Component of c
Download
1 / 34

Component of C - PowerPoint PPT Presentation


  • 113 Views
  • Uploaded on

Component of C. รายวิชา ง 40102 หลักการแก้ปัญหาและการโปรแกรม. ชุดอักขระในภาษาซี. แบ่งหมวดหมู่ของตัวอักขระออกเป็น 3 ชนิดหลักๆ คือ ตัวอักษร ตัวเลข และตัวอักขระ “ _ ” (underscore) ตัวอักขระพิเศษอื่น (Special Characters) ตัวดำเนินการ เครื่องหมายวรรคตอน ฯลฯ

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' Component of C' - benita


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
Component of c

Component of C

รายวิชา ง40102 หลักการแก้ปัญหาและการโปรแกรม


ชุดอักขระในภาษาซี

  • แบ่งหมวดหมู่ของตัวอักขระออกเป็น 3 ชนิดหลักๆ คือ

    • ตัวอักษร ตัวเลข และตัวอักขระ “ _ ” (underscore)

    • ตัวอักขระพิเศษอื่น (Special Characters)

      • ตัวดำเนินการ เครื่องหมายวรรคตอน ฯลฯ

      • ! " # % & ( ) ‘ * + , - . / : ; < = > ? [ \ ] ^ { | } ~

    • ตัวอักขระ White Space

      • ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาใช้เป็นตัวแบ่งแยกเช่น ช่องว่าง, ขึ้นบรรทัดใหม่, ขึ้นหน้าใหม่ฯลฯ


Control code
รหัสควบคุม (Control code)

  • รหัสที่ใช้แทนอักขระพิเศษอื่น และอักขระ White Space

  • มักใช้ร่วมกับคำสั่งที่ใช้ในการรับและแสดงผลข้อมูล เช่น คำสั่ง printf , cprintf , scanf , cscanf ฯลฯ

  • มีอักขระแบคสแลช ( \ ) นำหน้า แล้วตามด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข

  • แต่ละรหัสใช้เพื่อเป็นตัวแทนของอักขระ white space หรือรหัสพิเศษอื่นจำนวนหนึ่งอักขระ


Control code1
รหัสควบคุม (Control code)

\t คือ horizontal tab \n คือ new line

\r คือ carriage return \b คือ backspace

\a คือ bell \” คือ ”

\0 คือ null character \’ คือ ’

\? คือ ? \\ คือ \

ฯลฯ


ตัวแปร

  • ชื่อสำหรับอ้างอิงถึงพื้นที่ในหน่วยความจำ , ชื่อที่ใช้ในการอ้างถึงข้อมูล

  • ตัวแปรในภาษาซีมีหลายชนิดและหลายขนาด เพื่อให้เราสามารถเลือกใช้ชนิดของตัวแปรได้ตรงกับชนิดของข้อมูล


Variable declaration
การประกาศตัวแปร (Variable Declaration)

<Type> <variable-list> ;

Type คือชนิดของตัวแปร (ชนิดของข้อมูล)

variable-list คือ ชื่อของตัวแปรที่ประกาศ ถ้ามีมากกว่า หนึ่งตัวจะต้องใช้คอมม่า (,) เป็นตัวแยก

Ex.

int a ; int lower,upper ;

short int man,ratio; double point;

char ch,c,name; float rate,ratio ;


Data type
ชนิดของข้อมูล (Data type)

  • ชนิดของข้อมูลพื้นฐานในภาษาซีมีหลายชนิดเช่น

    • char : ตัวอักษร

    • int : จำนวนเต็ม

    • unsigned int : จำนวนเต็มไม่มีเครื่องหมาย

    • long ,long int : จำนวนเต็ม ขนาดเป็น 2 เท่าของ int

    • float : จำนวนจริง

    • double : จำนวนจริง ขนาดเป็น 2 เท่าของ float

    • long double : จำนวนจริง มีขนาดยาวเป็นพิเศษ



หลักการตั้งชื่อตัวแปรหลักการตั้งชื่อตัวแปร

  • ตัวอักขระตัวแรกต้องเป็นตัวอักษรเท่านั้น ( underscore ‘_’ เป็นอักษรตัวหนึ่งแต่จะไม่นิยมใช้เป็นตัวแรก)

