Perception
This presentation is the property of its rightful owner.
Sponsored Links
1 / 47

การรับรู้ ( Perception ) PowerPoint PPT Presentation


  • 768 Views
  • Uploaded on
  • Presentation posted in: General

การรับรู้ ( Perception ). โดย พระมหาเผื่อน กิตฺ ติ โสภโณ. องค์ประกอบการรับรู้. สิ่งเร้า( Stimulus ) ได้แก่ วัตถุ แสง เสียง กลิ่นรส ต่างๆ อวัยวะรับสัมผัส( Sensory organs ) ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น ผิวหนัง ประสาทรับสัมผัส( Receptor s ) ประสบการณ์เดิมหรือข้อมูลเดิม( Previous experience )

Download Presentation

การรับรู้ ( Perception )

An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Presentation Transcript


Perception

การรับรู้(Perception)

โดย

พระมหาเผื่อน กิตฺติโสภโณ


Perception

องค์ประกอบการรับรู้

  • สิ่งเร้า(Stimulus) ได้แก่ วัตถุ แสง เสียง กลิ่นรส ต่างๆ

  • อวัยวะรับสัมผัส(Sensory organs) ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น ผิวหนัง

  • ประสาทรับสัมผัส(Receptors)

  • ประสบการณ์เดิมหรือข้อมูลเดิม(Previous experience)

  • ความสนใจ ความตั้งใจ(Attention)

  • ทัศนคติ(Attitude) ค่านิยม(Values)ในการรับรู้

  • สภาพจิตใจ อารมณ์ (Emotion)เช่น ความคาดหวัง ความดีใจ เสียใจ ในขณะเกิดการรับรู้

  • ความสามารถทางสติปัญญา(Mental abilities)


Perception

กระบวนการการรับรู้

  • ระดับกระบวนการรับรู้ในการทำงาน

    • การวิเคราะห์ระดับพลังงานจิตฟิซิกส์ กระบวนการนี้เกี่ยวกับระดับความเข้มข้นของสิ่งเร้า เช่น แสง เสียง กลิ่น รส แรงกด ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้

    • กระบวนการคิดที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ เกี่ยวข้องกระบวนการทางความคิด(cognitive process) ในการจัดการกับข้อมูลที่ผ่านเข้ามาทางประสาทสัมผัส


Perception

กระบวนการการรับรู้


Treshold

เทรชโฮลท์(Treshold)การรับรู้

  • เทรชโฮลด์สมบูรณ์ (Absolute threshold)คือ ปริมาณของสิ่งเร้าหรือแรงกระตุ้นที่น้อยที่สุดที่ทำให้เกิดความรู้สึก สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามระดับความเข้มของสิ่งเร้า และขึ้นกับสิ่งแวดล้อมที่เราเกี่ยวข้องด้วย ความแตกต่างระหว่างบุคคลก็มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยในการตัดสินเรื่อง Absolute threshold ด้วย เนื่องจากอวัยวะที่รับความรู้สึกของแต่ละบุคคลนั้น มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่ไม่เหมือนกัน

  • เทรชโฮลด์ความแตกต่าง (Differential thershold)คือความเปลี่ยนแปลงที่น้อยที่สุดของสิ่งเร้า ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกว่าสิ่งเร้านั้นมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเข้มเดิมของสิ่งเร้า หากความเข้มเดิมต่ำกว่าการเปลี่ยนค่าความเข้มเพียงเล็กน้อย จะทำให้เกิดความรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้ เราเรียกจุดที่ทำให้คนรู้สึกความเปลี่ยนแปลงของสิ่งเร้านี้ว่า JND (Just Noticeable Difference)


Visual sensation

การมองเห็น(visual Sensation)

  • สิ่งที่ตารับสัมผัสคือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(Electromagnetic disturbance) ที่เรียกว่า โฟตอน ที่มีช่วงความถี่ที่ตาสามารถรับรู้ได้หรือที่เรียกว่า คลื่นแสง(Wavelength) คลื่นแสงดังกล่าวนี้มีสีแตกต่างกันไปตามความถี่

  • ความสูง(Amplitude)ของคลื่นแสงบ่งบอก ความสว่าง(Brightness) ความกว้างของคลื่น เป็นตัวหนด สี(Color) และความบริสุทธิ์(Purity)ของสี เป็นตัวกำหนด ความสดใส(Saturation)

