โรคข้าวโพด
Download
1 / 100

โรคข้าวโพด - PowerPoint PPT Presentation


  • 158 Views
  • Uploaded on

โรคข้าวโพด. จัดทำโดย ผศ. อดิศักดิ์ บ้วนกียาพันธุ์. โรคที่เกิดจากสิ่งไม่มีชีวิต. การขาดธาตุของข้าวโพด. ขาดไนโตรเจน ต้นกล้าเหลือง แคระแกร็น -ใบเหลืองจากเส้นใบออกไป เป็นรูปตัว v - อาการแสดงที่ใบล่าง ใบล่างแห้งตาย ขอบใบยังเขียว -ปลายฝักเมล็ดไม่เต็ม โค้งเล็กน้อย ต้นผอมบาง โค้ง.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' โรคข้าวโพด' - asabi


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
โรคข้าวโพด

จัดทำโดย

ผศ. อดิศักดิ์ บ้วนกียาพันธุ์


โรคที่เกิดจากสิ่งไม่มีชีวิตโรคที่เกิดจากสิ่งไม่มีชีวิต


การขาดธาตุของข้าวโพดโรคที่เกิดจากสิ่งไม่มีชีวิต

  • ขาดไนโตรเจน

  • ต้นกล้าเหลือง แคระแกร็น

  • -ใบเหลืองจากเส้นใบออกไป เป็นรูปตัว v

  • -อาการแสดงที่ใบล่าง ใบล่างแห้งตาย

  • ขอบใบยังเขียว

  • -ปลายฝักเมล็ดไม่เต็ม โค้งเล็กน้อย ต้นผอมบาง

  • โค้ง


สภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการสภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการ

1.ดินทรายที่มีอินทรีย์วัตถุต่ำ ขาดอินทรีย์วัตถุและพืชตระกูลถั่วบำรุงดิน

2.อินทรีย์วัตถุที่ใส่ลงในดินสลายตัวยังไม่สมบูรณ์

3.พืชขาดน้ำ หรือน้ำท่วมขัง

4.ดินถูกชะล้างมากเนื่องจากความลาดชันสูง


  • ขาดฟอสฟอรัสสภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการ

  • พืชแคระแกร็น ใบมีสีม่วงหรือแดง

  • -เมื่ออายุยังน้อย ปลายใบไหม้

  • -ฝักเล็กโค้ง แถวเมล็ดไม่ตรง ปลายฝักโค้งไม่

  • ติดเมล็ด

  • -ต้นผอมบาง โค้ง


สภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการสภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการ

1.น้ำท่วมขัง หรือพืชขาดน้ำ ดินแน่น รากเจริญได้น้อย รากเป็นแผล

2.พืชได้รับปุ๋ยฟอสฟอรัส ไม่เพียงพอ ดินมีธาตุนี้ต่ำ

3.ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนและโปแตสเซียมสูงกว่า ฟอสฟอรัสมาก ธาตุนี้จึงถูกยับยั้ง


ขาดโปแตสเซียมสภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการ

-ใบเหลือง ปลายใบล่างไหม้ตาย

-ต้นหักง่าย เพราะอ่อนแอต่อโรครากเน่า

-ฝักมีขนาดเล็ก เมล็ดหลวม ปลายฝักไม่ติดเมล็ด


สภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการสภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการ

1.ดินทราย ดินที่มีอินทรีย์วัตถุที่สภาพเปียกหรือแน่นเกินไป

2.ดินที่มีธาตุ โปแตสเซียมต่ำ

3.ปลูกข้าวโพดตามหลังพืชที่ใช้โปแตสเซียมในดินสูง

4.ดินมีธาตุแมกนีเซียมและแคลเซียมอัตราสูงกว่าโปแตสเซียม


โรคข้าวโพดขาดความสมดุลของธาตุอาหารโรคข้าวโพดขาดความสมดุลของธาตุอาหารแคลเซียม

อาการ

-อายุประมาณ 4 สัปดาห์ ลำต้นอวบใหญ่ ข้อสั้น ต้นเตี้ย

-ยอดอ่อนห่อตัวบิดริ้วเป็นเกลียว

-ยอดอ่อนห่อตัวบิดริ้วเป็นเกลียวปลายใบติดเข้าด้วยกัน

-ปลายใบห่อติดกัน คลี่ออกยาก บางต้นยอดโค้งงอ เนื้อใบขรุขระ


-ช่วงสร้างดอกบริเวณเนื้อเยื่อเจริญตามข้อและยอดฉ่ำน้ำ และฉีกขาดกรวงแห้งตาย

-ช่อดอกตัวผู้เน่าและไม่สมบูรณ์ หรือแทงช่อออกมาลำบาก

-เนื้อเยื่อเจริญตามข้อและยอดฉ่ำน้ำต่อมาแห้งตายฉีดขาดทำให้กาบใบแห้งช่อดอกตัวผู้เน่าและไม่สมบูรณ์


สาเหตุ และฉีกขาดกรวงแห้งตาย

  • ขาดการเพิ่มอินทรีย์วัตถุลงไปในดิน

  • การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในปริมาณสูงในรูปของยูเรียหรือ

  • แอมโมเนียมซัลเฟต

  • สภาพความเป็นกรด- ด่างบริเวณรอบๆ รากข้าวโพด

  • เปลี่ยนแปลงไปมาก


การป้องกันกำจัด และฉีกขาดกรวงแห้งตาย

  • การปลูกพืชเดี่ยวซ้ำที่เดิมเป็น เวลานาน ควรมีการเติมอินทรีย์วัตถุในดินให้สูงกว่า 1.5 %

  • ควรมีการวิเคราะห์ดินใส่ปูนขาวเพื่อปรับความเป็นกรด-ด่าง

  • (pH 5.5-8.0)


ขาดแมกนีเซียม และฉีกขาดกรวงแห้งตาย

-ต้นกล้าแสดงจุดด่างขาว

-ใบบนเหลือง

-พื้นที่ระหว่างเส้นใบเหลืองซีด ใบแก่มีสีแดง

ตามขอบใบและปลายใบ ถ้าขาดมากอาจตาย

-ต่อมาทั้งต้นจะแสดงอาการเนื้อใบเหลือง

(เส้นใบยังเขียว)

-แคระแกร็น แต่ไม่รุนแรงเหมือนธาตุฟอสฟอรัส

และโปแตสเซียม


สภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการสภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการ

1.ดินทราย ดินเป็นกรด แหล่งที่มีฝนตกชุก ดินถูกชะล้างมาก

2.มีโปแตสเซียมสูง ขาดความสมดุลกับธาตุนี้

3.ใส่หินปูนมาก มีแคลเซียมมาก ยับยั้งการใช้ธาตุแมกนีเซียมของพืช


ขาดสังกะสีสภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการ

-เมื่อต้นกล้าอายุ 2 สัปดาห์ ข้อสั้น ใบมีเส้น

เหลือง

-ต่อมาเนื้อใบเหลืองมาก ข้างเส้นกลางใบที่ยัง

เขียว ขอบใบและเส้นกลางใบยังเขียว

-ใบใหม่มีสีซีดจนขาว

-ข้อล่างของลำต้นมีสีเข้ม


สภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการสภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการ

1.ดินเป็นด่าง

2.ดินใส่ปุ๋ยโปแตสเซียมสูงจน ขาดความสมดุลกับธาตุสังกะสี

3.ดินทรายที่เป็นกรดและถูกชะล้างมาก

4.ภาวะน้ำท่วมขัง


ขาดธาตุโบรอนสภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการ

-ต้นกล้ามีจุดสีขาวที่เนื้อใบ ต่อมาขยาย

เป็นแถบสีขาวเป็นเงานูนจากเนื้อใบ

-ข้อสั้น เกสรตัวผู้ และฝักไม่โผล่ ต้นเป็น

พุ่ม

-เส้นกลางใบกรอบ เปราะปลายราก

ฝอยบวมพอง

-ฝักเล็ก โค้ง เมล็ดติดไม่ดี ไม่เต็มฝัก

ปลายฝักขาวโค้ง เมล็ดผิดรูปร่าง


สภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการสภาพที่ส่งเสริมให้แสดงอาการ

