ข้อ 128 การเช่าสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ และการจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้า

ให้หัวหน้าส่วนราชการ พิจารณาดำเนินการได้ตามความ เหมาะสมและจำเป็น โดยสำหรับการเช่าสังหาริมทรัพย์ ให้นำข้อ กำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม

ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้า ในการเช่าอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ ให้กระทำได้เฉพาะกรณีการเช่าซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) การเช่าจากหน่วยงานตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ จ่ายได้ไม่เกินร้อยละห้าสิบของค่าเช่าทั้งสัญญา

(2) การเช่าจากเอกชน จ่ายได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าเช่าทั้งสัญญา

การจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้านอกเหนือจากหลักเกณฑ์ข้างต้น

ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังก่อน


ข้อ 129 การเช่าอสังหาริมทรัพย์

ให้กระทำได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) เช่าที่ดิน เพื่อใช้ประโยชน์ในทางราชการ

(2) เช่าสถานที่ เพื่อใช้เป็นที่ทำการในกรณีที่ไม่มีสถานที่ของทางราชการหรือมีแต่ไม่เพียงพอ และถ้าสถานที่เช่านั้นกว้างขวางพอจะใช้เป็นที่พักของผู้ซึ่งมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านตามระเบียบของทางราชการด้วยก็ได้

(3) เช่าสถานที่ เพื่อใช้เป็นที่พักสำหรับผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าที่พักตามระเบียบของทางราชการในกรณีต้องการประหยัดเงินงบประมาณ

(4) เช่าสถานที่ เพื่อใช้เป็นที่เก็บพัสดุของทางราชการ ในกรณีที่ไม่มีสถานที่เก็บเพียงพอ

การเช่าให้ดำเนินการโดยวิธีตกลงราคา


ข้อ 130 การทำรายงานขอเช่าอสังหาริมทรัพย์

ก่อนดำเนินการเช่า ให้เจ้าหน้าที่ทำรายงานเสนอหัวหน้าส่วนราชการ ตามรายการดังต่อไปนี้

(1) เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องเช่า

(2) ราคาค่าเช่า ที่ผู้ให้เช่าเสนอ

(3) รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์ที่จะเช่าเช่นสภาพของสถานที่บริเวณที่ต้องการใช้พร้อมทั้งภาพถ่าย (ถ้ามี) และราคาค่าเช่าครั้งหลังสุด เป็นต้น

(4) อัตราค่าเช่า ของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีขนาดและสภาพใกล้เคียงกับที่จะเช่า (ถ้ามี)

ในกรณีหน่วยงานในส่วนกลาง ต้องการเช่าอสังหาริมทรัพย์ในส่วนภูมิภาค ให้ขอความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของสถานที่ และอัตราค่าเช่าจากจังหวัดนั้น ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย


ข้อ 131 อำนาจอนุมัติให้เช่า อสังหาริมทรัพย์

ให้หัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติค่าเช่า รวมทั้งค่าบริการอื่นเกี่ยวกับค่าเช่า ตามที่จะกำหนดไว้ในสัญญา ไม่เกินเดือนละ 20,000 บาท ถ้าเกินเดือนละ 20,000 บาท ให้ขอทำความตกลง กับกระทรวงการคลังก่อน

ส่วนที่ 7 สัญญาและหลักประกัน รวม 13 ข้อ

ข้อ 132 รูปแบบสัญญาและอำนาจลงนามในสัญญา

การลงนามในสัญญา ในการจัดหาตามระเบียบนี้ เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการ และให้ทำเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ตามตัวอย่างที่ กวพ.กำหนด


ในกรณีที่ อำนาจอนุมัติให้เช่า อสังหาริมทรัพย์ ไม่อาจทำสัญญาตามตัวอย่างที่ กวพ. กำหนดให้ และจำเป็นต้องร่างสัญญาขึ้นใหม่ ต้องส่งร่างสัญญานั้นให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาก่อน เว้นแต่หัวหน้าส่วนราชการเห็นสมควรทำสัญญาตามแบบที่เคยผ่านการพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ก็ให้กระทำได้

สำหรับการเช่าซึ่งผู้เช่าจะต้องเสียเงินอื่นใดนอกจากค่าเช่า หรือในกรณีที่หัวหน้าส่วนราชการเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ให้ส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุด หรืออัยการจังหวัด แล้วแต่กรณี ตรวจพิจารณาก่อน

ในกรณีจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษแต่ต้องมีคำแปลตัวสัญญาและเอกสาร แนบท้ายสัญญาเฉพาะที่สำคัญเป็นภาษาไทยไว้ด้วย เว้นแต่เป็นการทำสัญญาตามตัวอย่างที่ กวพ. กำหนด ไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทย


***ข้อ 133 หลักเกณฑ์การทำข้อตกลงเป็นหนังสือ

การจัดหาจะทำข้อตกลงเป็นหนังสือ โดยไม่ต้องทำเป็นสัญญาตามข้อ 132 ก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการในกรณีดังต่อไปนี้

(1) การซื้อ การจ้าง หรือแลกเปลี่ยน โดยวิธีตกลงราคา หรือการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง ที่มีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท

