1 / 39

พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ (วิถีเพศ)ของผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัส อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย

พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ (วิถีเพศ)ของผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัส อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย. ชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผู้นำเสนอ สุวิมล ควงสมัย โรงพยาบาลวังสะพุง. สถิติโรคเอดส์ในประเทศไทย ณ ธันวาคม 2547.

cerise
Download Presentation

พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ (วิถีเพศ)ของผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัส อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย

An Image/Link below is provided (as is) to download presentation Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author. Content is provided to you AS IS for your information and personal use only. Download presentation by click this link. While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server. During download, if you can't get a presentation, the file might be deleted by the publisher.

E N D

Presentation Transcript


  1. พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ (วิถีเพศ)ของผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัส อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผู้นำเสนอ สุวิมล ควงสมัย โรงพยาบาลวังสะพุง

  2. สถิติโรคเอดส์ในประเทศไทย ณ ธันวาคม 2547 • ผู้ติดเชื้อสะสม 1,074,155 คน • ผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ 572,484 คน • ผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตสะสม 501,671 คน • ผู้ติดเชื้อใหม่ ปี 2547 19,471 คน • ผู้ป่วยเอดส์รายใหม่ ปี 2547 49,452 คน

  3. นโยบายการรักษาด้วย HAART • ปี 2547 จำนวน 50,000 ราย • ปี 2548 จำนวน 80,000 ราย

  4. จำนวนผู้ติดเชื้อผู้ป่วยเอดส์ จังหวัดเลย อัตราป่วยสะสม/แสนประชากร จังหวัดเลย อำเภอวังสะพุง

  5. จำนวนผู้ติดเชื้อผู้ป่วยเอดส์อำเภอวังสะพุงจำนวนผู้ติดเชื้อผู้ป่วยเอดส์อำเภอวังสะพุง ราย ปี พ.ศ.

  6. ข้อสังเกต • ผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัส มีการปฏิบัติตัวด้านเพศสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงไปจากก่อนรับยาต้านไวรัส ซึ่งหากปฏิบัติไม่เหมาะสมจะนำไปสู่การแพร่เชื้อ หรือการข้ามสายพันธ์ของเชื้อโรคเอดส์ ทำให้เกิดการดื้อยา

  7. ความมุ่งหมายของการวิจัยความมุ่งหมายของการวิจัย วัตถุประสงค์การวิจัย ผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัสไม่มีเพศสัมพันธ์ที่ส่งเสริมให้เกิดการแพร่เชื้อดื้อยา • ศึกษาพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วยเอดส์ที่รับยา ต้านไวรัส • อธิบายการรับรู้เรื่องเพศของผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัส • ค้นหาแนวทางการปรับเปลี่ยนการมีเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัสให้เหมาะสมและไม่แพร่เชื้อดื้อยา

  8. คำถามการวิจัย 1.พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัสเป็นอย่างไร 2. การรับรู้เรื่องเพศของผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัสเป็นอย่างไร 3. วิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัสให้เหมาะสมควรเป็นอย่างไร

  9. คำจำกัดความในการวิจัยคำจำกัดความในการวิจัย พฤติกรรมด้านเพศสัมพันธ์ หมายถึง การปฏิบัติของผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัสที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ทั้งที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม ผู้ป่วยเอดส์ หมายถึง ผู้ติดเชื้อโรคเอดส์ที่มีอาการบ่งชี้ว่ามีภาวะภูมิคุ้มกันเสื่อม มีผล CD4 ต่ำกว่า 200 เซลล์ต่อไมโครลิตร และรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสในโครงการ NAPHA โครงการ NAPHA (National Access to Antiretroviral Program for PHA) หมายถึงโครงการรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ในประเทศไทยด้วยสูตรการรักษาแบบใช้ยาสามชนิดพร้อมกัน (Triple Therapy)

  10. การรับรู้เกี่ยวกับโรคการรับรู้เกี่ยวกับโรค ( การติดต่อ,การป้องกัน, การเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ และการเข้าถึงแหล่งข้อมูล) กรอบมโนทัศน์ ประเพณีความเชื่อวัฒนธรรมของท้องถิ่น พฤติกรรมด้านเพศสัมพันธ์ สุขภาวะ (ด้านร่างกาย,จิตใจ,สังคมและจิตวิญญาณ) ฐานะทางสังคม เศรษฐกิจ

