จังหวัด
Download
1 / 16

จังหวัด จันทบุรี - PowerPoint PPT Presentation


  • 341 Views
  • Uploaded on

จังหวัด จันทบุรี. จัดทำโดย. นางสาว อัญมณี เปลี่ยน โมฬี คณะภ ูมิสารสนเทศศาสตร์ รหัสนิสิต 56670199 กลุ่ม 3305. น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณี มากเหลือ เสื่อ จันท บูร สมบูรณ์ธรรมชาติ พระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี. ตำนานและความเป็นมา.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' จังหวัด จันทบุรี' - habib


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

จังหวัดจันทบุรี

จัดทำโดย

นางสาวอัญมณี เปลี่ยนโมฬี คณะภูมิสารสนเทศศาสตร์

รหัสนิสิต 56670199 กลุ่ม 3305


น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดีอัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร

สมบูรณ์ธรรมชาติ พระเจ้าตากสินมหาราช

รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี


ตำนานและความเป็นมา เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี

จันทบุรีเป็นเมืองเก่าจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เชื่อกันว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี สร้างขึ้นโดยชนชาติ ชอง บางตำนานก็ว่าสร้างโดยชนชาติ ขอม หัวเมืองเดิมตามศิลาจารึกเรียกว่า "ควนคราบุรี" ชาวพื้นเมืองเรียกว่า "เมืองกาไว" ตามชื่อผู้ปกครอง เมืองจันทบุรีเดิมตั้งอยู่บริเวณหน้าเขาสระบาป มีชนพื้นเมืองเดิมอาศัยอยู่เรียกว่า ชาวชอง มีภาษาพูดเป็นภาษาของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากภาษาไทยและภาษาเขมรเจ้าผู้ครองเมืองที่ยิ่งใหญ่ในตำนานคือ พระเจ้าพรหมทัต (พ.ศ. 1349-1399) ครั้นถึงปี พ.ศ. 1800 ได้มีการย้ายถิ่นฐานมาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านหัววัง ตำบลพุงทลาย ซึ่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำจันทบุรีในปัจจุบัน

ต่อมาปี พ.ศ. 2200 ได้ย้ายมาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านลุ่ม อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี ในปี พ.ศ. 2310 หลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียกรุงให้แก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้เข้ายึดเมืองจันทบุรีเพื่อใช้เป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและรวบรวมกำลังพลในการกอบกู้กรุงศรีอยุธยาคืนจากพม่า ในคราวนั้นเจ้าเมืองจันทบุรีนามว่าเจ้าขรัวหลาน(ยศเจ้าเมืองจันทบุรีเดิม) ชึ่งราษฎรเลือกขึ้นเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา โดยหวังว่าพระยาจันทบูรณ์จะช่วยปกป้องรักษาเมืองจันทบุรีให้อยู่รอดสืบต่อไป ได้ต่อต้านกองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เมืองจันทบุรีอยู่รอดเป็นอิสระ รักษาแผ่นดินไว้ให้ชนชาติบูรพา แต่สุดท้ายก็ต้องปราชัยพ่ายแพ้แก่กองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยพระองค์ทรงใช้พญาช้างศึกบุกชนกำแพงเมืองจนสามารถเข้าตีเมืองเอาไว้ได้สำเร็จ เจ้าเมืองจันทบุรีได้หลบภัยไปอาณาจักรกัมพูชาจนถึงแก่อสัญกรรม เมืองจันทบุรีจึงตกเป็นของสยามนับแต่นั้นเป็นต้นมา