(2) การจัดหาที่คู่สัญญา สามารถส่งมอบพัสดุได้ครบถ้วนภายในห้าวันทำการ นับตั้งแต่วันถัดจากวันทำข้อตกลงเป็นหนังสือ

(3) การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ และการจัดหาจากส่วนราชการ

(4) การซื้อโดยวิธีพิเศษตามข้อ 23 (1) (2) (3) (4) และ (5)

(5) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ 24 (1) (2) (3) (4) และ (5)

(6) การเช่า ซึ่งผู้เช่าไม่ต้องเสียเงินอื่นใด นอกจากค่าเช่า

ในกรณีการจัดหาซึ่งมีราคาไม่เกิน 10,000 บาท หรือในกรณีการซื้อหรือการจ้างซึ่งใช้วิธีดำเนินการตามข้อ 39 วรรคสอง จะไม่ทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันก็ได้


ข้อ 134 ค่าปรับการทำสัญญา หรือข้อตกลง เป็นหนังสือ

นอกจากการจ้างที่ปรึกษาให้ กำหนดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราตายตัวระหว่างร้อยละ 0.01 - 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ

เว้นแต่การจ้างซึ่งต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น แต่จะต้อง

ไม่ต่ำกว่า วันละ 100 บาท

ในการทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา หากส่วนราชการเห็นว่า ถ้าไม่กำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาจะเกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ให้ส่วนราชการผู้จัดทำสัญญากำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราหรือจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้นได้ ตามความเหมาะสมและจำเป็น


ในกรณีการจัดหาสิ่งของที่ประกอบกันเป็นชุด ถ้าขาดส่วนประกอบส่วนหนึ่งส่วนใดไปแล้ว จะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ แม้คู่สัญญาจะส่งมอบสิ่งของภายในกำหนดตามสัญญา แต่ยังขาดส่วนประกอบบางส่วน ต่อมาได้ส่งมอบส่วนประกอบที่ยังขาดนั้นเกินกำหนดสัญญา ให้ถือว่าไม่ได้ส่งมอบสิ่งของนั้นเลย ให้ปรับเต็มราคาของทั้งชุด

ในกรณีที่การจัดหาสิ่งของ คิดราคารวมทั้งติดตั้ง หรือ ทดลองด้วย ถ้าติดตั้งหรือทดลอง เกินกว่ากำหนด ตามสัญญา เป็นจำนวนวันเท่าใด ให้ปรับเป็นรายวันในอัตราที่กำหนดของราคาทั้งหมด

เมื่อครบกำหนดวันส่งมอบพัสดุตามสัญญา หรือข้อตกลงให้ส่วนราชการ รีบแจ้ง

การเรียกค่าปรับ ตามสัญญาและเมื่อคู่สัญญาได้ส่งมอบพัสดุ ให้ส่วนราชการบอกสงวนสิทธิ์

การเรียกค่าปรับ ในขณะที่รับมอบพัสดุด้วยนั้น


ข้อ 135 การส่งสำเนาสัญญา ให้ สตง.และกรมสรรพากร

ให้หัวหน้าส่วนราชการการ ส่งสำเนาสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ให้สตง. หรือสำนักตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคแล้วแต่กรณี และกรมสรรพากรภายใน 30 วัน นับแต่วันทำสัญญาหรือข้อตกลง


**ข้อ 136 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา

สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ ได้ลงนาม แล้วจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงมิได้เว้นแต่การแก้ไขนั้นจะเป็นความจำเป็น โดยไม่ทำให้ทางราชการ ต้องเสียประโยชน์ หรือเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการให้อยู่ในอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้ามีการเพิ่มวงเงินจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือ ขอทำความตกลงในส่วนที่ใช้เงินกู้ หรือเงินช่วยเหลือแล้วแต่กรณีด้วย

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลงตามวรรคหนึ่งหากมีความจำเป็น

ต้องเพิ่มหรือลดวงเงิน หรือเพิ่มหรือลดระยะเวลาส่งมอบของหรือระยะเวลาในการทำงาน

ให้ตกลงพร้อมกันไป

สำหรับการจัดหาที่เกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรง หรืองานเทคนิคเฉพาะอย่าง จะต้องได้รับการรับรองจากวิศวกร สถาปนิก และวิศวกรผู้ชำนาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรับผิดชอบ หรือสามารถรับรองคุณลักษณะเฉพาะ แบบและรายการของงานก่อสร้าง หรืองานเทคนิคเฉพาะอย่างนั้น แล้วแต่กรณีด้วย


แนวปฏิบัติตามระเบียบฯ ข้อ 136

จะเห็นว่า ในหลักของสัญญาที่ได้ลงนามไปแล้วนั้นโดยปกติ ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ เว้นแต่

1. มีเหตุผลและเป็นความจำเป็นโดยไม่ทำให้ราชการเสียประโยชน์ หรือ เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ต่อทางราชการ โดยให้ระบุการอ้างสาเหตุความจำเป็นในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงพร้อมหลักฐานเอกสาร