  11. การดำเนินการวิจัย (วิจัยเชิงคุณภาพ : RAP)

  12. ประเด็นการสัมภาษณ์และสนทนากลุ่มประเด็นการสัมภาษณ์และสนทนากลุ่ม สุขภาวะของผู้ป่วยเอดส์ทั้งก่อนและขณะรับยาต้านไวรัส การรับรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ การติดต่อ การเข้าถึงระบบบริการสุขภาพและการเข้าถึงแหล่งข้อมูล ประเพณีความเชื่อ วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ ฐานะทางสังคม เศรษฐกิจ

  13. การรวบรวมข้อมูล • เลือกแบบเจาะจงในกลุ่มผู้ป่วยเอดส์ที่เข้ารับยาต้านไวรัสโครงการ NAPHA การวิเคราะห์ข้อมูล • จัดเรียงข้อมูลโดยใช้ Excel • ยืนยันความน่าเชื่อถือโดยหลักการ triangulation • วิเคราะห์เนื้อหาเชิงลึก (Content analysis)

  14. ข้อค้นพบ สุขภาวะด้านร่างกาย ผู้ป่วยรับรู้ว่าตนเองสุขภาพแข็งแรงขึ้นเมื่อรับยาต้านไวรัส หญิง“ป่วยบ่อย ไอเรื้อรังจนเยี่ยวเล็ด ถึงกับนั่งรถเข็น มีตุ่ม หนองฝีตามตัว” ชาย“ตอนป่วยเป็นสีเหลืองขุ่นๆ ไม่เยอะ (น้ำเชื้อ) ร่างกายฟื้นมา ปกติ น้ำเชื้อขาวปกติเยอะๆ เหมือนไม่เป็นอะไรเลย”

  15. ข้อค้นพบ สุขภาวะด้านจิตใจ ผู้ป่วยสับสนท้อแท้สิ้นหวังคิดฆ่าตัวตายแต่เมื่อรับยาต้านไวรัส ทำให้มีความหวัง ชาย“ร้องไห้ รับไม่ได้..... ตกใจไม่คาดคิดว่าจะเป็นไม่เชื่อ..คิดว่าหมดสิ้นทุกสิ่ง ทุกอย่าง เรารับไม่ได้ สิ้นหวังอยากตายให้พ้นๆไปเลยไม่น่ามาเจอกับเรา...... คิดฆ่าตัวตายจะขับรถลงสะพานพระปิ่นเกล้า...” หญิง“ตั้งแต่รับยาต้านรู้สึกชีวิตมีทางออก ชีวิตยังอีกยาวไกลและมีความหวัง คิดว่าจะกินยาคู่ไปกับตัวเองอย่างนี้จนถึงที่สุด เหมือนกับว่ายากับเราต้องคู่กันไป”

  16. ข้อค้นพบ สุขภาวะด้านสังคม การเปิดเผยข้อมูลการติดเชื้อต่อครอบครัวทำให้ครอบครัว ปฏิบัติต่อผู้ป่วยเปลี่ยนไป หญิง“...คนในครอบครัวไม่อยากให้ทำอะไรเลย ไม่อยากให้ทำงานหนักเพราะกลัวเป็นอะไรไป...เขาคิดว่าเราติดเชื้อไม่ต้องทำอะไร ลูกก็จะเลี้ยงให้”

  17. ข้อค้นพบ สุขภาวะด้านสังคม การยอมรับของบุคคลในครอบครัวมีผลต่อการตัดสินใจของ ผู้ป่วยในการแพร่กระจายเชื้อ หญิง “...บางครอบครัวแม่รังเกียจลูก ไม่ยอมรับ ทำให้เขาแสดงออก แก้แค้น.... ถ้าเราโดนแบบเขาเราอาจคิดทำก็ได้” “ไม่อยากให้คนอื่นเป็นเหมือนเรา ให้เขาดีๆไว้บ้าง ไม่อยากแพร่เชื้อให้ใครอีก”

  18. ข้อค้นพบ สุขภาวะด้านจิตวิญญาณ ผู้ป่วยเชื่อว่าการติดเชื้อของตนเองเป็นเพราะเวรกรรมและ การทำให้ผู้อื่นติดเชื้อเป็นบาป หญิง“...มันคงเป็นเพราะเวรกรรม หนูทำไม่ดีมามากมันเลยมาตกที่หนู” ชาย“...กลัว หวาดระแวงจะทำให้ติดคนอื่น เท่ากับฆ่าคนอื่น... ผมกลัวกฎแห่งกรรม....แต่ก่อนเห็นสวยๆไม่ได้ตอนนี้กลัวแพร่เชื้อจะเป็นบาปติดตัว”

