www crcn in th
Download
Skip this Video
Download Presentation
www.crcn.in.th

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 95

www.crcn.in.th - PowerPoint PPT Presentation


  • 206 Views
  • Uploaded on

การประเมินผล การดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และความดันโลหิตสูง ของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร ปี 2554-2555. www.crcn.in.th. วัตถุประสงค์ของโครงการ.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' www.crcn.in.th' - elvis


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
www crcn in th

การประเมินผลการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2และความดันโลหิตสูงของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครปี 2554-2555

www.crcn.in.th

slide2
วัตถุประสงค์ของโครงการวัตถุประสงค์ของโครงการ
  • เพื่อประเมินผลการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และหรือโรคความดันโลหิตสูงจากเวชระเบียนผู้ป่วยตามเกณฑ์มาตรฐานของหน่วยบริการในเครือข่ายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
  • เพื่อเปรียบเทียบผลการประเมินการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และหรือโรคความดันโลหิตสูงจากเวชระเบียนผู้ป่วยตามเกณฑ์มาตรฐานของหน่วยบริการในเครือข่ายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าปีพ.ศ.ปัจจุบันกับผลการประเมินการดูแลรักษาของปีที่ผ่านมา
  • เพื่อหาความชุกของผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคความดันโลหิตสูงที่เข้ารับการรักษาในหน่วยบริการในเครือข่ายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีความสมบูรณ์ ครอบคลุมมากกว่าที่ได้ดำเนินการในปี 2553
slide3
เกณฑ์มาตรฐาน (ตัวชี้วัด)
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2ใช้ตัวชี้วัดที่ถูกพัฒนาและกำหนดโดยเครือข่าย TCEN(Toward Clinical Excellence’ Network)และ CPG โรคเบาหวาน
  • ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ใช้ตัวชี้วัดที่ถูกพัฒนาและกำหนดโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และสปสช.

WWW.CRCN.IN.TH

slide4
ตัวชี้วัดผลลัพธ์การให้บริการตามมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2

ความชุก(Prevalence)และอัตราการเกิดโรค(Incidence)

  • การตรวจหาระดับ Fasting blood sugar อยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ ≥70และ≤130 mg/dl
  • การตรวจหาระดับHbA1cประจำปี
  • การตรวจพบระดับ HbA1c< 7%
  • การรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันจากโรคเบาหวาน
  • การตรวจวิเคราะห์ Lipid profile ประจำปี
  • การตรวจพบระดับLDL ของผู้ป่วย < 100 mg/dl
  • การตรวจพบระดับความดันโลหิตสูง ≤ 130/80 mmHg
  • การตรวจหาระดับ Microalbuminuria ประจำปี
  • การได้รับยากลุ่ม ACE inhibitor หรือ ARB ของผู้ป่วยที่มีMicroalbuminuria
  • การตรวจจอประสาทตาประจำปีของผู้ป่วย
  • การตรวจสุขภาพช่องปากประจำปีของผู้ป่วย
slide5
ตัวชี้วัดผลลัพธ์การให้บริการตามมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • การตรวจเท้าอย่างละเอียดประจำปีของผู้ป่วย
  • การตรวจพบแผลที่เท้าในผู้ป่วย
  • การตัดนิ้วเท้า, เท้า หรือขาในผู้ป่วย
  • การสอนให้ตรวจและดูเท้าด้วยตนเองหรือสอนผู้ดูแลอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี
  • การให้คำแนะนำปรึกษาให้เลิกสูบบุหรี่ในผู้ป่วย
  • การตรวจหา Diabetic retinopathy ในผู้ป่วย
  • การตรวจหา Diabetic nephropathy ในผู้ป่วย
  • การตรวจพบ Myocardial infarction ในผู้ป่วย
  • การตรวจพบ Cerebral infarction ในผู้ป่วย
  • ผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากกลุ่มเสี่ยง Impaired fasting glucose (IFG)
  • การส่งกลับ/ส่งต่อผู้ที่ควบคุมเบาหวานได้ไปดูแลที่ศูนย์สุขภาพชุมชน /โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)
slide6
ตัวชี้วัดผลลัพธ์การให้บริการตามมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงตัวชี้วัดผลลัพธ์การให้บริการตามมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
  • การตรวจพบระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ < 140/90 mmHg
  • การได้รับการตรวจติดตาม (follow up) อย่างน้อยสองครั้งในรอบปีที่ผ่านมา
  • การตรวจร่างกาย และตรวจทางห้องปฏิบัติการประจำปี
  • การตรวจพบภาวะแทรกซ้อนหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วย
  • การตรวจพบภาวะแทรกซ้อนหลอดเลือดสมองในผู้ป่วย
  • การตรวจพบภาวะผิดปกติทางไตในผู้ป่วยในผู้ป่วย
  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่สูบบุหรี่ซึ่งได้รับคำแนะนำปรึกษาให้เลิกสูบบุหรี่

WWW.CRCN.IN.TH

slide7
ขั้นตอนการดำเนินงาน
  • จัดประชุมชี้แจงผู้ประสานงานโครงการ
  • เตรียมชุดแบบบันทึกข้อมูลผู้ป่วย(CRF version14 dated 5 March 2555)
  • เลือกเวชระเบียนของผู้ป่วยจากฐานข้อมูลผู้ป่วยมาตามนัดในช่วงวันที่ 15 เมย. – 15 มิ.ย.2555
  • ชี้แจงและขอความยินยอม

WWW.CRCN.IN.TH

slide8
การขอความยินยอม

ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล

    • ชี้แจงเกี่ยวกับโครงการ (เอกสารชี้แจง)
    • ขอความยินยอมจากผู้ป่วยโดยให้ลงนามแสดงความยินยอมในหนังสือแสดงเจตนายินยอม และฉีกสำเนาเอกสารสีชมพูให้ผู้ป่วย เก็บสีขาวไว้ที่รพ.
  • ดำเนินการในสถานที่ที่โรงพยาบาลเห็นเหมาะสม

WWW.CRCN.IN.TH

slide9
การขอความยินยอม (2)
  • ผู้ป่วยสามารถซักถามได้จนเข้าใจชัดเจน
  • ผู้ป่วยสามารถแสดงความยินยอมได้อย่างอิสระ โดยไม่มีผลต่อกระบวนการการรักษาจากแพทย์ของโรงพยาบาล

WWW.CRCN.IN.TH

slide10
ขั้นตอนการเก็บข้อมูล

เก็บข้อมูลไปตามลำดับผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ที่หน่วยบริการฯ ที่ OPD จนครบตามจำนวนที่กำหนดในแต่ละโรค

  • ในช่วงวันที่ 15 เมษายน–15 มิ.ย.2555
  • ไม่เอาผู้ป่วย Admit ในแผนก IPD*
  • เก็บข้อมูลผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ในหน่วยบริการของโรงพยาบาล
  • ไม่มีการข้ามเวชระเบียน และผู้ป่วยยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ
  • ระบุผู้ป่วยว่าเป็นผู้ป่วยที่มาตรงนัด หรือไม่ตรงนัด ณ.วันที่มาติดตามการรักษาในหน้าแรกของ แบบบันทึกข้อมูล