2. พิจารณาด้านงาน

- โดยให้เปรียบเทียบ ปริมาณงานและคุณภาพของงานเดิมตามสัญญา กับปริมาณงาน

และคุณภาพงานที่ขอเปลี่ยนแปลง

- ถ้าเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรง หรืองานเทคนิค ต้องได้รับการรับรองจากวิศวกร

สถาปนิก หรือผู้ทรงคุณวุฒิ


3. พิจารณา ข้อ 136ด้านเงิน - การพิจารณาราคาให้คิดจากฐานเดียวกันพร้อมหลักฐานเอกสารแสดงหากต้องเพิ่มเงินหรือลดวงเงินให้ตกลงพร้อมกันไป - ถ้ามีการเพิ่มวงเงิน และเป็นเหตุให้เกินอำนาจสั่งการของ หัวหน้าส่วนราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

4. พิจารณาด้านเวลา

- ถ้าหากต้องเพิ่มหรือลดระยะเวลาให้ตกลงพร้อมกันไปโดยมีหลักฐานเอกสารแสดง 5. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา ต้องมีการยินยอมกันทั้งสองฝ่าย (ผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง) โดยปกติจะให้ผู้รับจ้างระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสัญญาครั้งนี้ ยินดี หรือขอ แล้วแต่กรณี คือ

6. คณะกรรมการตรวจรับ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างแล้วแต่กรณี เป็นผู้พิจารณาดำเนินการตามข้อ 1 - 5 แล้วสรุปเป็นมติของคณะกรรมการในการขอเปลี่ยนแปลง

5.1 ไม่ขอการเพิ่มเงิน และไม่ขอเพิ่มเวลา

5.2 ไม่ขอเพิ่มเงิน แต่ขอเวลาเพิ่ม

5.3 ขอเพิ่มเงิน แต่ไม่ขอเวลาเพิ่ม

5.4 เพิ่มทั้งเงิน และเพิ่มทั้งเวลา


ข้อ 137 การใช้สิทธิการบอกเลิกสัญญาและการตกลงเลิกสัญญา สามารถทำงานให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณา ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา หรือข้อตกลงในกรณีที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่า ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่กำหนด

การตกลงกับคู่สัญญา ที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงให้หัวหน้าสวนราชการพิจารณาได้เฉพาะกรณี ที่เป็นประโยชน์แก่ทางราชการโดยตรง หรือ เพื่อแก้ไขข้อเสียเปรียบ

ข้อ 138 การบอกเลิกสัญญากรณีค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 และการผ่อนปรน

กรณีคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ หากจำนวนเงินค่าปรับ จะเกินร้อยละ 10 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างให้ส่วนราชการพิจารณาบอกเลิกสัญญาหรือ ข้อตกลงเว้นแต่คู่สัญญาจะได้ ยินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไขจึงพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาเท่าที่

จำเป็น


**ข้อ 139 การงดหรือลดค่าปรับ หรือ การขยายเวลา

การงดหรือลดค่าปรับหรือการขยายเวลาสัญญาให้อยู่ในอำนาจของหัวหน้า

ส่วนราชการที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริงเฉพาะกรณีดังต่อไปนี้

(1) เหตุเกิดจากความผิด หรือความบกพร่องของส่วนราชการ

(2) เหตุสุดวิสัย

(3) เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

ให้ส่วนราชการระบุไว้ในสัญญา กำหนดให้คู่สัญญาต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้ส่วนราชการทราบภายใน 15 วัน นับแต่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลงหากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อขอลดหรืองดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่กรณีตาม (1) ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือส่วนราชการทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น


แนวปฏิบัติตามระเบียบข้อ 139

ให้จัดทำเป็นรายงานการประชุมของคณะกรรมการตรวจรับหรือคณะกรรมการตรวจการจ้างแล้วแต่กรณี โดยให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

1. หนังสือของผู้ขาย / ผู้รับจ้าง

1.1 แจ้งเหตุผลของขยายเวลา

1.2 จำนวนวันที่ขอขยายเวลา

1.3 หลักฐานของ ผู้ขาย / ผู้รับจ้างพร้อมกับการรับรองเอกสารของผู้ขาย / ผู้รับจ้าง

2. คณะกรรมการตรวจรับ / คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาในเรื่อง

2.1 เหตุที่ให้ขยาย พิจารณาว่าเข้าข่ายตามระเบียบฯพัสดุข้อ 139 ข้อใดพร้อม หลักฐานแสดง