  • เซล์ประสาทรับภาพ(visual receptor)ที่บริเวณเรตินาของดวงตาประกอบด้วยเซลล์รอด(Rods) ไม่ตอบสนองต่อสี ทำงานในสภาพแสงน้อย และเซลล์โคน(Cones) ตอบสนองต่อสี ทำงานในสภาพที่มีแสงเพียงพอ


Visible spectrum

Visible spectrum


Visual sensation1

การรับรู้ทางตา(Visual sensation)


A uditory sensation

การรับรู้เสียง(Auditory Sensation)

  • สิ่งที่หูเราได้ยินคือ คลื่นเสียง(Sound wave) หรือการสั่นสะเทือนของโมเลกุลในอากาศที่อยู่รอบตัวเรา

  • คุณสมบัติของคลื่นเสียงประกอบด้วย ความดัง(Amplitude) ความถี่(Frequency or Pitch) และความบริสุทธิ์(Timbre)

  • ความดังของเสียงมีหน่วยเป็น เดซิเบล(Decibel) ความถี่ของเสียงมีหน่วยเป็น เฮิรตซ์(Hertz)


Perception

โครงสร้างหู


Gustatory sensation

การรู้รสGustatory Sensation


Perception

โครงสร้างลิ้น


The five basic tastes

The five basic tastes

  • ขม(Bitter)

  • เปรี้ยว(Sour)

  • เค็ม(Salty)

  • หวาน(Sweet)

  • Umami


Olfactory sensation

การสัมผัสกลิ่นOlfactory Sensation


Bodily sensation

Bodily Sensation


Perception

การรู้สัมผัส แรงกดและอุณหภูมิ


Perception

กระบวนการการรับรู้

  • ขั้นเลือก(Selection)

    • การบันทึกการเห็น

    • การบันทึกการได้ยิน

    • การแปลงสัญญาณ(Transduction)

    • กระบวนการจัดระบบ(Organization Process)

    • ขั้นแปลงหรือตีความหมาย(Interpretation)


Perception

การทดลองเกี่ยวกับการบันทึกการเห็น

  • ปี 1960 จอร์จสเปอริง(GeorgeSperling) ได้ทดลองฉายภาพแถวตัวอักษรให้ปรากฏด้วยเวลาน้อยกว่า 500 มิลลิวินาที(1วินาที= 1,000มิลลิวินาที) พบว่า ผู้ถูกทดลองจำอักษรได้ประมาณ 4 ตัว จากนั้นเพิ่มเวลาขึ้นจาก 15 เป็น 500 มิลลิวินาที เพิ่มจำนวนตัวอักษรจาก 4 เป็น 12 ตัว พบว่า ผู้ถูกทดลองจำได้ประมาณ 4 อักษร จากได้ใช้วิธีให้ผู้ถูกทดลองรายงานชุดตัวอักษรหนึ่งในหลายชุดที่ฉายพร้อม พบว่า ผู้ถูกทดลองรายงานได้ 3 ใน 4 ของแถว และจะน้อยลงหากทิ้งเวลานานระหว่างการเห็นและการรายงาน

  • การทดลองของสเปอริงสรุปว่า ข้อมูลการมองเห็นจะถูกเก็บไว้เป็นเวลา 0.5 วินาที หากไม่มีการนำมาใช้ใหม่จะเสื่อมสลายไปจากระบบความจำสัมผัส(Sensory memory)


Perception

การทดลองเกี่ยวกับการบันทึกการได้ยิน

  • ปี 1972 ดาร์วินทรูวีและโครว์เดอร์(Darwin Turwey and Crowder,1972) ได้ทำการทดลองการบันทึกการได้ยินโดยให้ผู้ถูกทดลองฟังเสียงตัวเลขและตัวอักษรที่มาจาก 3 แหล่ง คือ หูซ้าย หูขวา และหลังศีรษะ โดยทิ้งเวลาช้าลง 0-4 วินาทีเพื่อให้ผู้ถูกทดลองรายงานเสียงที่มาจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง

  • ผลการทดลองสอดคล้องกับของสเปอริงคือหากปล่อยเวลานานขึ้น ความสามารถในการจำจะลดลง โดยความจำในรูปของเสียงสะท้อนจะเสื่อมไปจากความจำระบบรับสัมผัสภายใน 3 วินาที หากไม่มีการดำเนินการใดๆ


Perceptual organization

การจัดหมวดหมู่การรับรู้(Perceptual Organization)


Law of similarity

กฎแห่งความคล้ายคลึงกัน(Law of similarity)