WWW.CRCN.IN.TH

slide11
ขั้นตอนการเก็บข้อมูล
  • ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องในรพ. เป็นระยะเวลามากกว่าหรือเท่ากับ 12 เดือน(1 ปีขึ้นไป)
  • การค้นหาผู้ป่วย ต้องครอบคลุมทุกOPDที่ให้การดูแลรักษา
  • ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง (ทั้งในและนอกเวลา)เช่น OPD เฉพาะโรคเบาหวาน&ความดัน ,OPD อายุรกรรมทั่วไป ,OPD เวชศาสตร์ครอบครัว,OPD ตรวจโรคทั่วไป / ประกันสังคม

WWW.CRCN.IN.TH

slide12
ขั้นตอนการเก็บข้อมูล
  • ทบทวนเวชระเบียนตามตัวชี้วัดที่ปรากฏเป็นข้อคำถามในแบบบันทึกข้อมูลผู้ป่วย (CRF)
  • การเก็บข้อมูลผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะเก็บคู่

ขนานกันไปกับการเก็บข้อมูลผู้ป่วยโรคความดันโลหิต

สูง(แยกเก็บ)ให้ได้จำนวนตามที่กำหนดในแต่ละโรคและเป็นสัดส่วนในแต่ละOPD

WWW.CRCN.IN.TH

slide13
ขั้นตอนการเก็บข้อมูล
  • บันทึกตามความเป็นจริงที่ปรากฏใน
    • เวชระเบียนกระดาษ (OPD card)
    • เวชระเบียนอิเลคทรอนิกส์ (OPD Online)
    • แฟ้มข้อมูลผู้ป่วยของคลินิกเฉพาะโรค
    • ฐานข้อมูลทางห้องปฏิบัติการ (Log book หรือ online)
    • สมุดประจำตัวผู้ป่วย (สมุดเด็กดี)

WWW.CRCN.IN.TH

slide14
ขั้นตอนการเก็บข้อมูล
  • ไม่มีการสัมภาษณ์ผู้ป่วยและแพทย์
  • ไม่มีการตรวจร่างกายผู้ป่วยแต่อย่างใด
  • ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลนาน 2 เดือน กำหนดส่งงานไม่เกินวันที่ 1 กรกฎาคม 2555

WWW.CRCN.IN.TH

slide15
ขั้นตอนการดำเนินการเมื่อแล้วเสร็จขั้นตอนการดำเนินการเมื่อแล้วเสร็จ

1. แบบบันทึกข้อมูลผู้ป่วย (CRF) จะถูกส่งทางไปรษณีย์มายังหน่วยบริหารจัดการข้อมูลของ CRCN

2. บันทึกข้อมูลด้วยการสแกนคอมพิวเตอร์

3. วิเคราะห์ข้อมูล แปลผล

4. รายงานผลการศึกษาวิจัยให้กับ สปสช.

WWW.CRCN.IN.TH

slide16
หน้าปกของแบบบันทึกข้อมูลหน้าปกของแบบบันทึกข้อมูล

รหัสประจำตัว ท่านต้องเป็นผู้ให้รหัสและกรอกเอง

รหัส รพ.CRCN เป็นผู้กำหนดให้ แต่ท่านต้องกรอกเอง

WWW.CRCN.IN.TH

slide17
หน้าปกของแบบบันทึกข้อมูลหน้าปกของแบบบันทึกข้อมูล

ขอความกรุณาให้ท่านระบุจุดบริการที่ผู้ป่วยมาติดตามการรักษาว่าเป็น OPDประเภทใด

WWW.CRCN.IN.TH

slide18
ข้อตกลงในการกรอกข้อมูลข้อตกลงในการกรอกข้อมูล
  • หัวกระดาษของข้อคำถามจะมีข้อมูลรหัสประจำตัวและรหัสโรง

พยาบาลเหมือนกันทุกแผ่น

    • โปรดกรอกรหัสประจำตัวและรหัสโรงพยาบาลให้ครบทุกหน้าเพื่อใช้จำแนกว่าแผ่นใดเป็นของผู้ป่วยรายใด
    • ระบุว่าเป็นผู้ป่วยที่มาตรงนัด/ไม่ตรงนัดในการมารับบริการครั้งนี้
    • รายละเอียดและขั้นตอนการบันทึกตามเอกสารที่แจ้งวิธีการบันทึก Patient Log

WWW.CRCN.IN.TH

slide19
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป
  • เพศ
  • อายุ(พ.ศ. 2555 – พ.ศ. เกิด)
  • อาชีพ
  • ศาสนา
  • สิทธิการรักษา
  • ประเภทของโรค (เฉพาะเบาหวาน และความดันโลหิต)
  • น้ำหนัก (ล่าสุด = ต้องไม่เกิน 12 เดือน)
  • ส่วนสูง(ล่าสุด)

WWW.CRCN.IN.TH

waist circumference
รอบเอว(Waist Circumference)
  • รอบสะดือ (L4-L5)
  • กึ่งกลางระหว่างซี่โครงซี่สุดท้ายกับส่วนบนสุดของกระดูกสะโพก (L2-L3)
  • ส่วนบนสุดของกระดูกสะโพก (L1)
  • ไม่ทราบ/ไม่มีข้อมูลในเวชระเบียน

WWW.CRCN.IN.TH

waist circumference1
WaistCircumference

WWW.CRCN.IN.TH

c ase r ecord f orm crf 2 2 dm type ii

แบบบันทึกข้อมูลโครงการ CASE RECORD Form (CRF)ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (DM type II)

คำอธิบายการกรอกแบบบันทึกข้อมูล

slide24
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

ข้อที่10.ระยะเวลา

ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานหรือรักษา ณ รพ.นั้น ให้พิจารณาจากประวัติการรักษา

  • การซักประวัติของแพทย์ที่อาจจะระบุว่า ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เมื่อใด กี่ปีมาแล้ว หรือ
  • ดูระยะเวลาของการมาติดตามการรักษาว่ามีระยะเวลามากกว่าเท่ากับ 12 เดือนหรือไม่

ช่วยย้ำเตือน (remind)

WWW.CRCN.IN.TH

slide25
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน
  • ข้อ 11. ปีพ.ศ.ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานหรือรักษา ณ รพ.นั้นให้พิจารณาจากประวัติการรักษา
    • การซักประวัติของแพทย์ที่อาจจะระบุว่า ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เมื่อใด
    • ปีพ.ศ.ที่ผู้ป่วยเริ่มมารักษาในโรงพยาบาลครั้งแรกตามที่ปรากฏในเวชระเบียน
    • กรณีมีการทำลายเวชระเบียนทุก 5 ปีให้กรอกปีพ.ศ.ที่เริ่มมารักษาของเวชระเบียนเล่มใหม่

WWW.CRCN.IN.TH

slide26
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน
  • ข้อ ที่ 12. ประเภทของผู้ป่วยที่มารักษา ณ รพ.นั้น ในวันนัด
    • ผู้ป่วยที่มารักษาประจำที่โรงพยาบาลหมายถึง ผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่ OPD หรือคลินิกของโรงพยาบาลเป็นประจำ
      • ไม่ได้ถูกส่งต่อมาจาก PCU หรือส่งปรึกษามาจากโรงพยาบาลอื่น
    • ผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อมาจาก PCUหมายถึง ผู้ป่วยที่รักษาที่หน่วยบริการปฐมภูมิ หรือ รพ.สต. หรือสถานีอนามัยเป็นประจำแล้ว โดยมีรหัส HN:ของผู้ป่วยในรพ.ที่เก็บข้อมูล
      • ถูกส่งต่อมาปรึกษา หรือมารับยาหรือมาประเมินภาวะแทรกซ้อนที่โรงพยาบาลของท่านเป็นครั้งคราว ซึ่งอาจจะมีหลายครั้งในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา หรือนานๆครั้งแต่มีประวัติในโรงพยาบาลมานานกว่า 12 เดือนก็ได้