(1) เหตุเกิดความผิดของส่วนราชการ เช่น รอคณะกรรมการตรวจมอบ พื้นที่ล่าช้า เป็นต้น

(2) เหตุสุดวิสัย เป็นต้น เช่น ฝนตกหนักมาก และ มีการป้องกันแล้วยัง

ไม่สามารถทำงานได้ เป็นต้น


- ฝนวัดจำนวนไม่ได้ คือฝนตกมีปริมาณน้อยกว่า 0.1 มิลลิเมตร

- ฝนเล็กน้อย คือฝนตกตั้งแต่ 0.1 มิลลิเมตร ขึ้นไป

แต่ไม่เกิน 10.0 มิลลิเมตร

- ฝนปานกลาง คือฝนตกตั้งแต่ 10.1 มิลลิเมตร

ถึง 35.0 มิลลิเมตร

- ฝนหนัก คือฝนตกตั้งแต่ 35.1 มิลลิเมตร

ถึง 90.0 มิลลิเมตร

- ฝนหนักมาก คือฝนตกตั้งแต่ 90.1 มิลลิเมตร ขึ้นไป

เกณฑ์ปริมาณน้ำฝน


ความหมายคำว่า คือฝนตกมีปริมาณน้อยกว่า 0.1 มิลลิเมตรเหตุสุดวิสัย ตามประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 และหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ สร.0101/2214 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2511 องค์ประกอบที่สำคัญ 2 ประการคือ

1. เหตุเกิดขึ้นโดยมิใช่ความผิดของบุคคลผู้นั้น จะต้องรับ

ผิดชอบ อาทิ

# เหตุเกิดจากธรรมดาโลก เช่น เพลิงไหม้ฟ้าผ่า น้ำท่วม

#เหตุเกิดแต่บุคคลที่สาม เช่น โจรสลัด โจรปล้น เป็นต้น

2. ต้องเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ ถ้าสามารถป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายได้ แต่ ไม่ได้ป้องกัน จะอ้างเหตุสุดวิสัยไม่ได้


(3) เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดชอบ เช่นขาย / ผู้รับจ้างสั่งพัสดุจากบริษัทผู้ผลิตต่างประเทศซึ่งส่งพัสดุทางเรือต่อมาเรือเกิดอัปปาง เป็นต้น

เมื่อคณะกรรมการตรวจรับ / คณะกรรมการตรวจการจ้างได้พิจารณาเหตุที่ผู้ซื้อ / ผู้รับจ้างขอขยาย

ถ้าเข้าข่าย ตามข้อ 139 มีเหตุให้ขยายแล้วจึงพิจารณาจำนวนวันที่จะให้ขยายตามข้อ 2.2

ถ้าไม่เข้าข่าย ตามข้อ 139 ไม่มีเหตุให้ขยายจึงไม่ให้ขยาย

2.2. จำนวนวันที่จะให้ขยาย ให้พิจารณาจำนวนวันตามเหตุที่เกิดขึ้นจริงพร้อม หลักฐานเอกสารแสดง

2.3. สรุปเป็นมติของคณะกรรมการตรวจรับ / คณะกรรมการตรวจการจ้าง ว่าให้ขยายเวลาหรือไม่ให้ขยายเวลา โดยอ้างเป็นไปตามระเบียบพัสดุ ข้อ 139 วงเล็บใด และจำนวนวันที่ให้ขยาย


ส่วนที่ 3 บทกำหนดโทษ รวม 1 ข้อ

ข้อ 10 บทกำหนดโทษ

ผู้มีอำนาจ หรือหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบนี้ กระทำการใดโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ หรือกระทำการโดยปราศ จากอำนาจ หรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่รวมทั้งมีพฤติกรรมที่เอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าเสนอราคา มีการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการหรือตามกฎหมายเฉพาะภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้


ภาคที่ รวม 1 ข้อ3

ปัญหาและแนวทางการแก้ไขการจัดซื้อจัดจ้าง


1. ปัญหาความล่าช้าและแนวทางแก้ไขการจัดซื้อ

1.1 กำหนดคุณลักษณะเฉพาะ (SPECIFICATION) ของพัสดุ

1.1.1 ผู้กำหนด SPEC ไม่พร้อมจัดทำSPECเนื่องจากติดภาระอื่น เช่นสัมมนา ลาศึกษาต่อ มีภาระงานมาก

1.1.2 ผู้กำหนด SPEC ไม่เข้าในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุข้อ 16 ทำให้มีปัญหาการอุทธรณ์ขอความเป็นธรรมเมื่อเกิดการผิดพลาดจริง ก็ต้องยกเลิกการจัดหา


ส่วนที่ 2 การซื้อการจ้าง รวม 58 ข้อ

*** ข้อ 16 การใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศหรือเป็นกิจการของคนไทย

  • ห้ามกำหนดรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะ (SPECIFICATION)กีดกันไม่ให้ผู้ผลิตหรือผู้ขายพัสดุที่ผลิตในประเทศไทย หรือเป็นกิจการของคนไทยเข้าแข่งขันในการเสนอราคากับทางราชการ

  • ถ้าพัสดุมี มอก. ให้กำหนด Spec. ตาม มอก.