  • ตัวอักขระตัวถัดไปอาจตามด้วยตัวอักษร ตัวเลข หรือ ‘_’

  • มีความยาวเท่าไหร่ก็ได้ แต่จะรับรู้แค่ 31 ตัวแรกเท่านั้น

  • ชื่อตัวแปรที่เป็นอักษรตัวเล็กล้วน ตัวอักษรตัวใหญ่ล้วน หรือตัวอักษรเล็กปนตัวอักษรใหญ่ จะถือว่าเป็นคนละ ตัวแปรกัน (Case sensitive) เช่น DATA, data, Data

  • ห้ามใช้คำสงวนมาเป็นชื่อ ยกเว้นแต่จะประกอบเป็นส่วนหนึ่งของชื่อ


คำสงวนหลักการตั้งชื่อตัวแปร

  • คำที่ภาษาซีสงวนไว้เพื่อเป็นคำสั่งพื้นฐานหรือเป็นสัญลักษณ์ในการประกาศค่าต่างๆ

    • ตัวแปรเช่น unsigned, short, int, long, float, double

    • คำสั่งพื้นฐาน เช่น void, return, for, goto, if, else, do, while, switch ฯลฯ

      ข้อสังเกต เมื่อเราพิมพ์คำสงวน standard turbo C จะแสดงเป็นตัวอักษรสีขาว


ตัวแปรที่ดีหลักการตั้งชื่อตัวแปร

  • นอกจากหลักการตั้งชื่อเบื้องต้นแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างในการสร้างตัวแปรคือ

    • ตัวแปรควรเป็นชื่อที่สื่อความหมาย เช่น ตัวแปรที่ใช้เก็บค่าอุณหภูมิ อาจตั้งชื่อเป็น degC (degree in Celsius) , degF (degree in Fahrenheit) ฯลฯ

    • ตัวแปรควรมีชนิดข้อมูลที่เหมาะสม

      • ข้อมูลที่อาจมีจุดทศนิยม -> float , double ฯลฯ

      • ข้อมูลที่ไม่ต้องมีจุดทศนิยม -> int, long ฯลฯ


การกำหนดค่าให้กับตัวแปรการกำหนดค่าให้กับตัวแปร

<var1>[=var2]….=<expression>

var1, var2 คือ ชื่อตัวแปรที่จะถูกกำหนดค่า

expression คือ นิพจน์ ซึ่งอาจเป็นตัวแปร ค่าคงที่ หรือเป็นการดำเนินการระหว่างตัวแปร

=คือ ตัวดำเนินการให้นำค่านิพจน์ด้านขวาของตัวดำเนินการ “=” ไปกำหนดค่าให้กับตัวแปรด้านซ้ายของตัวดำเนินการ “=”


ตัวอย่างการประกาศและกำหนดค่าให้ตัวแปรตัวอย่างการประกาศและกำหนดค่าให้ตัวแปร

voidmain()

{

int val1, val2, val3;

val1 = val2 = val3 = 1;

}

void main()

{

int begin;

begin = 0;

}

voidmain()

{

float temperature;

temperature = 37.5;

}

voidmain()

{

char ch1, ch2;

ch1 = ‘A’;

ch2 = ‘X’;

}


ตัวอย่างการประกาศและกำหนดค่าให้ตัวแปรตัวอย่างการประกาศและกำหนดค่าให้ตัวแปร

#include <stdio.h>

void main()

{

int var1 , var2 , var3;

var1 = 3;

var2 = 5;

printf(“var1 = %d\n” , var1);

printf(“var2 = %d\n” , var2);

var3 = var1 + var2;

printf(“var1 + var2 = %d\n” ,var3);

printf(“var1 + var2 = %d\n” , var1+var2);

}


Ex1 cpp
ex1.cppตัวอย่างการประกาศและกำหนดค่าให้ตัวแปร

เขียนโปรแกรมโดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • ประกาศตัวแปรแบบ float ขึ้นมา 3 ตัว ตั้งชื่อตัวแปรเป็นอะไรก็ได้

  • กำหนดให้ตัวแปรตัวแรกมีค่าเท่ากับ 10.5

  • กำหนดให้ตัวแปรตัวที่ 2 มีค่าเท่ากับ 5.8

  • กำหนดให้ตัวแปรตัวที่ 3 มีค่าเท่ากับผลคูณของ 2 ตัวแปรแรก

  • พิมพ์ค่าที่จัดเก็บในตัวแปรทั้ง 3 ตัวออกทางหน้าจอ

    [ ตัวแปรชนิด float ใช้ format เป็น %f ]