WWW.CRCN.IN.TH

slide27
ส่วนที่ 2ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

ข้อ 13.วันเดือนปีที่ผู้ป่วยเข้ามารับ

การรักษาครั้งล่าสุด

WWW.CRCN.IN.TH

slide28
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

14. Fasting Plasma Glucose (FPG) ในช่วง 12 เดือน(ไม่ใช่ระดับน้ำตาลอดอาหาร 8 ช.ม. แบบ DTX)

  • เจาะเลือดผ่านเส้น vein ซึ่งไม่ใช่จากปลายนิ้ว หรือ Capillary tube และต้องผ่านการตรวจด้วยเครื่องอัตโนมัติ
  • ครั้งที่ 1ค่า FPG ครั้งล่าสุดที่มาติดตามการรักษา
  • ครั้งที่ 2ค่า FPG ก่อนหน้าครั้งล่าสุดนั่นคือค่า FPG ถัดมาจากครั้งที่ 1 ซึ่งต้องจะอยู่ในห้วง 12 เดือนหรือไม่ก็ได้เช่นกัน
  • ให้ระบุวัน เดือน ปีที่แพทย์สั่งตรวจหาระดับ FPG
  • การเลือกตอบข้อ“ไม่ได้รับการตรวจ” จะหมายรวมถึง การไม่ปรากฏข้อมูลในเวชระเบียนด้วย

WWW.CRCN.IN.TH

slide29
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

15. ระดับน้ำตาลในเลือดจากปลายนิ้วโดยใช้ Dipstick (DTx) ครั้งล่าสุด ในช่วง 12 เดือนและให้ระบุวัน เดือน ปีที่แพทย์สั่งตรวจหาระดับ DTx(กรณี follow up)

16.การเจาะเลือดตรวจน้ำตาลหลังรับประทานอาหาร(Postprandial Blood Glucose)ให้กรอกค่าที่มารับการรักษาในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ครั้งล่าสุดนับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ และระบุวันเดือนปีที่เจาะเลือดตรวจด้วย

WWW.CRCN.IN.TH

slide30
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

17.1-17.11การตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆ ของผู้ป่วยเบาหวานครั้งล่าสุดที่มาติดตามการรักษาในช่วง 12 เดือน

  • 17.1) Hb A1C
  • 17.2) Hemoglobin
  • 17.3) Serum BUN
  • 17.4) Serum Creatinine
slide31
ส่วนที่2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

(ต่อ) การตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆ ของผู้ป่วยเบาหวานครั้งล่าสุดที่มาติดตามการรักษาในช่วง 12เดือน

  • 17.5) Serum Potassium
  • 17.6) Serum Uric Acid
  • 17.7) Total Cholesterol
  • 17.8) Triglyceride
  • 17.9) HDL Cholesterol
  • 17.10) LDL Cholesterol
  • 17.11)Estimated GFR
slide32
ส่วนที่2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน
  • ให้กรอกค่าครั้งล่าสุดที่แพทย์สั่งตรวจในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
  • นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ ระบุวันเดือนปีที่เจาะเลือดตรวจด้วย
  • การเลือกตอบข้อ“ไม่ได้รับการตรวจ” จะหมายรวมถึงการไม่ปรากฏข้อมูลในเวชระเบียนด้วย

WWW.CRCN.IN.TH

slide33
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

17.7-17.10 การตรวจ Lipid profile ในช่วง 12 เดือน

  • สำหรับ LDLให้ระบุว่าเป็นแบบ
    • Measured-LDL/Direct-LDLคือ เครื่องตรวจจะวัดระดับ LDL จากเลือดโดยตรงหรือ
    • Calculated-LDL คือ เครื่องตรวจจะคำนวณอัตโนมัติ
    • กรณีโรงพยาบาลมีการรายงานค่า LDL ทั้งสองแบบให้เลือกเฉพาะค่า Measured-LDL/Direct-LDL มากรอกเท่านั้น
  • ไม่รู้ว่า LDL ที่ได้นั้นเป็นค่าแบบใดให้สอบถามจากเจ้าหน้าที่ตรวจเลือดในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล

WWW.CRCN.IN.TH

slide34
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน
  • ให้กรอกผลการตรวจครั้งล่าสุดของแต่ละตัว
  • พร้อมระบุวันที่ที่ได้รับการตรวจด้วย
  • กรณีที่มี Triglyceride (TG) ≥ 360ขึ้นไปเครื่องตรวจอาจจะไม่รายงานระดับ LDL-cholesterol หรือรายงานว่า “ไม่สามารถคำนวณได้” ก็ให้เลือกตอบตัวเลือก
  • “คำนวณไม่ได้ เนื่องจาก TG สูงมาก” หรือ ถ้ามีการรายงานค่า LDL-cholesterol ก็ให้กรอกลงค่า LDL ไปตามความเป็นจริง

WWW.CRCN.IN.TH

slide35
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

Tips การตรวจ GFR ข้อ 17.11 ในช่วง 12 เดือน

  • ให้ระบุค่าที่ตรวจโดยใช้หน่วย ml/min/1.73 m3และระบุวันเดือนปีที่เจาะเลือดตรวจด้วย
  • ให้ระบุวิธีการคำนวณค่า GFR ที่โรงพยาบาลของท่านใช้ว่า คำนวณด้วยสูตรใด(ดูสูตรได้ในคำอธิบายข้อคำถามช่วยในการกรอกข้อมูลหน้าซ้ายมือ 3/11) เลือกตอบได้เพียงสูตรเดียวเท่านั้น
  • ถ้าโรงพยาบาลไม่ได้คำนวณและบันทึกค่า GFR ในเวชระเบียน= ไม่ได้รับการตรวจ

WWW.CRCN.IN.TH

slide36
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

18. ระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยเบาหวานที่มาติดตามการรักษาจำนวน 2 ครั้ง

  • ให้กรอกข้อมูลความดันโลหิตในช่วง 12 เดือนที่ผู้ป่วยมาติดตามการรักษาที่ OPD
  • ครั้งที่ 1ค่า BP ครั้งล่าสุดในการมาติดตามการรักษาโรคเบาหวาน
  • ครั้งที่ 2ค่า BP ก่อนหน้าครั้งล่าสุด นั่นคือวันก่อนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งต้องอยู่ในห้วง 12 เดือนเช่นกัน และระบุวันเดือนปีที่ผู้ป่วยมาติดตามการรักษาพร้อมทั้งระบุวิธีการวัดว่าเป็นแบบใด หากไม่มีข้อในเวชระเบียนให้ตอบว่า “ไม่ทราบ”
slide37
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

19. การได้รับยา Aspirin หรือ Clopidogrel (เช่น Plavix®, Pidogen®, Apolets®)

  • พิจารณาข้อมูลในผู้ป่วยเบาหวานทุกรายว่า วันที่มาตามนัดนั้นผู้ป่วยได้ยาตัวใด
  • ตอบได้เพียง 1 ข้อ
  • ให้ระบุวันที่มาติดตามการรักษาด้วย
  • ถ้าไม่ได้รับยา โปรดระบุ เหตุผลที่ไม่ได้รับยา
slide38
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

20. ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานแบบเฉียบพลันในช่วง12 เดือนที่ผ่านมา

1. ไม่มีภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานเฉียบพลัน

2. มีภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานเฉียบพลัน (เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ)

  • 2.1 ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)
  • 2.2 ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแบบ Diabetic ketoacidosis; DKA
  • 2.3 ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแบบ Hyperosmolar Non-ketotic Hyperglycemic Syndrome, HNHS
  • 2.4 ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) ที่ไม่ระบุว่าเป็นแบบใด
slide39
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

นิยามของ Hypoglycemia, DKA ,และ HNHS

  • Hypoglycemia;หมายถึง ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ plasma glucose < 70 mg/dL, มีอาการแสดง, และอาการหายไปเมื่อได้รับน้ำตาล
  • Diabetic ketoacidosis; DKA หมายถึง ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ≥ 250 mg/dLและมี metabolic acidosisร่วมกับ High anion gap และ pH < 7.35 และมี serum ketoneให้ผลเป็นบวก(1 : 2 dilution)

WWW.CRCN.IN.TH

slide40
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน
  • Hyperosmolar non-ketotic hyperglycemic syndrome; HNHSหมายถึง ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ≥ 500 mg/dLและมีserum osmolality > 350 mOsm/H2Oอาจมีserum ketone 0 – 1+ได้
  • Hyperglycemiaหมายถึง ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ที่ไม่ระบุว่าเป็นแบบใด

WWW.CRCN.IN.TH

slide41
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน
  • ให้พิจารณาเฉพาะอาการแทรกซ้อนแบบเฉียบพลันเท่านั้น
  • กรณีที่ผู้ป่วยเกิดโรคแทรกซ้อนของเบาหวานแบบเฉียบพลันหลายโรคในเวลาที่ต่างกันในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ให้ตอบได้มากกว่า 1ข้อ

ผู้ป่วยต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (Admit) เนื่องจากป่วยด้วยภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานแบบเฉียบพลันนั้นหรือไม่ กรณีที่ไม่ปรากฏข้อมูลหรือหลักฐานว่าผู้ป่วยได้รับการ Admit ให้ตอบว่าไม่มีข้อมูล

  • ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานแบบเฉียบพลันเลยให้ตอบ 1และข้ามไปทำข้อ 20 ต่อไป

WWW.CRCN.IN.TH

slide42
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

21. การตรวจหา Albumin/ Protein ในปัสสาวะเพื่อคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางไตในรอบ 12 เดือน

  • หากไม่พบข้อมูลในเวชระเบียน สมุดทะเบียนหรือฐานข้อมูล ให้ตอบตัวเลือกข้อ 1
  • ไ่ม่ได้รับการตรวจหากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น DN
  • ตรวจแต่พบว่ามีการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ
  • การตรวจในรพ.แต่ละแห่งจะรายงานผลการตรวจแตกต่างกันซึ่งจำแนกได้ 4 กรณีดังนี้ให้เลือกตอบเพียงกรณีเดียวเท่านั้น

WWW.CRCN.IN.TH

slide43
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

21. การตรวจหา Albumin/ Protein ในปัสสาวะเพื่อคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางไตในรอบ 12 เดือน

  • กรณีที่ 1 ใช้ Urine Dipstick ทั่วไป/ UA ที่เป็น Urine Dipstick
    • ผลเป็นลบซึ่งไม่พบ Albumin/ Proteinแต่แพทย์อาจจะส่งตรวจวิเคราะห์ Albumin/Creatinine Ratio เพื่อยืนยันการเกิดภาวะ Albuminuriaต่อไป ดังนั้นต้องตรวจสอบด้วยว่ามีผลที่แพทย์ส่งตรวจ Albumin/Creatinin Ratio หรือไม่

WWW.CRCN.IN.TH

slide44
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน
  • ผลเป็น Trace คือการตรวจพบ albumin ในปัสสาวะ ≤ 10 mg/100ml หรือ 150 mg/24 hrs ซึ่งสามารถพบได้ใน normal urine และยังไม่ถึงระดับที่จะเป็นภาวะ Microalbuminuriaถือว่าเป็นลบดังนั้นให้ตอบตัวเลือกที่ 1ด้วย
  • ผลเป็นบวกแสดงว่า ตรวจพบภาวะ Macroproteinuria

WWW.CRCN.IN.TH

slide45
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

กรณีที่ 2ใช้ Microalbuminuria Dipstick

  • ผลเป็นลบคือ ไม่มีโปรตีนในปัสสาวะเลย
  • ผลเป็นบวกแสดงว่า พบ Microalbuminuria ซึ่งต้องมีค่า ≥ 20 mg/L ขึ้นไป และกรณีผลเป็น Trace ถือว่าผลเป็นบวก ดังนั้นให้ตอบตัวเลือกที่ 2(ตรงจุดนี้จะแตกต่างกับกรณีที่ 1ที่ใช้ Urine Dipstick เพราะให้ dipstick คนละประเภท)
  • ทั้งนี้ให้ระบุวันเดือนปีที่ได้รับการตรวจด้วย

WWW.CRCN.IN.TH

slide46
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน
  • กรณีที่ 3Morning urine หา Albumin/Creatinine ratioรายงานผลการ
  • ตรวจเป็นช่วงค่าตั้งแต่ < 30 ถึง ≥ 300 mg/g ตามตัวเลือก (สังเกตหน่วยที่
  • ใช้เป็น mg/g)
    • ถ้าตรวจพบ 30-299mg/gแปลว่า มีภาวะMicroalbuminuria
    • ถ้า ≥ 300mg/g แปลว่า มีภาวะ Macroproteinuria
slide47
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

กรณีที่ 4รายงานผลการตรวจเป็นค่าตัวเลขอารบิคมี

  • จุดทศนิยม 2 ตำแหน่งเพียงค่าเดียว หรือ เป็นช่วงของผล
  • การตรวจ(สังเกตหน่วยที่ใช้)
    • กรอกตัวเลขตามแต่ละหน่วยของการวัดระดับ Albuminuria ตามฐานข้อมูลที่มีอยู่

WWW.CRCN.IN.TH

slide48
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

22. DiabeticNephropathy; DN (โรคไตจากเบาหวาน)

  • เพิ่งเกิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
  • มีอยู่แล้วแต่เดิม (นาน > 12 เดือน)
  • วินิจฉัยโดยแพทย์ระบุในเวชระเบียนหรือดูจากผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเท่านั้น
  • กรณีที่แพทย์ไม่ได้ให้การวินิจฉัยใด แต่ผลตรวจปัสสาวะจะเข้าได้กับ DN ตามเกณฑ์การพิจารณา ให้ระบุว่าดูจากผลทางห้องปฎิบัติการเท่านั้น

WWW.CRCN.IN.TH

slide49
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

23. การได้รับยา ACEI หรือ ARB ในช่วง 12 เดือน

    • ACEI; Captopril,Enalapril,Fosinopril,Cilazepril,Perindopril,Quinapril,Ramipril,Lisinopril
    • ARB; Candesartan,Irbesartan,Losartan,Telmisartan,Valsartan
  • ให้พิจารณาในผู้ป่วยเบาหวานทุกราย
  • ระบุวันเดือนปีที่ได้รับยาครั้งล่าสุดด้วย
  • กรณีไม่ได้ใช้ยา ให้ระบุเหตุผลของการไม่ให้ยาด้วย