  • (3) ถ้าพัสดุยังไม่มี มอก. แต่ได้ จดทะเบียนผลิตภัณฑ์ ไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรม ให้กำหนด spec ให้สอดคล้องกับรายละเอียด ตามที่ระบุไว้ในคู่มือผู้ซื้อหรือ ใบแทรก

  • ถ้ามีความจำเป็นจะต้องกำหนดแตกต่างจาก (2) หรือ (3) ให้แจ้งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เมื่อได้รับหนังสือกระทรวงอุตสาหกรรมรับทราบ หรือไม่ทักท้วง ให้ดำเนินการซื้อหรือจ้างต่อไปได้


(5) ถ้าพัสดุมี (มอก.+ การซื้อการจ้าง รวม 58 ข้อISO ) > 3 ราย ให้กำหนด (มอก.+ ISO) ที่ทำในประเทศไทยเท่านั้น

ถ้าพัสดุมี (มอก.+ ISO) < 3 ราย ให้กำหนด มอก. หรือ ISO

แต่มี มอก. > 3 ราย ที่ทำใน ประเทศไทยเท่านั้น

หรือ มี ISO > 3 ราย

การซื้อหรือจ้างในกรณีนี้ นอกจากการจ้างก่อสร้างหากมีผู้เสนอราคาพัสดุที่มี (มอก.+ ISO) แข่งขันกับรายอื่น ได้รับสิทธิเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุด

ของผู้เสนอราคารายอื่น > 5 % ให้ซื้อ > 3%


  • ถ้าพัสดุมี การซื้อการจ้าง รวม 58 ข้อมอก. >3 ราย ให้กำหนด มอก. ที่ทำในประเทศไทยเท่านั้น

  • ถ้าพัสดุมี ISO > 3 ราย ให้กำหนด ISO ที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพ

  • ที่ทำในประเทศไทยเท่านั้น

การซื้อหรือจ้างในกรณีนี้ นอกจากการจ้างก่อสร้างหากมีผู้เสนอ

ราคาพัสดุที่มี (มอก.+ ISO) แข่งขันกับรายอื่น ได้รับสิทธิเสนอราคาสูงกว่า

ราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่น >5 % ให้ซื้อ > 3%

(7) ถ้าพัสดุมี (มอก.+ISO ) < 3 ราย ให้ระบุความต้องการ

หรือ มี มอก. < 3 ราย เฉพาะพัสดุที่ทำใน

หรือ มี ISO < 3 ราย ประเทศไทย


ถ้าหากต่อราคาแล้วไม่ได้ผลให้เรียก (มอก. + ISO)

รายที่เสนอราคาต่ำสุดถัดไป มาต่อรองราคา

หากต่อรองราคาแล้ว ราคาที่ลดลงสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่น > 7% ให้ซื้อหรือจ้างได้

การซื้อหรือจ้างในกรณีนี้ นอกจาก การจ้างก่อสร้าง ถ้ามีผู้เสนอราคา พัสดุที่มี (มอก. + ISO ) หรือ มี มอก. หรือมี ISO ให้ดำเนินการต่อรองราคา ดังนี้


(ข) ถ้าดำเนินตาม (ก) ไม่ได้ผล ให้เรียก มอก. หรือISO ที่เสนอราคาสูงกว่า

ราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่น > 7% ให้ซื้อ > 5%

  • ถ้าพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้างมีผู้ได้รับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ไว้กับกระทรวง อุตสาหกรรมแล้ว ให้ระบุความต้องการเฉพาะพัสดุที่

  • ทำในประเทศไทย

การซื้อหรือจ้างในกรณีนี้ นอกจากการจ้างก่อสร้าง ถ้ามีผู้เสนอราคาพัสดุที่ได้รับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ ผู้เสนอราคาที่ได้รับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์มีสิทธิเสนอราคาสูงกว่ารายต่ำสุด ของผู้เสนอราคารายอื่น

> 7% ให้ซื้อ > 5%


(9) การดำเนินการตาม ข้อ (5) (6) (7) หรือ (8) ให้ถือตามบัญชี คู่มือซื้อ

หรือใบแทรกคู่มือผู้ซื้อ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมจัดทำขึ้น ถึงเดือนก่อนหน้าที่จะประกาศ

ซื้อหรือจ้าง

ถ้าผู้เสนอราคาอยู่ระหว่างการขอรับรอง ISO หรือ มอก. หรือการขอจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใน 10 วันทำการนับจากวันถัดจากวันเสนอราคาโดยแนบ มาพร้อมกับใบเสนอราคา แต่ต้องการก่อนการพิจารณาตัดสินราคาของ คณะกรรมการ ให้เสมือนเป็นผู้เสนอราคาแบบมี ISO หรือ มอก. หรือได้รับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี

  • ถ้าดำเนินตามข้อ (2) (3) (5) (6) (7) หรือ(8) แล้วไม่สามารถซื้อหรือจ้างได้

  • ให้ดำเนินการซื้อหรือจ้างต่อไปหรือไม่รับพิจารณารายนั้นแล้วแต่กรณี


  • การซื้อ และ การจ้าง นอกจากข้อ (2) (3) (5) (6) (7) หรือ (8) แต่ไม่รวมถึงการจ้างก่อสร้าง ให้กำหนดเงื่อนไข ให้ผู้เสนอราคา ระบุแหล่งกำเนิดหรือประเทศที่ผลิตด้วย

ถ้าผลิตในประเทศไทยหรือ เป็นกิจการของคนไทยมีสิทธิเสนอราคาได้สูงกว่าพัสดุไม่ได้ผลิตในประเทศไทย หรือมิได้เป็นกิจการของคนไทย