Constant
ค่าคงที่ตัวอย่างการประกาศและกำหนดค่าให้ตัวแปร (constant)

  • คือ ข้อมูลหรือค่าที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แยกเป็น 2 ชนิด

    • ค่าคงที่ที่ใช้ในการคำนวณ

    • ค่าคงที่ที่ไม่ใช่ในการคำนวณ (string)


ค่าคงที่ที่ใช้ในการคำนวณค่าคงที่ที่ใช้ในการคำนวณ

  • ค่าคงที่จำนวนเต็ม (Integer Constants)ได้แก่ค่าคงที่ที่เป็นจำนวนเต็มไม่มีจุดทศนิยม เช่น 568, -96 , + 645

  • ค่าคงที่ที่มีจุดทศนิยม (Floating-point Constants)

    • ค่าคงที่ที่มีจุดทศนิยมธรรมดา เช่น 20.65 , -35.02 , 000.24

    • ค่าคงที่ที่มีจุดทศนิยมในรูปแบบวิทยาศาสตร์ (Science Notation ) เช่น 1E+04 , 1.5E-06


ค่าคงที่ที่ใช้ในการคำนวณค่าคงที่ที่ใช้ในการคำนวณ

  • ค่าคงที่ที่เป็นอักขระ (Character Constants) ได้แก่ ค่าคงที่ที่เป็นตัวเลข หรือตัวอักษร หรืออักขระที่เป็นรหัสควบคุม มีขนาด 1 ไบต์ และเขียนอยู่ภายใต้อักขระ Apostrophe เช่น ‘A’

  • ค่าคงที่ในระบบเลขฐานแปด (Octal constants) เช่น 0250 มีค่าเท่ากับ (250)8

  • ค่าคงที่ในระบบเลขฐานสิบหก (Hexadecimal constants) เช่น 0x35F มีค่าเท่ากับ (35F)16


String constants
ค่าคงที่ที่ไม่ใช้ในการคำนวณค่าคงที่ที่ไม่ใช้ในการคำนวณ (String constants)

  • ค่าคงที่ที่ไม่สามารถนำไปคำนวณได้

  • อาจประกอบด้วย ตัวเลข ตัวอักษร หรืออักขระพิเศษอื่นที่ต้องเขียนภายใต้อักขระคำพูด

  • ตัวอักขระภายในเครื่องหมายคำพูดจะถูกบันทึกในหน่วยความจำต่อเนื่องกันไป เช่น

    “Hello”, “2”, “This is C programming”


Symbolic constants
สัญลักษณ์คงที่ค่าคงที่ที่ไม่ใช้ในการคำนวณ (Symbolic constants)

  • ค่าคงที่บางค่าอาจถูกนำไปใช้บ่อยในโปรแกรม ซึ่งเราสามารถเขียนแทนค่าคงที่ค่านั้นด้วยสัญลักษณ์เพื่อช่วยในการสื่อความหมายได้

  • ในการกำหนดสัญลักษณ์จะใช้คำสั่ง #define ซึ่งต้องประกาศอยู่นอกเหนือฟังก์ชัน main()#define PI 3.14159 #define TXT “Hello World”

  • PI และ TXT ไม่ใช่ตัวแปรและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าได้


ตัวอย่างการใช้ค่าคงที่ตัวอย่างการใช้ค่าคงที่

#include <stdio.h>

#define PI 3.14159

void main()

{

int area , r = 5;

area = PI * r * r ;

printf(“area = %d\n”,area);

}

#include <stdio.h>

#define TXT “Hello World”

void main()

{

printf(“%s\n”,TXT);

}


การแสดงผลข้อมูลตัวอย่างการใช้ค่าคงที่

  • การแสดงผลข้อมูลออกทางจอภาพในภาษาซี ส่วนใหญ่จะเรียกใช้งานฟังก์ชัน printf (อยู่ใน stdio.h)