1.พืชเครียดเพราะขาดน้ำ

2. ดินที่มีความเป็นกรดหรือด่างสูง

3.ดินที่มีการชะล้างสูง

4.การใส่ปูนขาวปริมาณสูง

5.ธาตุโบรอนในดินที่น้อย กว่า 0.5 ส่วนในล้าน


อาการผิดปกติของข้าวโพดจากสารเคมีอาการผิดปกติของข้าวโพดจากสารเคมี

  • อาการใบไหม้ขาวโพดจากสารเคมีเมทธิลโบลไมด์


  • อาการใบไหม้ของต้นกล้าจากสารคลุกเมล็ดฟูราดานที่ใช้เกินอัตรากำหนด


โรคที่เกิดจากเชื้อรา อาการใบไหม้ของต้นกล้าจากสารคลุกเมล็ดฟูราดานที่ใช้เกินอัตรากำหนด


โรคราน้ำค้างข้าวโพด อาการใบไหม้ของต้นกล้าจากสารคลุกเมล็ดฟูราดานที่ใช้เกินอัตรากำหนด

Corn Downy Mildew

  • อาการโรคราน้ำค้างที่รุนแรง ช่อดอกตัวผู้เปลี่ยนเพศ ไปเป็นต้นกล้าเจริญเติบโตขึ้นมา


  • อาการโรคที่เรียกว่าใบลายมีสีเขียวอ่อนหรือเหลืองสลับเขียว สร้างสปอร์ผงสีขาวเมื่อมีน้ำค้าง




เชื้อราสาเหตุ เมล็ดไม่สมบูรณ์Peronosclerospora sorghi ( Weston & Uppal )

C.G. Shaw

การแพร่ระบาดของเชื้อ

-ระบาดต้นฤดูฝน พ.ค. มิ.ย. ก.ค. และ ส.ค.

จนสิ้นฤดูฝน

-อุณหภูมิ 20-26 องศาเซลเซียส ความชื้นสูง


การป้องกันกำจัด เมล็ดไม่สมบูรณ์

  • ไม่ควรปลูกก่อนฝนตกชุก หรือก่อนฤดูฝน

  • กำจัดพืชอาศัย วัชพืช ส่วนที่เป็นโรคออกจากแปลง

  • ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปราศจากโรค

  • ใช้พันธุ์ต้านทาน เช่น นครสวรรค์ 1 นครสวรรค์ 72 สุวรรณ 1 สุวรรณ 5 สุวรรณ3601

    5. ใช้สารเคมี เช่น เมตาแลกซิล (Apron 35 SD)


โรคใบไหม้แผลเล็กของข้าวโพดโรคใบไหม้แผลเล็กของข้าวโพด

Southern or Maydis Leaf Blight

ลักษณะอาการ

-เริ่มจากจุดเล็กๆ สีเขียวอ่อนฉ่ำน้ำ

ต่อมาขยายออกตามความยาวของใบ

-กลางแผลมีสีเทา ขอบแผลมีสีเทาน้ำตาล

-ขนาดแผลไม่แน่นอน


ลักษณะอาการ(ต่อ)โรคใบไหม้แผลเล็กของข้าวโพด

-กรณีเป็นรุนแรงแผลจะขยายใหญ่ ทำให้ใบแห้งตาย

-ในระยะกล้า ต้นกล้าเหี่ยว และแห้งตายภาย ใน 3-4 สัปดาห์หลังปลูก

-ในต้นแก่ อาการเกิดที่ใบล่างๆ ก่อน

-เกิดได้ทั้งกับ ต้น กาบใบ ฝัก และเมล็ด


เชื้อราสาเหตุโรคใบไหม้แผลเล็กของข้าวโพดBipolaris maydis (Nisik.) Shoemaker.

มีชื่อเดิมว่า Helminthosporium maydis Nisik.