  19. ข้อค้นพบ การรับรู้เกี่ยวกับการติดต่อโรคเอดส์ ผลของการมาเข้าโครงการยาต้านไวรัสทำให้ผู้ป่วยเกิดการ แสวงหาความรู้ หญิง“แต่ก่อนคิดว่าจะตายภายใน 5 ปี จึงไม่รับรู้ข่าวสารอะไรเลย เดี๋ยวนี้พยายามหาความรู้โดยการปรึกษาเพื่อนในกลุ่มและหาแนวทางร่วมกัน” ชาย“แต่ก่อนไม่มีความรู้เรื่องเอดส์เลย มารู้ที่โรงบาล มารู้มากตอนจะกินยาต้านและมากลุ่ม”

  20. ข้อค้นพบ การรับรู้เกี่ยวกับการติดต่อโรคเอดส์ ผู้ป่วย 1 รายเชื่อว่าการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงหน้าที่การงานดีไม่ ขายบริการจะไม่ติดเอดส์ ชาย“ผมไม่ได้มีผู้หญิงคนเดียว ผมชอบเที่ยว แต่ไม่ใช่เที่ยวหญิงบริการนะ เป็นผู้หญิงตามคาราโอเกะ เป็นคนมาเที่ยวเหมือนกัน ไม่ใช่ผู้หญิงขายบริการ หน้าที่การงานเขาดี เจอกัน รู้จักกัน จีบกัน กินข้าว มีเพศสัมพันธ์ บางคนจีบเป็นเดือนถึงมีเพศสัมพันธ์ เดาไม่ออกเหมือนกันว่าติดมาจากไหน”

  21. ข้อค้นพบ พฤติกรรมการรับบริการด้านสุขภาพ ผู้ป่วยตระหนักถึงความสำคัญในการมารับยาและรับประทาน ยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอเพราะกลัวการเกิดเชื้อดื้อยา หญิง“มารับยาตลอด ไม่ลืม ยาคือชีวิต จะลืมได้ยังไง” ชาย“....ผมกลัวเขาลืมกินยาก็ตกลงกันว่าผมจะส่งซิกเบอร์ให้ไม่ต้องรับโทรศัพท์ สะดวกที่ว่า.....จัดเวลากินยา 1 โมงและ 1 ทุ่ม.....รอบ 2 โมงเช้ากับ 2 ทุ่ม...”

  22. ข้อค้นพบ พฤติกรรมการรับบริการด้านสุขภาพ ผู้ป่วยมองว่าตนเองมีคุณค่าเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับยาต้านไวรัส ชาย“ก่อนหน้าจะเข้าโครงการฯ (ยาต้าน) ผมไม่คิดเก็บเงินเลยเพราะไม่รู้จะเก็บไปทำไม....แต่ตอนมาเข้าโครงการแล้วผมมาคิดใหม่เพราะมัน ไม่ตายง่ายๆ....พ่อแม่พี่น้องยอมรับเรามากขึ้น...ปัจจุบันกลายเป็นว่าเขาพึ่งเรา...ถ้าเทียบกับคนอื่นเดี๋ยวนี้เราดีกว่าด้วยซ้ำ” ชาย“ตอนนี้แข็งแรงเต็มที่แล้ว ไม่ต่างกับคนอื่นเพราะกินยาเหมือนกัน คนอื่นเขาป่วยร่างกายแย่กว่าเราอีก อย่างคนที่เป็นโรคความดันก็รับยาเหมือนกับเรา”

  23. ข้อค้นพบ พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ผู้ป่วยกลับมาสนใจดูแลสุขภาพของตนเองในด้านต่าง ๆ หลังรับยาต้านไวรัส หญิง “ไม่ ไม่ออก (กำลังกาย) ก่อนกินยาไม่ทำเลย มีคนบอกให้ทำแต่ไม่ทำ คิดว่าเดี๋ยวตนเองก็ตายแล้ว” “เดี๋ยวนี้ได้ยินเพลงอะไรก็เต้นไปหมด (ออกกำลังกาย)” ชาย“ แต่ก่อนสูบบุหรี่จัด กินเหล้าจัด เดี๋ยวนี้เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ อบายมุขเลิกหมด”