  • สิ่งเร้าที่มีลักษณะเหมือนกันจะถูกรับรู้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน


Law of pragnanz

กฎแห่งความง่าย(Law of Pragnanz)

  • สิ่งเร้าจะถูกจัดระเบียบเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายมากที่สุด


Law of proximity

กฎแห่งความชิดกัน(Law of Proximity)

  • สิ่งเร้าที่อยู่ชิดกันจะถูกรับรู้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน


Law of continuity

กฎแห่งความต่อเนื่อง(Law of Continuity)

  • สิ่งเร้าที่ปรากฏต่อเนื่องในทิศทางเดียวกันถูกมองว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน


Law of closure

กฎแห่งภาพใกล้สมบูรณ์(Law of Closure)

  • เรามีแนวโน้มที่จะเจิมภาพส่วนที่ขาดหายไปให้สมบูรณ์เพื่อให้เกิดความหมาย


Shape constancy

ความคงที่ในการรับรู้รูปร่าง(Shape constancy)


Size constancy

ความคงที่ในการรับรู้ขนาด(Size constancy)


Brightness constancy

ความคงที่ในการรับรู้ความสว่าง(brightness constancy)


Orientation constancy

ความคงที่ในการรับรู้ความพลิกผัน(Orientation constancy)


Depth perception

การรับรู้ความลึก(Depth perception

การรับรู้ความลึก คือ ความสามารถในการมองโลกในแบบ 3 มิติ หากปราศจากความสามารถดังกล่าวนี้เราจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่าวัตถุต่างๆอยู่ห่างจากรู้มากแค่ไหน การรู้ความลึกเริ่มพัฒนาตั้งแต่วัยเริ่มต้นของชีวิต คนที่ตาบอกตั้งแต่เกิดและกลับมองเห็นได้อีกครั้ง ต้องต้องพัฒนาการรับรู้ความลึกใหม่เหมือนเด็กเล็ก.

การรับรู้ความลึกอาศัยสัญญาณบอกความลึก(Cues) ซึ่งเป็นออกเป็นสัญญาณบ่งบอกความลึกสำหรับการมองด้วยตาข้างเดียว(monocular cues), และสัญญาณบ่งบอกความลึกสำหรับการมองด้วยตาสองข้าง(binocular cues).


Binocular cues

สัญญาณบ่งบอกความลึกสำหรับการมองด้วยตาสองข้าง(Binocular cues)

  • การเบนเข้าหากันของลูกตา(Convergence) การเบนเข้าหากันของตาสองข้างเพื่อโฟกัสวัตถุ หากวัตถุอยู่การเบนเข้าหากันก็จะมากขึ้น หากวัตถุอยู่หางออกไปการเบนเข้ากันก็จะน้อย

  • ความแตกต่างกันของการมองจากตาสองข้าง(Binocular disparity) คือความแตกต่างของภาพที่เกิดจากการมองเห็นของตาแต่ละข้าง ซึ่งวัตถุที่อยู่ใกล้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นและวัตถุที่อยู่ไกลจะมีขนาดเล็กลง


Monocular cues

สัญญาณบ่งบอกความลึกสำหรับการมองด้วยข้างเดียว(Monocular cues)

  • การบรรจบการของเส้นตรง(Linear perspective)

  • ขนาดที่อยู่ใกล้จะมีขนาดใหญ่ วัตถุที่อยู่ห่างออกไปมีขนาดเล็กลดหลั่นสัมพันธ์กัน (Relative size)

  • การทับซ้อนกันของวัตถุ(Overlap)

  • วัตถุที่อยู่ห่างออกไปมีรายละเอียดน้อยกว่าวัตถุที่อยู่ใกล้กว่า(Aerial (atmospheric) perspective)

  • วัตถุที่อยู่ใกล้มีขนาดใหญ่ วัตถุที่อยู่ไกลมีขนาดเล็กTexture gradient

  • วัตถุที่อยู่ใกล้ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวช้ากว่าวัตถุที่อยู่ในระยะไกล(Motion parallax)

  • กระจกตาจะเปลี่ยนรู้ให้หนาหรือบางเพื่อมองวัตถุที่อยู่ใกล้หรือไกลได้ชัดและสมองใช้การเปลี่ยนนี้เป็นตัวสัญญาณการบอกความลึก(Accommodation or muscular cue)