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

-ความชื้นสูง อุณหภูมิระหว่าง 20-32 องศาเซลเซียส

-เชื้อแพร่กระจายไปกับลม ฝน


การป้องกันกำจัดโรคใบไหม้แผลเล็กของข้าวโพด

1.ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปราศจากโรค

2.ถอนเผาทำลายต้นที่เป็นโรค วัชพืช

3.ใช้พันธุ์ต้านทาน เช่น นครสวรรค์1 นครสวรรค์ 72 สุวรรณ 1

สุวรรณ2 สุวรรณ5 สุวรรณ 3851

4.ใช้สารเคมี ไตรโฟรีน (ซาพรอล)


โรคใบไหม้แผลใหญ่ ของข้าวโพด

Northern Leaf Blight

ลักษณะอาการ

-เกิดทุกส่วนของข้าวโพด ทั้งกาบใบ ลำต้น ฝัก

เกิดเป็นแผลขนาดใหญ่สีเทา หรือน้ำตาล

-แผลที่ใบอาจเกิดเดี่ยวๆ หรือหลายแผลซ้อนรวม

กันขยายเป็นขนาดใหญ่

-แผลรวมกันมากใบจะแห้งตาย

-พบโรคนี้ได้ตลอดฤดูเพาะปลูก


เชื้อราสาเหตุ ของข้าวโพดBipolaris turcica (Pass.) Shoemaker.

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

-ชอบความชื้นสูง อากาศเย็นประมาณ 18-27 องศาเซลเซียส


การป้องกันกำจัด ของข้าวโพด

1.ปลูกพืชหมุนเวียน

2.ไม่ปลูกพืชหนาแน่น ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในปริมาณที่สูง

3.ไม่ปลูกพืชแซมไม้ยืนต้นเช่น มะม่วง ยางพารา มะละกอ

เพราะจะทำให้เชื้อระบาดมาก

4.ใช้พันธุ์ต้านทาน เช่น นครสวรรค์ 1 นครสวรรค์ 72

5.ใช้สารเคมี ไตรโฟรีน (ซาพรอล)ฉีดพ่น


โรคใบจุดจากเชื้อเฮลมินโธสปอเรี่ยมโรคใบจุดจากเชื้อเฮลมินโธสปอเรี่ยมNorthern Leaf Spot หรือ Helminthosporium Leaf Spot

ลักษณะอาการ

-พบอาการตั้งแต่ใบแรกถึงใบธง

-แผลเป็นจุดค่อนข้างกลม สีเหลือง

หรือน้ำตาล ขนาดเล็ก มีวงแหวน

สีเหลืองล้อมรอบ


-เมื่อความชื้นสูงแผลขยายใหญ่

เนื้อใบแห้งตาย หูใบแห้ง

-กาบใบและกาบฝักไหม้แห้ง

ฝักเน่า


เชื้อราสาเหตุ Bipolaris zeicola (Stout.) Shoemaker

ชื่อเดิมคือHelminthosporium carbonum Ullstrup.

Drechslera zeicola. (Stout) Subram. & Jain.


การป้องกันกำจัด

1.ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปราศจากโรค

2.ถอนเผาทำลายต้นที่เป็นโรค วัชพืช

3.ใช้พันธุ์ต้านทาน เช่น นครสวรรค์1 นครสวรรค์ 72 สุวรรณ 1

สุวรรณ2 สุวรรณ5 สุวรรณ 3851

4.ใช้สารเคมี ไตรโฟรีน (ซาพรอล)


โรคราสนิม

Southern Rust

ลักษณะอาการ

-เป็นจุดนูนเล็กๆ สีน้ำตาลแดง

-แผลเกิดด้านบนใบ มากกว่า ด้านล่างใบ

-ต่อมาแผลแตกออก มองเห็นเป็นผงสี

สนิมเหล็ก

-กรณีเป็นรุนแรง ใบจะแห้งตาย


เชื้อราสาเหตุ Puccinia polysora Underw.