WWW.CRCN.IN.TH

slide50
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

24. ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ผู้ป่วยได้รับการตรวจวัดสายตา(Visual Acuity, VA) หรือไม่

VA: การประเมินความสามารถในการมองเห็นของตาทั้งสองข้าง จากปกติไปจนมองไม่เห็น โดยใช้แผ่นป้าย SANLLEN Chartซึ่งประกอบไปด้วยตัวเลขขนาดต่างๆและแผ่น E chartดังนี้ โดยทั่วไปมักบันทึกเป็นสัดส่วน

เช่น 6/6 (ระบบเมตริก) หรือ 20/20 (ระบบฟุต)

WWW.CRCN.IN.TH

slide51
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

ข้อ 24. โดยสรุปลำดับสายตาโดย Snellen VA จากปกติไปจนมองไม่เห็น

(ระบบเมตริก) VA without correction 6/6,6/9…………..6/60

  • FC (Counting finger)
  • HM (hand movement)
  • PJ (Projection of light)
  • PL (Perception of light)
  • No PL (no light perception หรือ total blindness)

WWW.CRCN.IN.TH

slide52
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

25. การตรวจจอประสาทตาในรอบ 12 เดือน

  • การตรวจจอประสาทตาอย่างละเอียด หมายถึงผู้ป่วยได้รับการตรวจจอประสาทตา (eye ground) โดย
  • จักษุแพทย์หรือ
    • กรณีที่โรงพยาบาลไม่มีจักษุแพทย์แต่ได้แนะนำหรือส่งผู้ป่วยไปตรวจในโรงพยาบาลที่มีจักษุแพทย์
  • Fundus cameraโดยมีพยาบาลหรือผู้อื่นที่ไม่ใช่แพทย์เป็นผู้ตรวจ และยืนยันผลการตรวจจากแพทย์
    • ต้องระบุว่าได้ส่งต่อจักษุแพทย์เพื่อยืนยันผลการตรวจหรือไม่
  • ในสองกรณีหลังนี้จะต้องมีเอกสารแจ้งผลการตรวจชัดเจน ทั้งนี้ต้องระบุวันเดือนปีที่ได้รับการตรวจด้วย

WWW.CRCN.IN.TH

slide53
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

25. การตรวจจอประสาทตาในรอบ 12 เดือน

  • การไม่ได้รับการตรวจจอประสาทตา หมายถึงผู้ป่วยได้รับการตรวจคัดกรอง
  • การมองเห็นแค่เบื้องต้นได้แก่
    • Visual fieldและ Visual acuityเท่านั้น รวมถึง
    • ไม่ปรากฏหลักฐานการเขียนว่า consult ตาหรือใบส่งตัวหรือ ผลการตรวจจากจักษุแพทย์ ถือว่า
    • “ไม่ได้รับการส่งตรวจตา”ในรอบ 12 เดือนเลย ให้ตอบตัวเลือกข้อ 2
  • การไม่มีข้อมูลหรือปรากฏหลักฐานใดๆในเวชระเบียนเกี่ยวกับการตรวจ

ประสาทตาเลยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ถือว่า “ไม่มีข้อมูลในเวชระเบียน”

ให้ตอบตัวเลือกข้อ 1

WWW.CRCN.IN.TH

slide54
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

25. ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็น DR ในช่วง 12 เดือน

  • ต้องมีหลักฐานการบันทึกจากแพทย์ยืนยันผลการตรวจด้วย
  • การตรวจคัดกรอง DR จากจักษุแพทย์ หรือ แพทย์ รวมถึงพยาบาล/จนท.ที่ผ่านการฝึกการตรวจด้วย Fundus cameraด้วยแล้วพบว่า ผลเป็นปกตินั่นหมายความว่า “ไม่เป็น DR”
  • กรณีที่แพทย์ไม่ได้ให้การวินิจฉัยใดๆและไม่มีเอกสารหลักฐานยืนยัน เท่ากับว่าไม่ได้รับการวินิจฉัย หรือการไม่มีข้อมูล

WWW.CRCN.IN.TH

slide55
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

26. ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็น Diabetic retinopathy (DR; โรคตาจากเบาหวาน) ในช่วง 12 เดือน

ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจจอประสาทตาอย่างละเอียดจากในข้อที่ 25และให้พิจารณาผลการตรวจว่าเป็นหรือไม่ อย่างไร

  • Non-proliferative diabetic retinopathy (NPDR);
  • Proliferative diabetic retinopathy (PDR)
  • Diabetic Macular edema

WWW.CRCN.IN.TH

slide56
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

27. การตรวจสุขภาพช่องปากในรอบ 12 เดือน

  • ทันตแพทย์หรือบุคคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมเท่านั้น
  • การได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก หมายรวมถึง
    • การตรวจสุขภาพฟัน หรือตรวจรักษาโรคในช่องปาก;การถอนฟัน การอุดฟัน การรักษาเหงือก การรักษารากฟัน การผ่าฟันคุด การใส่ฟันปลอมเป็นต้น
    • ให้ระบุวันเดือนปีที่ได้รับการตรวจด้วย

WWW.CRCN.IN.TH

slide57
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

27. การตรวจสุขภาพช่องปากในรอบ 12 เดือน

  • การไม่ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากหมายถึง การส่ง refer ไปตรวจฟันหรือ แนะนำให้ไปตรวจสุขภาพฟันที่ รพ.จังหวัด แต่ไม่ปรากฏหลักฐานใบส่งตัว หรือผลการตรวจจากแผนกทันตกรรมถือว่า “ไม่ได้รับการส่งตรวจสุขภาพช่องปาก” ให้ตอบตัวเลือกข้อ 2
  • การไม่มีข้อมูลหรือปรากฏหลักฐานใดๆในเวชระเบียนเกี่ยวกับการตรวจ

สุขภาพช่องปากเลยถือว่า “ไม่มีข้อมูลในเวชระเบียน” ให้ตอบตัวเลือกข้อ 1

WWW.CRCN.IN.TH

slide58
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

28. การตรวจเท้าในรอบ 12 เดือนได้แก่

    • การสังเกตสภาพผิวหนังภายนอก และ/หรือ
    • การสังเกตรูปเท้า และ/ หรือ
    • การตรวจปลายประสาทเท้า และ/หรือ
    • การคลำชีพจร (รวมถึง การตรวจ ABI ด้วย)
  • ระบุผลการตรวจในแต่ละประเด็นด้วย

WWW.CRCN.IN.TH

slide59
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

28. การตรวจเท้าในรอบ 12 เดือน

  • การมีแผลหมายถึง แผลที่เท้า ถลอก ฉีกขาด แผลแห้งดำ (dry gangrene) รวมทั้งที่มีลักษณะอักเสบ บวมแดง และน้ำกัดเท้าด้วย
  • กรณีตาปลา
    • ถ้าไม่มีการอักเสบ กดเจ็บบวมแดง ไม่นับว่า มีแผล
    • แต่ถ้ากดเจ็บ บวมแดง อักเสบชัดเจน ให้นับว่า มีแผล