  24. ข้อค้นพบ พฤติกรรมการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ เดิมผู้ป่วยไม่ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อรับรู้ว่าติดเชื้อจะใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้นเพราะ กลัวแฟนติดเชื้อ กลัวถุงยางแตกแล้วเชื้อกลายพันธ์ แต่บางคู่ยังมองว่าการใช้ ถุงยางอนามัยมีผลต่อความรู้สึก ความสัมพันธ์ในฐานะสามีภรรยา ชาย“ใส่ถุงยาง 2 ชั้น กลัวแฟนติด กลัวแตกแล้วเชื้อผสมกันเกิดกลายพันธ์ ไม่ใส่เขาไม่ให้นอนด้วย” “ ใส่ 2-3 ชั้นทุกครั้ง เคยใส่ชั้นเดียวแล้วมันแตก” หญิง“แฟนบอกว่าเหมือนนอนกับหญิงที่ให้บริการเพราะต้องใส่ถุงยาง....ยังไงก็ต้องใส่ ถ้ารักเมีย รักตัวเองต้องใส่ ”

  25. ข้อค้นพบ พฤติกรรมการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ผู้ป่วยมีการใช้ถุงยางอนามัยมากขึ้นเมื่อมารับบริการในสถาน บริการ ชาย “เป็นวัยรุ่นไม่อยากใช้ถุงยาง...อายเพราะไม่มีถุงยาง ไม่กล้าไปซื้อ....มารับยาก็ได้ถุงยางไปด้วย....พอ” หญิง “ต้องระวัง...กลัวเชื้อบวกกัน กลัวยาไม่ได้ผล กลัวเชื้อดื้อยา”

  26. ข้อค้นพบ พฤติกรรมการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ผู้ป่วยชายโสดเมื่อมีความต้องการทางเพศจะเที่ยวหญิง บริการและมี 1ราย ที่งดการมีเพศสัมพันธ์ ชาย “...มีอารมณ์ก็เลยไปเที่ยว ไปกับเพื่อน..ที่เที่ยวเขาเตรียมให้ ใส่ถุงยางตลอด...” ชาย“.....เกือบ 3 ปีที่รู้ตัว ไม่เคย ไม่คิดผมบอกตรง ๆ ผมไม่เล่น (เพศสัมพันธ์)”

  27. ข้อค้นพบ พฤติกรรมด้านเพศสัมพันธ์ ผู้ป่วยชายจะกลับมามีความต้องการทางเพศทันทีหลังกินยาและสามารถ รับประทานอาหารได้ ส่วนผู้ป่วยหญิงจะมีความต้องการทางเพศหลังจาก ร่างกายแข็งแรงโดยทั่วไปพบว่า 1 ปีหลังกินยาต้านไวรัส ชาย “ความรู้สึกทางเพศกลับมาตอนกินยา กินข้าวได้ ร่างกายแข็งแรง” “.......กินยาปุ๊บ ร่างกายแข็งแรงขึ้นเลยช่วงแรกๆ ทานข้าวได้ความรู้สึกมาเลยภายในเดือน ร่างกายก็ดีเลย” หญิง “...มาคิดตอนกินยาแล้วแข็งแรงขึ้น...กินยาได้ประมาณ 1 ปี......ร่างกายปกติแล้วก็เลยอยากมีเพศสัมพันธ์”

  28. ข้อค้นพบ พฤติกรรมด้านเพศสัมพันธ์ สังคมมองว่าการแต่งงานใหม่จะทำให้เสียชีวิต แต่ผู้ป่วย มองว่าสามารถแต่งงานได้ หญิง“มีคนเคยบอกเหมือนกันว่าอย่าแต่งงานใหม่นะ แต่งแล้วจะตาย เพราะแต่งงานใหม่ตายหลายคนแล้ว....... คิดว่าชาวบ้านเขามี (สามี) ได้เราก็น่าจะมีได้คือกัน บางทีก็คิดเขาคือมีผัวแล้วเราละ...”