    รูปแบบ printf (“format”, argument1, argument2, …);

    formatคือ รูปแบบการแสดงผลที่ถูกระบุเพื่อกำหนดรูปแบบของ

    ผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งจะประกอบด้วย

    • ข้อความที่ต้องการแสดงผลโดยตรง

    • format ของการพิมพ์ข้อมูล (อักษรที่มีเครื่องหมาย % นำหน้า)

      argument คือ ข้อมูล ซึ่งอาจเป็นค่าคงที่ ตัวแปร หรือนิพจน์ที่ต้องการจะพิมพ์ค่า ซึ่งจะพิมพ์ตามรูปแบบที่กำหนดไว้ในส่วน format


ตัวอย่างคำสั่งแสดงผลข้อมูลตัวอย่างคำสั่งแสดงผลข้อมูล

printf(“Hello World”);

printf(“%d got score %d .\n”, ID, mark);

printf(“The value of PI is %f\n”, pi);

printf(“This computer cost %c%d”,‘$’, cost);


Format printf
การกำหนด format ใน printfตัวอย่างคำสั่งแสดงผลข้อมูล

  • โดยปกติ เราจะใช้ format ในการกำหนดลักษณะการแสดงผลของตัวแปร หรือนิพจน์ต่างๆ

  • ซึ่งต้องกำหนดให้ถูกกับชนิดของตัวแปรด้วย

    • int, unsigned int - กำหนด format เป็น %d, %o, %x

    • long - กำหนด format เป็น %ld, %lo, %lx,

    • float, double - กำหนด format เป็น %f, %e

    • char – กำหนด format เป็น %c


Format printf1
การกำหนด format ใน printfตัวอย่างคำสั่งแสดงผลข้อมูล

  • ให้ทดลองพิมพ์โปรแกรมดังนี้

void main()

{

int i = 16;

long l = 16;

float f = 12.345;

char c = ‘a’;

printf(“%d\t %o\t %x\n” , i , i , i );

printf(“%ld\t %lo\t %lx\n” , l , l , l );

printf(“%f\t %e\n” , f , f);

printf(“%c\n” , c );

}


Format printf2
การกำหนดตัวอย่างคำสั่งแสดงผลข้อมูล format ใน printf

%d : พิมพ์ int ด้วยตัวเลขฐานสิบ

%o : พิมพ์ int ด้วยตัวเลขฐานแปด

%x: พิมพ์ int ด้วยตัวเลขฐานสิบหก

%ld, %lo , %lx : พิมพ์ long (รูปแบบตามหลังเหมือน int)

%f : พิมพ์ float, double แบบจุดทศนิยม (หกตำแหน่ง)

%e : พิมพ์ float, double แบบวิทยาศาสตร์ เช่น

1.23e+23

%c : พิมพ์ char

%s : พิมพ์ข้อความเช่น “Hello”


คำสั่งเพิ่มเติมของการจัดรูปแบบการแสดงผลคำสั่งเพิ่มเติมของการจัดรูปแบบการแสดงผล

  • ใช้ร่วมกับ format ต่างๆ ที่นิยมใช้บ่อย คือ

    • เครื่องหมาย +

      • ใช้ร่วมกับการแสดงผลข้อมูลที่เป็นตัวเลข

      • พิมพ์เครื่องหมายบวกหน้าข้อมูลถ้าข้อมูลมีค่าเป็นบวก

        ตัวอย่างfloat w=15.2 , x=-13.3;

        printf (“w=%f x=%f\n” , w , x);

        printf (“w=%+f x=%+f\n” , w , x);

        ผลลัพธ์w=15.200000 x=-13.300000

        w=+15.200000 x=-13.300000


คำสั่งเพิ่มเติมของการจัดรูปแบบการแสดงผลคำสั่งเพิ่มเติมของการจัดรูปแบบการแสดงผล

  • ตัวเลข

    • ใช้กำหนดจำนวนช่องที่ใช้ในการแสดงผล

    • ถ้าจำนวนข้อมูลมีน้อยกว่าช่อง จะแสดงผลโดยจัดชิดด้านขวา

    • ถ้าจำนวนข้อมูลมีมากกว่าช่อง จะแสดงผลโดยไม่สนใจจำนวนช่อง

      ตัวอย่าง float w=15.2 ;

      printf (“%f|%5f|%9f|%10f|%12f|”,w,w,w,w,w);