ต่อมาในปี พ.ศ. 2436 ฝรั่งเศสได้เข้ายึดเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปีเนื่องจากไทยมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง โดยฝรั่งเศสกล่าวหาว่าไทยล่วงล้ำดินแดนอาณานิคมของฝรั่งเศส ส่วนไทยได้อ้างว่าดินแดนดังกล่าวเป็นของไทย ฝ่ายไทยเห็นว่าจะต่อสู้ทางทหารฝรั่งเศสไม่ได้จึงขอเปิดการเจรจา ทางฝรั่งเศสยื่นคำขาด โดยฝ่ายไทยต้องยอมยกดินแดนที่เป็นข้อพิพาทรวมทั้งเกาะทั้งหมดในลำน้ำโขง พร้อมเงินอีกหนึ่งล้านฟรังก์และสามล้านบาท โดยจนกว่าจะดำเนินการเสร็จฝรังเศสจะยึดเมืองจันทบุรีไว้ก่อน แต่เมื่อทางไทยดำเนินการเสร็จ ฝรั่งเศสไม่ได้ถอนกำลังออก ฝ่ายไทยจึงต้องยอมยกเมืองตราดและเมืองประจันตคีรีเขตร์(เกาะกง) เพื่อแลกกับเมืองจันทบุรี และอีกหนึ่งปีต่อมาไทยยอมยกเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณเพื่อแลกเมืองตราดคืนมา แต่ฝรั่งเศสไม่ได้คืนเมืองประจันตคีรีเขตร์แต่อย่างใด ปัจจุบันเมืองประจันตคีรีเขตร์จึงอยู่ในการปกครองของราชอาณาจักรกัมพูชา ต่อมามีการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาลจัดตั้งมณฑลจันทบุรีโดยมีเมืองจันทบุรี ระยอง และตราดอยู่ในเขตการปกครองจนถึงปี พ.ศ. 2476 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย จึงยกเลิกมณฑลเทศาภิบาลและได้จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินใหม่ โดยแบ่งออกเป็นจังหวัดและอำเภอ ดังนั้นเมืองจันทบุรีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดจนถึงปัจจุบันนี้


ขนาดและที่ตั้ง ฝรั่งเศสได้เข้ายึดเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี

  • จังหวัดจันทบุรีตั้งอยู่บนพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทย ระหว่างเส้นรุ้งที่ 12-13 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 101-102 องศาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 245 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 6,338 ตารางกิโลเมตร หรือ 3,961,250 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 16.6 ของพื้นที่ภาคตะวันออก และเท่ากับร้อยละ 1.8 ของพื้นที่ทั้งประเทศ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง คือ

  • ทิศเหนือ ติดจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสระแก้ว

  • ทิศตะวันออก ติดจังหวัดตราดและราชอาณาจักรกัมพูชา

  • ทิศใต้ ติดอ่าวไทย

  • ทิศตะวันตก ติดจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี

โรงเรียน

โรงเรียนประจำจังหวัดจันทบุรี ได้แก่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จันทบุรี และโรงเรียนศรียานุสรณ์ โดยในสมัยอดีต ได้แบ่งแยกเป็นโรงเรียนชายประจำจังหวัดและโรงเรียนหญิงประจำจังหวัด แต่ในปัจจุบันได้กลายเป็นโรงเรียนสหศึกษาทั้งสองโรงเรียนแล้ว ที่ตั้งของโรงเรียนทั้งสองนั้นอยู่ใกล้กันโดยมีถนนเส้นหนึ่งตัดผ่าน นอกจากนี้อยู่ใกล้กับโรงเรียนอื่นๆเช่น โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ และโรงเรียนสฤษดิเดช เป็นต้น


ลักษณะภูมิประเทศ ฝรั่งเศสได้เข้ายึดเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี

  • สภาพพื้นที่โดยทั่วไปทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก เป็นป่าไม้ ภูเขา และที่ราบสูงเป็นส่วนใหญ่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 30-190 เมตร ทิศใต้เป็นชายฝั่งทะเลมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม บางแห่งเป็นอ่าวแหลมและหาดทราย สูงจากระดับน้ำทะเล 30-190 เมตร

  • พื้นที่จังหวัดจันทบุรี แยกลักษณะภูมิประเทศออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ

  • ภูเขาสูงและเนินเขา

  • ที่ราบสูงและที่ราบเชิงเขา

  • ที่ราบลุ่มน้ำและที่ราบชายฝั่งทะเล

ลักษณะภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปจังหวัดจันทบุรีตั้งอยู่ในเขตที่มีอากาศร้อนชื้น มีฝนตกชุกติดต่อกันประมาณ 6 เดือนต่อปี และในปี พ.ศ. 2542 มีฝนตกจำนวน 182 วัน วัดปริมาณน้ำฝนโดยรวม 3,509.40 มิลลิเมตร และเดือนที่มีอุณหภูมิต่ำสุดในรอบปี คือเดือนธันวาคม วัดได้ 13.10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 28.46 องศาเซลเซียส ประกอบด้วย 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ฤดูฝน ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม

ฤดูหนาว ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์


สัญลักษณ์ประจำจังหวัดสัญลักษณ์ประจำจังหวัด

คือ รูปดวงจันทร์และกระต่าย ดวงจันทร์และแสงจันทร์

หมายถึง ความสวยงามสงบเงียบ และเย็นสบายของภูมิภาคนี้ รูปกระต่ายเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งของดวงจันทร์ ซึ่งชาวไทยโดยทั่วไปเชื่อว่ามีอยู่เช่นนั้นมาแต่ดึกดำบรรพ์