  29. ข้อค้นพบ พฤติกรรมด้านเพศสัมพันธ์ การมีคู่ใหม่ของผู้ป่วยเอดส์จะหาจากในกลุ่มผู้ติดเชื้อด้วยกัน และมี 4 รายที่มีคู่จากนอกกลุ่มและไม่ติดเชื้อ หญิง “มีเพื่อนในกลุ่มมาจีบ...ก็มีโจทย์อยู่เนื่องจากคนติดเชื้อมาชอบกันก็เปรียบเหมือนโลงผุกับผีเน่า แต่ถ้าชอบกับคนที่ไม่ติดเชื้อก็เหมือนตราบาปของเราที่อาจแพร่เชื้อให้กับคนอื่น” ชาย “เขา (ผู้หญิง) มาชอบผม มาขอกับพ่อแม่ว่าชีวิตของลูกพ่อกับแม่ หนูขอซื้อได้มั๊ย”

  30. ข้อค้นพบ พฤติกรรมด้านเพศสัมพันธ์ เหตุผลที่ผู้ป่วยต้องการมีครอบครัวใหม่หลังจากสภาพร่างกายดีขึ้น เพราะต้องการเพื่อน ความอบอุ่นและไม่ต้องการเป็นภาระทางบ้าน หญิง“เริ่มรับยาต้านแล้วมันนอนไม่หลับ อยากมีเพื่อนคุย อยากมีคนเป็นเพื่อน เพราะอยู่กับลูก ค่ำมากลัว รู้สึกหว้าเหว่..อยากให้หมดภาระของพ่อแม่ ของพี่ทางบ้าน ไม่อยากพึ่งพิงผู้อื่น....”

  31. ข้อค้นพบ พฤติกรรมด้านเพศสัมพันธ์ เหตุผลของการแต่งงานของผู้ป่วยถึงรู้ว่าติดเชื้อเพราะอยาก มีลูก ชาย“ผมรู้ว่าผมติดเชื้อมาก่อน.....กะลุ้นเอาว่าผมอยากมีลูกก่อนที่ผมจะเป็นอะไรไป ถ้าชาตินี้ก่อนผมตายผมไม่มีลูกมันคงแย่น่าดู ผมเลยตัดสินใจมีเสี่ยงเอา ลองเสี่ยงดูถ้าเกิดบุญมีโชคช่วย คลอดแล้วกินนมผงคงไม่ติด ผมลุ้นตรงนี้ครับ”

  32. ข้อค้นพบ พฤติกรรมด้านเพศสัมพันธ์ เหตุผลของการที่ผู้ป่วยมีครอบครัวใหม่เพราะอยากมี รายได้เพิ่ม หญิง“...มีคนพาทำมาหากิน ทำงานมีรายได้เพิ่มขึ้น เคยไปตัดอ้อย ขุดมัน สองคนได้เงินเยอะ... ทำงานได้เหมือนคนปกติไม่เหนื่อยไม่ล้า....”

  33. ข้อค้นพบ พฤติกรรมด้านเพศสัมพันธ์ ผู้ป่วยเชื่อว่าการมีเพศสัมพันธ์บ่อยจะทำให้ร่างกายทรุด โทรมจึงกำหนดการมีเพศสัมพันธ์ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หญิง“มันเหนื่อยล้า ฟังจากหลายๆ คนเล่า เป็นคล้ายๆ กัน เหนื่อยง่าย รู้สึกโทรมๆ ..ดูจากเราเองเวลาแฟนยุ่งร่างกายจะผิดปกติ มีไอ เยี่ยวเล็ด...มีไม่บ่อย (เพศสัมพันธ์) อาทิตย์ละ 2 ครั้ง” ชาย“.....เขาบอกว่าเลือดขาว1 หยดเท่ากับเลือดแดง 100 หยด เลือดขาวที่เราพ่นลงไปทำให้เราเหนื่อย เสียกำลังเยอะ มันก็จะเหนื่อย ร่างกายทรุดลง”

  34. ข้อค้นพบ มาตรการนโยบาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความร่วมมือในการดำเนินงานกับทุกกลุ่ม และเน้นวิธีการทำงานเชิงรุก จนท. “มีที่ว่าการอำเภอ โรงเรียน มูลนิธิรักษ์ไทยมาร่วมดำเนินงานและสนับสนุนงบประมาณ กิจกรรมประสบความสำเร็จพอสมควรเพราะเราสามารถดึงงบประมาณมาช่วยได้หลาย ๆทาง” จนท. “...ทำเป็นเชิงรุก เน้นเพื่อให้ความรู้เรื่องการใช้ถุงยางอนามัย 100%.....ทำทุกกลุ่ม...ส่วนมากเราเน้นกันที่โรงเรียนเพราะตอนนี้ปัญหาที่โรงเรียนมากขึ้น”