WWW.CRCN.IN.TH

slide60
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

29. ผู้ป่วยหรือญาติได้รับการสอนที่มีรูปแบบการตรวจและดูแลเท้าด้วยตนเองอย่างเป็นระบบ ในรอบ 12 เดือน

  • ต้องสอนให้ตรวจและดูแลเท้าด้วยตนเอง และสังเกตสภาพผิวหนัง รอยช้ำ และรูปร่างเท้า
  • อาจจะแจกแผ่นพับความรู้หรือไม่ก็ได้
  • ให้ระบุวันเดือนปีที่ได้รับการสอน

WWW.CRCN.IN.TH

slide61
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

30. การตัดนิ้วเท้า,เท้า หรือขาที่เป็นแผลในรอบ 12 เดือน (ไม่นับการตัดนิ้วมือ มือ ข้อมือ แขน)

  • แผลที่นิ้วเท้า เท้า ขา จนเกิดการติดเชื้อจนต้องตัดทิ้ง(amputation) หรือ
  • เกิดdrygangreneแล้วอวัยวะนั้นหลุดออกเอง (autoamputation)
  • นับเฉพาะรายที่ถูกตัดหรือเกิดขึ้นครั้งแรก หรือ ถูกตัดเพิ่มเติมหรือเกิด dry gangrene มากกว่าเดิมในรอบ 12 เดือนที่ผ่าน
  • กรณีไม่มีการตัดอวัยวะให้ข้ามไปข้อที่ 32

WWW.CRCN.IN.TH

slide62
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

31. ผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับการตัดนิ้วเท้า เท้า หรือขาในรอบ 12 เดือน

  • กรณีถูกตัด อวัยวะนั้น หรือเกิด autoamputationจากที่มี dry gangrene ให้ระบุว่าเป็นอวัยวะส่วนใด
  • ไม่นับกรณีการตัดนิ้วมือ มือ ข้อมือ แขน
  • ถ้ามีการตอบว่า ตัดนิ้วเท้า เท้า หรือขา แสดงว่า ในข้อ 26 ต้องตอบตัวเลือกที่ 2
  • การตัดขา ให้ระบุตำแหน่งที่ถูกตัดด้วยว่า เหนือเข่า หรือใต้เข่า

WWW.CRCN.IN.TH

slide63
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

32. ประวัติการสูบบุหรี่ ในช่วง 12 เดือน

  • บุหรี่ มวนยาเส้น (ใบจาก ใบยาสูบ) ไปป์ (ไม่รวม
  • เหนียดยาเส้นในช่องปาก)
  • กรณีที่ผู้ป่วยมีลักษณะดังนี้ให้ข้ามไปตอบข้อ 34
    • ไม่เคยสูบ หรือ
    • เคยสูบแต่เลิกแล้ว หรือ
    • ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสูบบุหรี่

WWW.CRCN.IN.TH

slide64
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

33. ผู้ป่วยเบาหวานที่สูบบุหรี่ได้รับคำปรึกษาแนะนำให้เลิกสูบบุหรี่ด้วยตนเองหรือใช้ยาเพื่อเลิกบุหรี่

  • กรณีที่ผู้ป่วยยังสูบอยู่ หรือเคยสูบแต่เลิกแล้ว
  • ต้องได้รับคำปรึกษาแนะนำให้เลิกสูบบุหรี่ด้วยตนเอง หรือเข้าโปรแกรมการเลิกบุหรี่หรือ มีการใช้ยาเพื่อเลิกบุหรี่ถ้ามีการให้คำปรึกษาหรือเข้าโปรแกรมหรือใช้ยาเลิกบุหรี่ ให้ระบุวันเดือนปีครั้งล่าสุดด้วย
  • ให้ระบุวันที่ผู้ป่วยได้รับคำแนะนำครั้งล่าสุด

WWW.CRCN.IN.TH

slide65
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

34. การรักษาของผู้ป่วยเบาหวานในการติดตามการรักษาครั้งล่าสุด ใน

ช่วง 12 เดือน

  • กลุ่ม 1) Biguanidesได้แก่Metformin(Glucophage®,Siamformet®), Buforminและ Phenformin
  • กลุ่ม 2) Sulfonylurea ได้แก่ Glipizide(Minidiab®), Glibenclamide(Daonil®, Euglucon®), Gliclazide(Diamicron®), Gliquidone(Glurinor®), Glimepiride(Amaryl®) และGlyclopyramide

WWW.CRCN.IN.TH

slide66

34. การรักษาของผู้ป่วยเบาหวานในการติดตามการรักษาครั้งล่าสุด ในช่วง 12 เดือน

  • กลุ่ม 3) Non- Sulfonylurea ได้แก่Repaglinide(Novonorm®), Nateglinideและ Mitiglinide
  • กลุ่ม 4) Thiazolidinedioneได้แก่ Rosiglitazone(Avandia®), Pioglitazone(Actos®), Rivoglitazoneและ Troglitazone

WWW.CRCN.IN.TH

slide67
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

34. การรักษาของผู้ป่วยเบาหวานในการติดตามการรักษาครั้งล่าสุด ในช่วง 12 เดือน

  • กลุ่ม 5) Alpha – glucosidase Inhibitor (α-Gl) ได้แก่ Acarbose(Glucobay®), Miglitolและ Voglibose(Basen®)
  • กลุ่ม 6) DPP-4 inhibitor ได้แก่ Alogliptin,Linagliptin, Saxagliptin(Onglyza®), Sitagliptin (Januvia®) และ Vildagliptin(Galvus®)

WWW.CRCN.IN.TH

34 12
34. การรักษาของผู้ป่วยเบาหวานในการติดตามการรักษาครั้งล่าสุด ในช่วง 12 เดือน
  • กลุ่ม 7) GLP-1 Analog ได้แก่ Exenatide, Liraglutide, Taspoglutide, Albiglutideและ Lixisenatide
  • กลุ่ม 8) Insulinได้แก่ ยาฉีด Insulin ทุกประเภท
  • หากในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ผู้ป่วยไม่ใช้ยารักษาโรคเบาหวานเลย ให้เลือกข้อ 9 ไม่ใช้ยาเบาหวานใดๆ (ควบคุมอาหาร ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย) หรือ ไม่มีข้อมูลในเวชระเบียน

WWW.CRCN.IN.TH

slide69
ส่วนที่ 2 ตัวชี้วัดโรคเบาหวาน

35. การพบภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังของโรคเบาหวาน

  • กรณีที่ 1ภาวะแทรกซ้อนเพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา หมายถึง

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นใหม่ภายใน 12 เดือนที่ผ่านมา

  • กรณีที่ 2ภาวะแทรกซ้อนที่มีอยู่แล้วแต่เดิมนานมากกว่า 12 เดือน

หมายถึงภาวะแทรกซ้อนที่รักษามาอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 12 เดือน

และยังไม่หายขาด

WWW.CRCN.IN.TH

slide70
35. การพบภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังของโรคเบาหวาน
  • กรณีที่ 3ไม่มีข้อมูลในเวชระเบียนหมายถึงไม่ปรากฏหลักฐาน

หรือไม่มีการบันทึกของแพทย์ ทั้งการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อน หรือ

การจะบันทึกในกรณีที่ 1 และ 2 นั้นแพทย์ต้องมี

    • การบันทึกคำวินิจฉัยในเอกสารสรุปการรักษา หรือ เวชระเบียน และหรือ
    • หลักฐานผลการตรวจพิเคราะห์โรคช่วยสนับสนุนยืนยันชัดเจน