> 5% ของผู้เสนอราคาต่ำสุด ให้ซื้อ > 3% ของราคารายต่ำสุด

  • การเปรียบเทียบราคา ให้พิจารณาราคาที่อยู่ในฐานเดียวกันโดยให้พิจารณา

  • ราคารวมภาษี ราคาแยกภาษีหรือราคายกเว้นภาษีตามหลักเกณฑ์ที่ได้ประกาศให้ผู้เสนอราคาทราบแล้วแต่กรณี


  • ราคาที่ซื้อ หรือ จ้าง ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์วิธีซื้อ หรือ วิธีจ้าง แต่ละวิธี

  • เว้นแต่จะเข้าหลักเกณฑ์ตาม (6) (7) (8) หรือ (11)

ถ้าผู้ใดมี มอก. ประเภท ชนิด หรือขนาดเดียวกัน หรือ ISO ตาม (5) (6) หรือ (7) ถ้ามีลักษณะมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตามนัย “ผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน”ให้นับ มอก. หรือ ISOเป็น 1 ราย เท่านั้น

ข้อ 17 การควบคุมและสนับสนุนการใช้พัสดุ ในประเทศและกิจการของคนไทย

ให้ส่วนราชการดังต่อไปนี้ มีหน้าที่ควบคุม ดูแลและสนับสนุน ให้ปฏิบัติตามข้อ 16


(1) กระทรวงอุตสาหกรรมมีหน้าที่

(1.1) พิจารณาคำขอ มอก.

(1.2) จัดทำบัญชีคู่มือซื้อปีละหนึ่งครั้ง

(1.3) ตรวจสอบความจำเป็นพิเศษของส่วนราชการที่กำหนด Spec

แตกต่างจากข้อ 16 ภายใน10 วัน ทำการ นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

(2) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมีหน้าที่ สอดส่องมิให้มีการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติ

ตามข้อ 16 หากพบให้รายงานผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป เพื่อดำเนินการ

ทางวินัยแก่ผู้หลีกเลี่ยง และแจ้งให้ผู้รักษาการตามระเบียบทราบ


1.1.3 SPEC กระทรวงอุตสาหกรรมมีหน้าที่ มีรายละเอียดมากเกินไป จนทำให้ ผู้ขายสามารถเสนอราคาได้น้อยราย หรือรายเดียว หรือไม่มีผู้เสนอราคา ต้องประกาศการจัดหาใหม่

1.1.4 SPEC มีรายละเอียดน้อยเกินไป ทำให้ผลประมูลไม่น่าเชื่อถือ ต้องหาทางยกเลิกเพื่อจัดทำ SPEC ใหม่แล้วประกาศใหม่


1.1.5 มีการ กระทรวงอุตสาหกรรมมีหน้าที่ LOCK SPEC

- ลอก SPEC ผู้ขาย

- มีผู้เสนองานเพียงรายเดียว หรือ ยื่นหลายรายแต่ถูกตามเงื่อนไขประกาศ 1 ราย 1.1.6 กำหนด SPEC ของงานผิดพลาด ขาดความรู้ในระเบียบฯ พัดสุ เช่น กรณีต้องการกำหนด Spec งานจ้างเหมาบริการ แต่ได้ระบุ Specในลักษณะงานบุคคลทำงาน

1.2 การการจัดซื้อ

1.2.1 รายการครุภัณฑ์ที่ปรากฏใน พ.ร.บ. ผิดพลาดไปจากคำขอ ต้องดำเนินการขอเปลี่ยนแปลงรายการ โดยต้องใช้เหตุผลกล่าวอ้างถึงความจำเป็นในการขอใช้งบประมาณ

1.2.2 ไม่มีแผนการจัดซื้อพัสดุ

1.2.3 จัดทำรายงานการขอซื้อหรือจ้างวัสดุหรือครุภัณฑ์เสนอหัวหน้าส่วนราชการไม่ถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบฯพัสดุ ข้อ 27 และควรตรวจสอบตัวเลข จำนวนเงินให้ถูกต้อง ก่อนนำส่งเอกสาร

1.2.4 มีบางหน่วยงานได้ดำเนินการจัดซื้อพัสดุไปก่อน ดำเนินการขออนุมัติซึ่งจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนตามระเบียบฯพัสดุฯ


1.3 กระทรวงอุตสาหกรรมมีหน้าที่ การตรวจรับพัสดุ

1.3.1 ส่วนมากคณะกรรมการตรวจรับจะทำหน้าที่เพียงรับแต่ไม่ได้ตรวจ ความจริงต้องตรวจพัสดุก่อนเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาแล้วจึงลงนามรับ

1.3.2 จำนวนไม่ครบถ้วน

1.3.3 ขนาดไม่ตรงกับใบสั่งซื้อ

1.3.4 การขอเปลี่ยนแปลงสัญญา

- เอกสารที่วิทยาเขต, คณะ หรือหน่วยงานที่จัดซื้อการขออนุมัติ ในการ เปลี่ยนรุ่นหรือยี่ห้อของ ครุภัณฑ์ ส่วนมากจัดส่งเอกสารไม่ครบ และไม่ได้พิจารณาตามระเบียบพัสดุฯข้อ 136 จึงทำให้ไม่สามารถพิจารณาการเปลี่ยนแปลงสัญญาได้