  35. ข้อค้นพบ ปัญหาระบบบริการ ผู้ป่วยกลัวลูกติด TB เมื่อมานอน รพ. เพราะนอนห้องเดียวกับผู้ป่วยวัณโรค เจ้าหน้าที่บ่นเมื่อผู้ป่วยที่มารับบริการไม่มีญาติเฝ้า และการให้บริการช้า สถานที่พบกลุ่มเปิดเผย ผู้ป่วย “คนที่ติดเชื้อมานอนโรงพยาบาลบ่อยมาก ไม่มีญาติเฝ้าเจ้าหน้าที่ก็บ่น คนส่งข้าวก็บ่น และลูกเคยมาป่วยแต่ให้อยู่ในห้องเดียวกับผู้ป่วยวัณโรค เราก็ไม่อยากให้อยู่เพราะกลัวติดวัณโรค แต่พยาบาลก็บอกว่าให้ยัดมันเข้าไปเลย เราเลยถามว่าถ้าลูกฉันเป็นทีบีคุณจะรับผิดชอบมั้ย” ผู้ป่วย “คนไข้มารับยาเยอะ หมอมาช้า สถานที่พบกลุ่มเปิดเผย จริงๆผมอยากมาพบกลุ่มนะ แต่แม่ไม่อยากให้มากลัวชาวบ้านรู้จัก.....จริงๆอยากมาเจอ สถานที่น่าแยกเป็นสัดส่วน อยากให้จ่ายยาที่นี่เลยจะได้รวดเร็ว”

  36. ข้อค้นพบ ปัญหาระบบบริการ เจ้าหน้าที่มองว่าการให้บริการมีปัญหาในเรื่องความเหมาะสมของสถานที่ เวลาใน การให้บริการ ระบบ และขั้นตอนของการบริการ จนท. “สถานที่คับแคบอากาศถ่ายเทไม่ดี บุคลากรมีโอกาสสัมผัสเชื้อ เราไม่รู้ว่าผู้ป่วยมีโรคอื่นแฝงอยู่หรือไม่ เช่น Toxo, TB การให้บริการช้า วันนัด ARV อยากให้หมอตรวจ ARV อย่างเดียวจะได้มีเวลากับผู้ป่วยมากขึ้น การทำ One-stop service จะดีง่ายขึ้น” จนท. “...ควรมีแผนรองรับใน 3-5 ปี.... คนไข้มากกว่าโรงพยาบาลจังหวัดด้วยซ้ำ เราขาดนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์.......ทุกอย่างอยู่ในตัวพยาบาลคนเดียว”

  37. ข้อค้นพบ ปัญหาระบบบริการ ผู้ให้บริการในระดับบริหารให้บริการ Counseling ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และไม่กระจายงานลงสู่ระดับปฏิบัติ จนท. “....ส่วนมากจะไม่ได้รับจากหัวหน้าตึกเลย (ความรู้) เพราะหัวหน้าทำCounseling ไม่ถึง 5 นาทีก็เสร็จ บางทีเราคิดว่าเราอยากทำเองเพราะจะได้ลงรายละเอียดกว่าหัวหน้าตึก หัวหน้าตึกเองก็ไม่คิดถึงจิตใจผู้ป่วย หัวหน้าไม่กระจายเรื่องที่รับมา บางทีทำให้หลุด (เรื่องนโยบายและการปฏิบัติ) จนท. “...ผู้รับผิดชอบงานเอดส์ (ในตึกผู้ป่วย) อยากมีความรู้ข้อมูลข่าวสารการดูแล การให้คำแนะนำต่างๆ.....หัวหน้าไม่ให้ความสำคัญคือไม่ได้เข้าร่วมประชุม ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ARV กินเท่าไหร่ อย่างไร คนไข้คลอดยังไม่รู้เลยว่าเป็นอย่างไร ต้องให้การดูแลอย่างไร...เราอยากรู้แต่หัวหน้าไม่ส่งชื่อไป (ประชุม) เราจะไปขอก็จะถูกตำหนิ...”

  38. บทสรุป

  39. ขอขอบพระคุณ ชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ อาจารย์ที่ปรึกษา พ.อ.น.พ.ทวีศักดิ์ นพเกษร รศ.ดร. สมจิต แดนสีแก้ว และ ผศ.ดร. ภัทระ แสนไชยสุริยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวังสะพุง แหล่งข้อมูล

More Related