พิจารณาเพียงระยะเวลาที่น้อยกว่าเท่ากับ หรือมากกว่า 12 เดือนเท่านั้น สามารถเลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ

WWW.CRCN.IN.TH

slide71
ข้อ 35 ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน
  • ข้อ35.1-35.13
  • เพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 12 เดือน
  • เป็นอยู่แล้วแต่เดิมมากกว่า 12 เดือน
  • ไม่มีข้อมูลในเวชระเบียน

ข้อ 35.14- 35.17(พิจารณาการพิเคราะห์จากห้องปฎิบัติการร่วมด้วยถ้ามี)

  • ทำการตรวจแต่ไม่พบว่าเป็นโรค

WWW.CRCN.IN.TH

c ase r ecord f orm crf 3 ht 9 11

CASE RECORD Form (CRF)ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง(HT)หน้า9 -11

คำอธิบายการกรอกแบบบันทึกข้อมูล

slide73
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง
  • ข้อ37. ปีพ.ศ.ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือรักษา ณ รพ.นั้นให้พิจารณาจากประวัติการรักษา
    • การซักประวัติของแพทย์ที่อาจจะระบุว่า ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เมื่อใด
    • ปีพ.ศ.ที่ผู้ป่วยเริ่มมารักษาในโรงพยาบาลครั้งแรกตามที่ปรากฏในเวชระเบียน
    • กรณีมีการทำลายเวชระเบียนทุก 5 ปีให้กรอกปีพ.ศ.ที่เริ่มมารักษาของเวชระเบียนเล่มใหม่

WWW.CRCN.IN.TH

slide74
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง
  • ข้อ 38. ประเภทของผู้ป่วยที่มารักษา ณ รพ.นั้น ในวันนัด
    • ผู้ป่วยที่มารักษาประจำที่โรงพยาบาลหมายถึง ผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่ OPD หรือคลินิกของโรงพยาบาลเป็นประจำ
      • ไม่ได้ถูกส่งต่อมาจาก PCU หรือส่งปรึกษามาจากโรงพยาบาลอื่น

WWW.CRCN.IN.TH

slide75
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง (ข้อ 38 ต่อ)
  • ผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อมาจาก PCUหมายถึง ผู้ป่วยที่รักษาที่หน่วยบริการปฐมภูมิ หรือ รพ.สต. หรือสถานีอนามัยเป็นประจำแล้ว
    • ถูกส่งต่อมาปรึกษา หรือมารับยา หรือ
    • มาประเมินภาวะแทรกซ้อนที่โรงพยาบาลของท่านเป็นครั้งคราว ซึ่งอาจจะมีหลายครั้งในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา หรือนานๆครั้งแต่มีประวัติในโรงพยาบาลมานานกว่า 12 เดือนก็ได้

WWW.CRCN.IN.TH

slide76
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

ข้อ 39. วันเดือนปีที่ผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาครั้งล่าสุด

WWW.CRCN.IN.TH

slide77
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

40. ระดับความดันโลหิตของผู้ป่วย

  • ให้กรอกข้อมูลความดันโลหิตในช่วง 12 เดือนที่ผู้ป่วยมาติดตามการรักษาที่ OPD ต่างๆ
  • ครั้งที่ 1ค่า BP ครั้งล่าสุดที่มาติดตามการรักษาที่ OPD รักษาเบาหวาน
  • ครั้งที่ 2ค่า BP ก่อนหน้าครั้งล่าสุด นั่นคือวันก่อนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งต้องอยู่ในช่วง 12 เดือนเช่นกัน
  • ระบุวันเดือนปีที่ผู้ป่วยได้รับการวัด BP ตามลำดับ

WWW.CRCN.IN.TH

slide78
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

40. ระดับความดันโลหิตของผู้ป่วย

  • การวัดความดันโลหิตควรวัดในท่านั่ง
  • ผู้ป่วยที่ใช้ยาลดความดันโลหิตต้องให้ผู้ป่วยรับประทานยามื้อเช้าตามปกติ
  • กรณีมีค่าการวัดมากกว่า 1 ครั้งขึ้นไปให้วัดผลที่ค่าครั้งสุดท้าย
  • ล่าสุดของการวัดในครั้งนั้นๆ
  • ระบุเครื่องมือที่ในหน่วยบริการทำการวัดความดันโลหิตของผู้ป่วย

WWW.CRCN.IN.TH

slide79
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

41. ประวัติการสูบบุหรี่ ในช่วง 12 เดือน

  • กรณีที่ผู้ป่วยมีลักษณะดังนี้ให้ข้ามไปตอบข้อ 43
    • ไม่เคยสูบ หรือ
    • เคยสูบแต่เลิกแล้ว หรือ
    • ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสูบบุหรี่

WWW.CRCN.IN.TH

slide80
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

42. ผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ได้รับคำปรึกษาแนะนำให้เลิกสูบบุหรี่ด้วยตนเองหรือใช้ยาเพื่อเลิกบุหรี่

  • กรณีที่ผู้ป่วยยังสูบอยู่ หรือเคยสูบแต่เลิกแล้ว
  • ต้องได้รับคำปรึกษาแนะนำให้เลิกสูบบุหรี่ด้วยตนเอง หรือเข้าโปรแกรมการเลิกบุหรี่หรือ มีการใช้ยาเพื่อเลิกบุหรี่ถ้ามีการให้คำปรึกษาหรือเข้าโปรแกรมหรือใช้ยาเลิกบุหรี่ ให้ระบุวันเดือนปีครั้งล่าสุดด้วย
  • ให้ระบุวันที่ผู้ป่วยได้รับคำแนะนำครั้งล่าสุด

WWW.CRCN.IN.TH

slide81
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

43. ผู้ป่วยได้รับการตรวจหา FPG ในช่วง12 เดือน

  • เจาะเลือดผ่านเส้น vein ซึ่งไม่ใช่จากปลายนิ้วและต้องผ่านการตรวจด้วยเครื่องอัตโนมัติหรือและไม่ใช่การเจาะจากเส้นเลือด vein แล้วมาหยดเลือดลงบน Dipstick
  • ระบุค่า FPG ครั้งล่าสุดที่มาติดตามการรักษา
  • ให้ระบุวัน เดือน ปีที่แพทย์สั่งตรวจหาระดับ FPG
  • การเลือกตอบข้อ“ไม่ได้รับการตรวจ” จะหมายรวมถึง การไม่ปรากฏข้อมูลในเวชระเบียนด้วย

WWW.CRCN.IN.TH

slide82
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

44. การตรวจร่างกาย และตรวจทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วยในรอบ 12 เดือน

  • การตรวจร่างกายประจำปี หมายถึง การตรวจร่างกายและเจาะเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติ ตามตัวชี้วัดของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 9 ประการ(รวมข้อ_43)
  • ให้ระบุวันที่ตรวจในแต่ละรายการครั้งล่าสุดด้วย