Perceptual illusion

Perceptual illusion

Hermann’s grid


Muler illusion

Muler-illusion


Perception

วิธีการศึกษาการรับรู้


Perception

ทฤษฎีการรับรู้ของเฮล์มโฮลท์

  • เฮอร์มัน วอน เฮล์มโฮล อธิบายว่า การรับรู้เป็นผลผลิตทั้งของธรรมชาติและการฝึกฝน และการรับรู้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นนอกเหนือภาวการณ์มีสติรู้ตัว ที่เขาเรียกว่า Unconscious inference

  • เฮล์มโฮล แบ่งการรับรู้ออกเป็น 2 ขั้นตอนคือ

    • ขั้นวิเคราะห์ คือ การที่ประสาทสัมผัสวิเคราะห์โลกภายนอก ซึ่งเป็นการรับรู้ระดับพื้นฐาน

    • ขั้นสังเคราะห์ คือ การบูรณาการและรวบรวมหน่วยข้อมูลของการรับรู้เข้าไปในระบบ

      ทฤษฎีนี้นำเสนอแนวคิดว่า มนุษย์เรียนรู้การแปรผลความรู้สึกจากประสบการณ์เดิม โดนการแปรผลเป็นการคาดหวังจากการรู้ที่มีอยู่เดิม


Gestalt s perceptual theory

ทฤษฎีการรับรู้ของเกสตัลท์(Gestalt’s Perceptual theory)

  • จิตวิทยาเกสตัลท์อธิบายว่า มนุษย์เรามีแนวโน้มแต่กำเนิดที่จะรับรู้โดยภาพรวมมากกมากกว่าแยกเป็นส่วนย่อย โดยจะมีระบบการจัดหมวดหมู่สิ่งรับรู้แล้วให้ความหมาย

  • สนามการรับรู้แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่ถูกสนใจและรับรู้ เรียกว่า ภาพ(Figure) และส่วนที่ไม่เป็นที่สนใจเรียกว่า พื้น(Ground)


Gibson s field theory

ทฤษฎีสนามของกิ๊บสัน(Gibson’s Field theory)

  • เจมส์ กิ๊บสัน(James Gibson) เสนอว่า การเข้าใจการรับรู้ทำได้ดีกว่าการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวมากกว่าหาว่าเกิดอะไรขึ้นในหัวเรา

  • กิ๊บสันได้นำเสนอปัจจัยหลักในการรับรู้ภาพ 3 ประการ คือ

    • รูปแบบลำแสง(Optic array) ที่เข้ามากระทบเรตินา ให้ข้อมูลโครงร่างวัตถุในสภาพแวดล้อม

    • พื้นผิวที่ประกอบด้วยวัตถุต่างๆ(Textured gradients) เป็นตัวให้ข้อมูลเกี่ยวกับระยะทาง ความเร็ว ฯลฯ

    • การให้ความหมายสิ่งที่เห็น(Affordance) ซึ่งนำไปสู่การตอบสนอง

    • กิ๊บสันสรุปว่า การรับรู้ทางตานั้นถูกต้องมากที่สุด. การลวงตาเกิดขึ้นจากการมองเห็นในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีของกิ๊บสันไม่ได้ให้คำอธิบายว่าเราให้ความหมายสิ่งที่เราเห็นได้อย่างไร ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้


Signal detection theory

ทฤษฎีตรวจจับสัญญาณ(Signal Detection theory)

  • ทฤษฎีนี้มีพื้นฐานมากจากวิศวกรรมไฟฟ้า นักจิตวิทยาได้นำทฤษฎีนี้มาใช้เพื่อศึกษาการตัดสินใจในสถานการณ์ที่คลุมเครือ เช่น การรับรู้ระยะทางในสถานการณ์ที่มีหมอกหนา โดยสิ่งเร้าที่เป็นเป้าหมายของการรับรู้เรียกว่า สัญญาณ(Signal) และสิ่งเร้าที่รบกวนการรับรู้สัญญาณเรียกว่า สัญญาณรับกวน(Noise)

  • ในการทดการทดสอบผู้ทดสอบจะทดสอบว่า ผู้ถูกทดสอบรับรู้ได้อย่างถูกต้องหรือไม่ ถ้านำเสนอสิ่งเร้า และผู้ทดสอบรับรู้ได้เรียกว่า hit ถ้ารับรู้ไม่ได้เรียกว่า miss

  • หากไม่นำเสนอสิ่งเร้า แต่ผู้ถูกทดลองรายว่ารับรู้ได้ เรียกว่า false alarm แต่ถ้ารายว่ารับรู้ไม่ได้ เรียกว่า completed rejection


  • Login