1.3.5 การขอขยายระยะเวลาการส่งมอบครุภัณฑ์

- คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจัดส่งเอกสารในการขอขยายเวลาไม่ครบ และไม่ได้พิจารณาตามระเบียบพัสดุฯ ข้อ 139 ทำให้ไม่สามารถพิจารณาการขอขยายเวลาสัญญาได้

1.3.6 ตรวจรับพัสดุมาใช้ก่อน แล้วทำเรื่องย้อนหลังการกระทำดังกล่าวเป็นการผิดระเบียบฯพัสดุห้ามกระทำเด็ดขาด


1.4 แนวทางแก้ไขการจัดซื้อ

1.4.1. จัดทำแผนการจัดซื้อตามระเบียบฯพัสดุ ข้อ 13 เริ่มที่ การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ (SPEC.) ของครุภัณฑ์ ดำเนินการจัดซื้อ โดยมีแผนการติดตามผล และผลสัมฤทธิ์ของงาน

1.4.2. ทำบัญชีกันลืม (CHECK LIST) ในการจัดซื้อไว้ทุกขั้นตอน

1.4.3. คณะกรรมการตรวจรับ จะมีบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งอยู่ สามกลุ่มหลัก

- ผู้มีความรู้ในเรื่องของพัสดุนั้นเป็นอย่างดี

- ผู้เป็นเจ้าของ หรือผู้ใช้พัสดุ

- คนกลาง ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีความรู้ลึกซึ่งมากนัก แต่ตรวจด้วยสามัญสำนึก เช่น การนับจำนวนครบ การวัดขนาด ถูกต้องตามรายการ ถ้าเป็นของที่เราซื้อมาใช้เองจะตรวจอย่างไร


  • ปัญหาความล่าช้าและแนวทางแก้ไขการจัดจ้างปัญหาความล่าช้าและแนวทางแก้ไขการจัดจ้าง

  • 2.1 การจัดทำแบบรูป - รายการ

  • - งานออกแบบและปรับปรุงอาคารต่าง ๆ ของวิทยาเขตฯ, คณะ หรือหน่วยงาน จัดส่งแบบรูปและรายการไม่ครบถ้วน ซึ่งเวลาก่อสร้างจริงแล้วจะมีปัญหาตามมา เช่น

  • 2.1.1 ไม่มีขอบเขตเนื้องานที่ปรับปรุง ซึ่งทำให้ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการได้

  • 2.1.2 ไม่มีรายละเอียดเพียงพอในส่วนที่จะปรับปรุง

  • 2.1.3 ไม่แสดงผังบริเวณ และตำแหน่งที่จะปรับปรุงให้ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาแก่ผู้รับจ้างที่

  • จะดำเนินการ

  • 2.1.4 ออกแบบรูปรายการไม่ตรงรับพระราชบัญญัติงบประมาณ เช่น

  • * เดิมกำหนดพื้นที่ไว้ “5,000 ตารางเมตร” ออกแบบจริง เป็น “7,000 กว่าตารางเมตร”

  • * งบประมาณที่ได้รับเป็น “ปรับปรุง” แต่ออกแบบจริงเป็นการ “ต่อเติม”

  • * เดิมกำหนดความสูงอาคาร “5 ชั้น” แต่ออกแบบจริงเป็น “7 ชั้น”

  • * เดิมขออนุมัติ “ปรับปรุงอาคาร” แต่ออกแบบจริงเป็น “ปรับปรุงถนน”

  • * เดิมขออนุมัติก่อสร้าง “อาคารไม่มีรายการครุภัณฑ์” แต่ออกแบบจริง “มีครุภัณฑ์”

  • * เดิมขออนุมัติก่อสร้าง “อาคารพร้อมครุภัณฑ์” แต่ออกแบบจริง “ไม่มีครุภัณฑ์”


จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ต้องเสียเวลาในการขออนุมัติเปลี่ยนแปลง ต้องเสนอถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงบประมาณ ซึ่งจะถูกตำหนิจากสำนักงบประมาณตลอดเวลา ว่าทำงานไม่มีแผน ไม่ยึดถือวัตถุประสงค์เดิมที่เราวางไว้ และไม่มีเหตุผลอันควรในการขอปรับเปลี่ยนแผน

2.1.5 แบบรูปรายการที่หน่วยงาน นำเสนอสถาบันฯ มักจะขาดลายเซ็นต์ ของสถาปนิก ผู้ออกแบบ , วิศวกรออกแบบ , หัวหน้าสถานศึกษาของหน่วยงาน ซึ่งต้องส่ง กลับแก้ไขบ่อยครั้งมาก