ดอกไม้ประจำจังหวัด

ดอกเหลืองจันทบูร

ต้นไม้ประจำจังหวัด

ต้นสำรองหรือพุงทะลาย และจัน

อาหารพื้นเมือง

  • หมูชะมวง ก๋วยเตี๋ยวเส้นปู ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงและเนื้อเลียง

  •  น้ำพริกปูไข่ ไก่ต้มกระวาน ปลากระบอกต้มส้มระกำ

  • ทองม้วนนิ่ม ขนมนิ่มนวล


ดอกเหลืองสัญลักษณ์ประจำจังหวัดจันทบูรดอกไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี

ชื่อดอกไม้ : ดอกเหลืองจันทบูร

ชื่อวิทยาศาสตร์ : DendrodiumfriedericksianumRchb. f.

วงศ์ : ORCHIDACEAE

ชื่ออื่น : หวายเหลืองจันทบูร

ลักษณะทั่วไป : เป็นกล้วยไม้ที่มีลำลูกกล้วยลักษณะเป็นโคนเล็กแล้วค่อยโป่งไปทางตอนปลายขนาดลำยาวมาก บางต้นยาวถึง 75 เซนติเมตร เมื่อลำแก่จะเป็นสีเหลืองโดย ด้านข้างของลำจะมีใบอยู่ทั้งสองข้าง ออกดอกในเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ช่อดอกออกตามข้อของลำ ออกดอกเป็นช่อๆ ละ 2–4 ดอก กลีบดอกเป็นมัน รอบแรกดอกจะเป็นสีเหลืองอ่อนแล้วจะค่อยๆ เข้มขึ้นจนเป็นสีจำปา ปากสีเข้มกว่ากลีบ ในคอมีสีแต้มเป็นสีเลือดหมู 2 แต้ม ขนาดดอกโตประมาณ 5 เซนติเมตร

การขยายพันธุ์ : แยกลำ

สภาพที่เหมาะสม : เป็นกล้วยไม้รากอากาศ ชอบอากาศชื้น

ถิ่นกำเนิด : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก 


จันสัญลักษณ์ประจำจังหวัด

ต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี

ชื่อพื้นเมือง: จันขาว จันลูกหอม จันโอ จันอิน จัน

ลักษณะทั่วไป: ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ผลัดใบ แต่ผลิใบใหม่เร็ว เรือนยอกทรงพุ่มกลมทึบ หรือ รูปไข่ ลำต้นเปลาตรง เปลือกสีดำแตกเป็น สะเก็ดทั่วไป

ใบ: ใบเดี่ยว เรียงสับ

ดอก: สีครีมออกเป็นช่อเล็กๆ ประมาณ 3 ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวตามกิ่งเล็กๆ พ.ค - ก.ค

ผล: ผลสดแบบมีเนื้อหลายเมล็ด ทรงกลม หรือ แป้น สุกสีเหลืองนวล ผล ออก มิ.ย - ก.ย

ด้านภูมิทัศน์: ปลูกในสวนเพื่อให้ร่มเงา และ ดูผลผลสวยมีกลิ่นหอม เป็นไม้เนื้อหอม (หายากมาก)

ประโยชน์: ผลสุกรับประทานได้ มีรสหวานและมีกลิ่นหอม แก้ อาการนอนไม่หลับกระวนกระวาย


สถานที่ท่องเที่ยวสัญลักษณ์ประจำจังหวัด

จังหวัดจันทบุรี


วัดคาทอลิกจันทบุรีหรืออาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล

ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนสตรีพิทักษ์ ตำบลจันทนิมิตร เป็นวัดที่มีประวัติการก่อสร้างยาวนานถึง 275 ปี ครั้งแรกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2254 บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี โดยคุณพ่อเฮิ้ต โตแลนติโน และบรรดาคาทอลิกชาวญวน จนถึงปีพ.ศ. 2377 ได้มีการย้ายวัดมาสร้างบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจันทบุรีอันเป็นสถานที่ตั้งในปัจจุบัน โดยมิได้มีการบันทึกถึงสาเหตุของการย้ายแต่ประการใด และในปี พ.ศ.2446 ได้ก่อสร้างวัดหลังปัจจุบันขึ้นให้มีขนาดใหญ่กว่าวัดหลังเก่าเพื่อรองรับกับจำนวนคริสตศาสนิกชนที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส เป็นภาพนักบุญต่างๆ ซึ่งมีความงดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นได้มีการรบูรณะซ่อมแซมมาโดยตลอด จนถึงปีพ.ศ.2528 ได้มีการจัดงานฉลองวัดคาทอลิกจันทบุรีครบรอบ 75 ปี ขึ้นในปีดังกล่าวด้วย นับได้ว่าวัดคาทอลิกแห่งนี้เป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่และกล่าวกันว่ามีความงดงามมากที่สุดในประเทศ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00–18.00 น.