      ผลลัพธ์ 15.200000|15.200000|15.200000| 15.200000| 15.200000|


คำสั่งเพิ่มเติมของการจัดรูปแบบการแสดงผลคำสั่งเพิ่มเติมของการจัดรูปแบบการแสดงผล

  • จุดทศนิยมตามด้วยตัวเลข (.Number)

    • ใช้กำหนดจำนวนตัวเลขหลังจุดทศนิยมที่จะแสดงผลโดยจะแสดงตัวเลขหลังจุดทศนิยมเป็นจำนวนตำแหน่งเท่ากับ Number

    • นิยมใช้ตามหลังคำสั่งตัวเลข

      ตัวอย่างfloat w=32.5762 ;

      printf (“%f|%.f|%.2f|%7.2f|”,w,w,w,w);

      ผลลัพธ์ 32.576200|32|32.58| 32.58|


คำสั่งเพิ่มเติมของการจัดรูปแบบการแสดงผลคำสั่งเพิ่มเติมของการจัดรูปแบบการแสดงผล

  • เครื่องหมาย -

    • ให้พิมพ์ข้อมูลชิดขอบซ้ายของฟิลด์ (ปกติข้อมูลจะชิดขวา)

    • มักใช้ร่วมกับคำสั่งจัดรูปแบบแสดงผลแบบอื่นๆ

      ตัวอย่างfloat w=32.5762 ;

      printf (“%f|%8.f|%+8.2f|\n”,w,w,w);

      printf (“%f|%-8.f|%-+8.2f|\n”,w,w,w);

      ผลลัพธ์ 32.576200| 32| +32.58|

      32.576200|32 |+32.58 |


การรับข้อมูลคำสั่งเพิ่มเติมของการจัดรูปแบบการแสดงผล

  • การรับข้อมูลจากคีย์บอร์ดในภาษาซีส่วนใหญ่จะเรียกใช้งานฟังก์ชัน scanf ซึ่งเป็นฟังก์ชันมาตรฐานที่บรรจุอยู่ใน header file ที่ชื่อ stdio.h เช่นเดียวกับฟังก์ชัน printf

    รูปแบบ scanf (“format”, argument1, argument2, …);

    formatคือ รูปแบบของข้อมูล(argument)ที่ใช้รับข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามา

    argument คือ ตำแหน่ง (Address) ของตัวแปรที่ใช้รับข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามา

  • สามารถระบุตำแหน่งของตัวแปรได้โดยการเพิ่มเครื่องหมาย & ไว้หน้าตัวแปรนั้น

  • ตัวแปรต้องเป็นชนิดเดียวกับที่กำหนดไว้ใน format


ตัวอย่างคำสั่งเพิ่มเติมของการจัดรูปแบบการแสดงผล

#include <stdio.h>

#include <conio.h>

void main()

{

clrscr();

int integer1, integer2, sum;

printf( "Enter first integer : " );

scanf( "%d", &integer1 );

printf( "Enter second integer : " );

scanf( "%d", &integer2 );

sum = integer1 + integer2;

printf( "Sum is %d\n", sum );

}


Ex2 cpp
ex2.cppคำสั่งเพิ่มเติมของการจัดรูปแบบการแสดงผล

ให้เขียนโปรแกรมคำนวณหาพื้นที่, และความยาวเส้นรอบวงของวงกลม และแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณออกทางหน้าจอ

ให้ใช้ค่าของ pi = 3.14159


Ex3 cpp
ex3.cppคำสั่งเพิ่มเติมของการจัดรูปแบบการแสดงผล

ในการแปลงค่าอุณหภูมิระหว่าง องศาเซลเซียส กับ องศาฟาเรนไฮต์ สามารถหาได้จากสูตรว่า

C = ( 5 / 9 ) * ( F – 32 )

เมื่อ C คืออุณหภูมิมีหน่วยเป็นองศาเซลเซียส

F คืออุณหภูมิมีหน่วยเป็นองศาฟาเรนไฮต์

จงเขียนโปรแกรมเพื่อรับข้อมูลอุณหภูมิจากผู้ใช้ โดยมีหน่วยเป็นองศาฟาเรนไฮต์ แล้วแปลงเป็นองศาเซลเซียส และแสดงผลลัพธ์ที่ได้ออกทางหน้าจอ


ad