2.1.6 มีการเพิ่มเติมรายการจากแบบรูปรายการ ในวันนี้ชี้สถานที่กันมากมาย ซึ่งเป็นรายการที่นอกเหนือจากการก่อสร้างอาคาร เช่น ก่อสร้างถนน ทำเขื่อน ถมดิน หม้อแปลงขนาดใหญ่ เป็นต้น การเพิ่มเติมรายการ ดังกล่าว มีผลกับราคาค่าก่อสร้าง บางรายการ มีผลกระทบถึงโครงสร้างอาคาร การเพิ่มเติมรายการชี้สถานที่นอกเหนือจากแบบที่กำหนดนี้ ก็ได้รับคำตำหนิจากสำนักงบประมาณมาก และมักจะปฏิบัติกันหลายหน่วยงาน ห้ามเพิ่มเติมรายการเด็ดขาด เพราะจะทำให้ราคากลางผิดไป


2.2 การตรวจการจ้าง ทำให้ต้องเสียเวลาในการขออนุมัติเปลี่ยนแปลง ต้องเสนอถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงบประมาณ ซึ่งจะถูกตำหนิจากสำนักงบประมาณตลอดเวลา

2.2.1 การพิจารณาขอเปลี่ยนแปลงแบบรูป - รายการ ของวิทยาเขต, คณะ หรือหน่วยงาน พบปัญหาดังนี้

1) ขาดมติของคณะกรรมการตรวจการจ้างว่า ให้เปลี่ยนแปลงได้

2) ขาดเหตุผลการเปลี่ยนแปลงแบบรูป - รายการ

3) ขาดแบบรูปที่ขอเปลี่ยนแปลง (แบบรูปของเดิมกับแบบรูปของใหม่ที่ขอเปลี่ยนแปลง)

4) ขาดการเปรียบเทียบราคาตามแบบรูปรายการเดิมกับราคาตามแบบรูปรายการที่ขอ

เปลี่ยนแปลง

5) ขาดการพิจารณาด้านระยะเวลา ในการขอเปลี่ยนแปลง

6) ขาดการอ้างอิงตัวระเบียบฯพัสดุและหรือสัญญา

7) เอกสารที่แนบไม่มีการรับรองสำเนาของคณะกรรมการตรวจการจ้าง

2.2.2 หน่วยงานส่วนใหญ่ ยังขาด การรายงานผลการติดตามและการเมินผลในเรื่องของการจัดซื้อ - จัดจ้าง

2.2.3 เมื่อได้รับงบประมาณแล้วยัง มีการขอเปลี่ยนแปลงรายการแตกต่างไปจากวัตถุประสงค์เดิมที่ตั้งไว้ ซึ่งสำนักงบประมาณได้ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ว่าหน่วยงานเราไม่ทำงานตามแผนงานที่วางไว้


2.3 ปัญหาอื่น ๆ ทำให้ต้องเสียเวลาในการขออนุมัติเปลี่ยนแปลง ต้องเสนอถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงบประมาณ ซึ่งจะถูกตำหนิจากสำนักงบประมาณตลอดเวลา

2.3.1 หน่วยงาน มีการเปลี่ยนบุคลากรที่รับผิดชอบด้านพัสดุบ่อยมาก ทำให้ขาดผู้รู้และผู้มีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวในการปฏิบัติงานพัสดุปัญหาที่ตามมาก็คือ ทำผิดอยู่เป็นประจำ

2.3.2 การจัดสัมมนาในแต่ละครั้งไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร เพราะไม่ได้นำผลจากการสัมมนาไปขยาย ความรู้ในกลุ่มของตัวเอง และเอกสารส่วนใหญ่ที่แจกไปก็จะนำไปเก็บไว้ จะเห็นได้จากเรื่องที่เสนอมาใหม่ก็ยังผิดอยู่เหมือนเดิม

2.4 แนวทางแก้ไขการจัดจ้าง

2.4.1. การให้ข้อมูลในการออกแบบสิ่งก่อสร้างให้หน่วยงานแต่งตั้ง ในรูปของคณะกรรมการซึ่งคณะกรรมการควรที่จะมีหลายฝ่าย ด้วย เช่น ผู้บริหาร , ฝ่ายบริการ , ผู้ใช้อาคาร, ฝ่ายอาคารสถานที่ เป็นต้น

2.4.2. ให้หน่วยงานได้ทำการตรวจสอบแบบรูปรายการละเอียดก่อนที่จะนำเสนอถึงสถาบันฯในส่วนของ กพอ.ที่ออกแบบจะส่งแบบให้หน่วยงานได้พิจารณา ก่อนที่จะมีการจัดจ้าง


2.4.3. ในการจัดของบประมาณ ปีต่อไป ต้องมีกติกาชัดเจน ในขอรายการครุภัณฑ์ต้องมี SPEC พร้อม และการขอสิ่งก่อสร้าง ต้องมีแบบรูปรายการ ถ้าไม่มีแบบรูปรายการที่สมบูรณ์จะไม่ได้รับการพิจารณาคำของบประมาณ และถือเป็นนโยบาย”ไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์เดิมที่ตั้งไว้”

2.4.4 ให้ผู้บริหารฯ มีความเข้าใจในเรื่องการมอบอำนาจอย่างจริงจัง รวมถึงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุกฎหมาย มติ คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับงานพัสดุ

2.4.5 ให้ผู้บริหารให้ความสำคัญต่อบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านพัสดุเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน


ad