WWW.CRCN.IN.TH

slide83
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

44. การตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

ข้อ 44.1 Serum creatinine

ข้อ 44.2 Serum uric acid

ข้อ 44.3 Serum potassium

ข้อ 44.4-7 Total Cholesterol, Triglyceride, HDL, LDL

WWW.CRCN.IN.TH

slide84
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

44. การตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

ข้อ 44.8 Estimated creatinine clearance หรือ GFR

ข้อ 44.9-10 Hemoglobin และ Hematocrit

ข้อ 44.11 Urinalysis

ข้อ 44.12 Electrocardiogram

WWW.CRCN.IN.TH

slide85
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

44.7การตรวจ Lipid profile ในช่วง 12 เดือน

  • สำหรับ LDLให้ระบุว่าเป็นแบบ
    • Measured-LDL/Direct-LDLคือ เครื่องตรวจจะวัดระดับ LDL โดยตรงจากเลือด
    • Calculated-LDL คือ เครื่องตรวจจะคำนวณตามสูตร
    • กรณีโรงพยาบาลมีการรายงานค่า LDL ทั้งสองแบบให้เลือกเฉพาะค่า Measured-LDL/Direct-LDL มากรอกเท่านั้น
  • กรณีที่มี Triglyceride (TG) ≥ 360 ขึ้นไปให้เว้นช่องของ ระดับ LDL-cholesterol ไว้ไม่ต้องกรอก

WWW.CRCN.IN.TH

slide86
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

36.8 การตรวจ GFRในช่วง 12 เดือน

  • ให้ระบุค่าที่ตรวจได้ในหน่วย ml/min/1.73 m3และระบุวันเดือนปีที่เจาะเลือดตรวจด้วย
  • ให้ระบุวิธีการคำนวณค่า GFR ที่โรงพยาบาลของท่านใช้ว่า คำนวณด้วยสูตรใด(ดูสูตรได้ในคำอธิบายข้อคำถามช่วยในการกรอกข้อมูลหน้า 9/10)
  • เลือกตอบได้เพียงสูตรเดียวเท่านั้น

WWW.CRCN.IN.TH

slide87
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

44.11 การตรวจ Urine analysis ในช่วง 12 เดือน

  • การตรวจ UA หมายถึง การตรวจวิเคราะห์น้ำปัสสาวะใน
  • กรณีดังนี้
    • กล้องจุลทรรศน์เพียงอย่างเดียว (Manual)
    • กล้องจุลทรรศน์ และ urine dipstick (Manual)
    • เครื่องตรวจอัตโนมัติ
  • ดังนั้นการตรวจ UA ด้วย urine dipstick เพียงอย่างเดียว
  • ถือว่าไม่ได้ตรวจ UA

WWW.CRCN.IN.TH

slide88
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

44.11 การตรวจ Urine analysis ในช่วง 12 เดือนระบุผลการตรวจ และระบุด้วยว่าพบ

    • RBC หรือ
    • WBC หรือ
    • Cast ทั้งนี้ระบุด้วยว่าเป็น cast ชนิดใดหรือ
    • Protein ระบุด้วยว่าพบโปรตีนมากน้อยเพียงใด (กี่บวก)
    • ถ้าผลปกติ ให้ข้ามไปข้อ 36.12
  • สามารถตอบได้มากกว่า 1 ข้อ

WWW.CRCN.IN.TH

slide89
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

44.12 การตรวจ ECG ในช่วง 12 เดือน

  • ต้องมีเอกสารแสดง ECG ที่ระบุวันเดือนปีในช่วงดังกล่าว หรือแพทย์ได้เขียนผลการตรวจ ECG ไว้ในเวชระเบียน
  • โปรดระบุวันเดือนปีที่ได้รับการตรวจครั้งล่าสุดด้วย
  • การระบุผล ECGต้องเป็นผลการอ่านจากแพทย์เท่านั้นไม่ใช่การอ่านจากเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • การอ่านคลื่นไฟฟ้าหัวใจจากเครื่องโดยไม่มีการอ่านผลยืนยันจากแพทย์ให้ตอบว่า “ไม่ทราบ/ ไม่มีข้อมูลในเวชระเบียน”

WWW.CRCN.IN.TH

slide90
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

45. การพบภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังของโรคความดันโลหิตสูง

กรณีที่ 1ภาวะแทรกซ้อนเพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา หมายถึง

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นใหม่ภายใน 12 เดือนที่ผ่านมา

กรณีที่ 2ภาวะแทรกซ้อนที่มีอยู่แล้วแต่เดิมนานมากกว่า 12 เดือน หมายถึง

ภาวะแทรกซ้อนที่รักษามาอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 12 เดือนและยังไม่หายขาด

กรณีที่ 3ไม่มีข้อมูลในเวชระเบียนหมายถึงไม่ปรากฏหลักฐาน

หรือไม่มีการบันทึกของแพทย์ ทั้งการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อน หรือ

ให้การยืนยันการวินิจฉัย

WWW.CRCN.IN.TH

slide91
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

45.15 ไตเสื่อมสมรรถภาพ(Renal insufficiency) หมายถึงการสูญเสียหน้าที่ของไตได้แก่

  • 1) Acute renal failure; ARF
  • 2) Chronic renal insufficiency; CRI
  • 3) Chronic kidney disease; CKDหรือ Chronic renal failure; CRF
  • 4) End-stage renal disease; ESRD
  • หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยด้วยภาวะดังกล่าวนี้ถือว่าเป็น Renal insufficiency ทั้งสิ้น

WWW.CRCN.IN.TH

slide92
ส่วนที่ 3 ตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูง

45. การพบภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังของโรคความดันโลหิตสูง

การจะบันทึกในกรณีที่ 1 และ 2 นั้นแพทย์ต้องมี

  • การบันทึกคำวินิจฉัยในเอกสารสรุปการรักษา หรือ เวชระเบียน และหรือ
  • หลักฐานผลการตรวจพิเคราะห์โรคช่วยสนับสนุนยืนยันชัดเจน

พิจารณาเพียงระยะเวลาที่น้อยกว่าเท่ากับ หรือมากกว่า 12 เดือนเท่านั้น สามารถเลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ

WWW.CRCN.IN.TH

slide93
สิ้นสุดการบันทึกข้อมูลสิ้นสุดการบันทึกข้อมูล
  • ให้ผู้กรอกข้อมูลหรือผู้บันทึกตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลอย่าง
  • ครบถ้วนสมบูรณ์จากนั้นลงชื่อ-นามสกุลตัวบรรจง และกรอกอักษร
  • ย่อชื่อลงช่องกำหนด
    • ช่องแรกเป็นอักษรตัวแรก
    • ช่องที่สองเป็นอักษรตัวแรกของนามสกุล
      • ชื่อ พัชรา อัครมหาศาล
      • Patchara Aukaramahasan

WWW.CRCN.IN.TH

slide94
ผู้ตรวจสอบ
  • ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการหนึ่งในจำนวนท่านที่เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นตัวแทนของโรงพยาบาล
  • มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง ความครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนนำส่งแบบบันทึกมายังหน่วยบริหารจัดการข้อมูล
  • ทั้งนี้เมื่อเห็นว่าครบถูกต้องแล้วให้ลงวันที่ตรวจสอบ เขียนอักษรย่อชื่อตามตัวอย่างด้านบนแล้วลงลายมือชื่อกำกับด้วย

WWW.CRCN.IN.TH

c linical r esearch c ollaboration n etwork www crcn in th crcn 02 951 0352 310

clinical research collaboration networkเครือข่ายวิจัยคลินิกสหสถาบันwww.crcn.in.th(CRCN) 02-951-0352 ต่อ 310

Thank you for your attention

ad