การเข้าชมเป็นหมู่คณะติดต่อล่วงหน้า โทร. 039-311578

การเดินทาง สามารถเข้าทางเดียวกับวัดไผ่ล้อม เมื่อถึงวัดไผ่ล้อมแล้วเดินทางต่อไปอีกราว 1 กิโลเมตร หรือจากตัวเมืองเดินทางข้ามสะพานวัดจันท์ไปตามถนนจันทนิมิตรจะพบทางแยกขวาไปโบสถ์คาทอลิก


โอเอ ซีส ซี เวิลด์ หรือ โลมาแหลมสิงห์

ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 25 กิโลเมตร บนพื้นที่กว่า 68 ไร่ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์และอนุรักษ์ปลาโลมาในน่านน้ำจันทบุรีซึ่งมีอยู่ 2 พันธุ์คือ พันธุ์หัวบาตร และพันธุ์หัวขวด มีสวนผีเสื้อที่มีอยู่หลากหลายชนิด โดยมีวงจรชีวิตในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และยังมีที่พักบริการให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย การแสดงของปลาโลมา มีให้ชมทุกวันวันละประมาณ 5 รอบ วันธรรมดามีรอบ 9.00, 11.00. 13.00, 15.00 และ 17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบเวลา 7.00 น. อัตราค่าเข้าชมเด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 90 บาท ชาวต่างประเทศ 180 บาท นอกจากนี้ยังมีแพสำราญท่องนที ที่บริการนำนักท่องเที่ยวชมทัศนียภาพบริเวณปากแม่น้ำแหลมสิงห์ ซึ่งมีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนแพด้วย สอบถามรายละเอียดที่ โทร. 039-399015, 039-363238-9 เว็บไซต์ www.oasisseaworld.net


อุทยานแห่งชาติ เขาคิชฌกูฏ

ครอบคลุมพื้นที่อำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ อุทยานแห่งนี้เป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำจันทบุรี สภาพป่าในบริเวณนี้มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบ มีสมุนไพรและกล้วยไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งมีพันธุ์ไม้หายากคือ ไม้กฤษณา เนื่องจากเป็นป่าที่อยู่ในเขตเทือกเขาสูงชัน จึงมีสัตว์ป่าชุกชุม เช่น กระทิง เสือ หมี กวาง เก้ง เลียงผา และนกชนิดต่างๆ ตามลำห้วยมีปลาพลวง ปลาก้าง ปลาหนวด ปลาดุกรำพัน อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากปัจจุบันอุทยานแห่งชาติฯ นี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจาตัวเมืองจนเกินไป โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนขึ้นไปบนเขาก็ด้วยความความเลื่อมใส และความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ ที่ถูกค้นพบในราว พ.ศ.2397 หรือประมาณ 152 ปีมาแล้ว และพระพ่อเขียน หรือพระครูธรรมสรคุณ เจ้าอาวาสวัดกระทิง เจ้าคณะอำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ ได้บุกเบิกทางขึ้นเขา ในปี พ.ศ.2515 โดยนำรถยนต์ขึ้นเขาเป็นครั้งแรก และค่อยๆ พัฒนาเส้นทางขึ้นยอดเขาให้ดีและปลอดภัยยิ่งขึ้น มาจนถึงปัจจุบันรอยพระพุทธบาทแห่งนี้มีความพิเศษตรงที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,050 เมตร นับเป็นรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งปรากฏอยู่บนก้อนหินใหญ่ โดยใกล้กันนั้นมีหินลูกพระบาทหรือหินลูกบาตร ที่เป็นหินก้อนใหญ่มากตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา


คุกขี้ไก่

ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ก่อนถึงท่าเทียบเรือ 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112)เมื่อฝรั่งเศสได้เข้ายึดจันทบุรี ในกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ระหว่างนั้นกองทหารฝรั่งเศสประมาณ 600 คน แยกกันอยู่สองแห่ง แห่งแรกตั้งอยู่ที่เมืองจันทบุรี บริเวณที่เป็นค่ายทหารในปัจจุบัน อีกแห่งอยู่ที่ปากน้ำแหลมสิงห์ ฝรั่งเศสได้สร้างคุกขี้ไก่เพื่อใช้กักขังคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นหอสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละประมาณ 4.40 เมตร สูงประมาณ 7 เมตร มีช่องระบายอากาศอยู่สองแถว หลังคาโปร่ง เล่ากันว่าเป็นคุกที่ทรมานมาก เพราะชั้นบนใช้เป็นที่เลี้ยงไก่ ซึ่งจะถ่ายมูลราดศีรษะนักโทษที่ถูกคุมขังตลอดเวลา

การเดินทาง คุกขี้ไก่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (จันทบุรี-ตราด) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3149 ก่อนถึงอำเภอแหลมสิงห์ตั้งอยู่ทางด้านขวามือ


น้ำตกเขาสอยดาว

อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว น้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 4 กิโลเมตร มี 16 ชั้น บริเวณธารน้ำตกมีผีเสื้อจำนวนมากเหมาะสำหรับการดูผีเสื้อและศึกษาพรรณไม้ ซึ่งพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวนั้นมีสภาพป่าดงดิบที่สมบูรณ์ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน โดยมียอดเขาสูง 2 ยอด คือ ยอดสอยดาวเหนือและสอยดาวใต้ ความสูงของยอดสูงสุดคือ ยอดสอยดาวใต้ อยู่ที่ประมาณ 1,675 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์เป็นต้นกำเนิดของธารน้ำหลายสาย ไหลตกลงมาเป็นน้ำตกเขาสอยดาวขนาดใหญ่ ท่ามกลางป่าลึกที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าเข้าไปชม ตลอดเส้นทางเดินชมน้ำตกมีทั้งความงามและความตื่นเต้นท้าทาย เช่น ชั้นน้ำตกที่ต้องปีนผาไปตามรากไทรสูงราว 20 เมตร กระทั่งถึงน้ำตกชั้นบนสุดซึ่งมีขนาดสูงใหญ่ งดงามยิ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นน้ำตกได้ถึงชั้นที่ 9 ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินขึ้นเกือบ 2 ชั่วโมง ส่วนชั้นที่ 10–16 ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง ใช้เวลาเดินอีก 1 ชั่วโมง บริเวณน้ำตกมีบ้านพักรับรองบริการนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ที่เขตรักษาพันธุ์ฯ ยังมี เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ชื่อเส้น "ลีลาไทร" เริ่มจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์ฯ ระหว่างเส้นทางจะพบพูพอน ไลเคน ไทร ยางแดง โป่งธรรมชาติ แต่ละเส้นทางจะมีคำบรรยายเขียนไว้ ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง ระยะทาง 2 กิโลเมตร ข้อควรระวัง คนที่เดินทางเข้าเที่ยวชมน้ำตกเขาสอยดาวในช่วงหน้าฝนต้องระวังทากด้วย เพราะทากเยอะมาก แค่ในเส้นทางการเดินทางขึ้นไปน้ำตกชั้นที่ 1 ก็พบกับทากแล้ว และหลังจากเวลา 15.30 น. ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปชมน้ำตก


น้ำตกพลิ้ว

มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอขลุง และอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 134.50 ตารางกิโลเมตร หรือ 84,062.50 ไร่ ประกอบด้วยป่าที่สมบูรณ์ เทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ทำให้มีอากาศจะเย็นสบายตลอดทั้งปี ยอดเขาสลับซับซ้อนสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 20-924 เมตร จุดสูงสุดของพื้นที่อยู่ที่ ยอดเขามาบหว้ากรอก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 924 เมตร และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย อยู่ห่างจากจังหวัดจันทบุรีประมาณ 14 กิโลเมตร ถนนลาดยางตลอดสายทำให้สะดวกสบายในการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ถูกเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 11 ของประเทศไทย โดยใช้ชื่อว่า อุทยานแห่งชาติเขาสระบาป แต่ต่อมา นายผจญ ธนมิตรามณี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสระบาป ได้ทำหนังสือขอเปลี่ยนชื่อ อุทยานแห่งชาติเขาสระบาป เป็น อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เนื่องจาก "น้ำตกพลิ้ว" เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ มีน้ำตกตลอดปี อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป และเป็นจุดเด่นของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติได้มีมติเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2525 เห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อเป็น "อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว"น้ำตกพลิ้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญของ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ซึ่งประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดอื่น ๆ รู้จักกันดี อีกทั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสน้ำตกแห่งนี้หลายครั้ง ในระหว่างปี พ.ศ. 2417-2424 และทรงยกย่องว่าเป็นน้ำตกที่งดงามที่สุด ในบรรดาน้ำตกที่พระองค์เคยเสด็จประพาส