-เชื้อระบาดปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาว

-ชอบความชื้นในอากาศสูง 95-100%

-อุณหภูมิ ค่อนข้างเย็น ประมาณ 24-28 องศาเซลเซียส


การป้องกันกำจัด

1.ปลูกพันธุ์ต้านทาน

2.กำจัดวัชพืช และต้นที่เป็นโรคออกจากแปลง

3.ใช้สารเคมี ไดฟิโนโคนาโซล (สกอร์) หรือ แมนโคเซบ 80% WP


โรคกาบและใบไหม้

Banded Leaf and Sheath Blight

ลักษณะอาการ

-อาการเริ่มจากส่วนล่างของกาบฝักชั้นนอก

สุด

-แผลบนกาบฝักกระจายตัว และอาการเป็น

แถบจะเห็นชัด


-พบจุดฉ่ำน้ำรูปร่างไม่แน่นอนทั้งด้าน-พบจุดฉ่ำน้ำรูปร่างไม่แน่นอนทั้งด้าน

หน้าและหลังของโคนกาบใบ

-ต่อมาจุดเหล่านั้นจะเปลี่ยนเป็นสีฟาง

ข้าว ในข้าวโพดพันธุ์ต้านทาน เช่นพวก

inbred line

-ในพันธุ์ที่อ่อนแอแผลจะขยายปกคลุม

ทั่วทั้งกาบใบ


- ที่ลำต้น เกิดจุดหรือแผลบนเปลือกของ

ลำต้น ซึ่งอยู่ใต้กาบใบที่เป็นโรคแผลเป็น

สีน้ำตาลเข้มถึงดำ

- แผลอาจยุบตัวลงในเปลือก

- แผลจะขยายตัวบนข้อที่สี่หรือห้านับจาก

โคนต้นขึ้นมา

- แผลจะขยายรวมกันทางด้านข้างของ

ปลายแผลแต่ละแผล

- บางครั้งแผลแห้งเป็นสะเก็ดน้ำตาลเข้ม


เชื้อราสาเหตุ เกิดจุดหรือแผลบนเปลือกของRhizoctonia solani Kuhn.f.sp.sasakii Exner.

-เส้นใยเจริญเติบโตเร็ว ที่อุณหภูมิ 20-30 องศาเซลเซียส

-ความชื้นสัมพัทธ์ 90-100%


การป้องกันกำจัด เกิดจุดหรือแผลบนเปลือกของ

1.ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปราศจากโรค

2.ถอนและเผาทำลายต้นที่เป็นโรค วัชพืช พืชอาศัย

3.เตรียมดินให้มีการระบายน้ำที่ดี

4.ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินความจำเป็น

5.ปลูกพืชหมุนเวียน

6.เพิ่มจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ เช่น Trichoderma harzianum, T. viride หรือ

Bacillus subtilis เชื้อเหล่านี้สามารถเจริญแข่งขันและย่อยสลายเส้นใยของเชื้อสาเหตุเหล่านี้ได้


โรคใบจุด เกิดจุดหรือแผลบนเปลือกของ

Leaf Spot

  • ลักษณะอาการ

  • พบที่ใบ กาบใบ และในฝักด้วย

  • -เป็นจุดเล็กๆ ตรงกลางจุดแห้งมีสีเทา

  • หรือน้ำตาลอ่อน ขอบแผลสีน้ำตาลแดง

  • -และแผลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้

  • -มีวงแหวนสีเหลืองล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง

  • พบเมื่ออากาศร้อนชื้น


เชื้อราสาเหตุ เกิดจุดหรือแผลบนเปลือกของCurvularia lunata (Wakker) Boed. Var. aeria


การป้องกันกำจัด เกิดจุดหรือแผลบนเปลือกของ

1.ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปราศจากเชื้อ

2.ปลูกพันธุ์ต้านทานโรค เช่น นครสวรรค์1 นครสวรรค์72 สุวรรณ5

3.ไม่ปลูกพืชหนาเกินไป

4.ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินความจำเป็น


โรคจุดสีน้ำตาล เกิดจุดหรือแผลบนเปลือกของ

Brown Spot

  • อาการใบจุดสีน้ำตาลสาเหตุจากเชื้อราPhysoderma maydisบนใบพบจุดสีน้ำตาลขอเหลืองเป็นกลู่มบนกาบใบและเส้นกลางใบแผลมีสีน้ำตาลเข้มขนาดใหญ่กว่าบนใบ




เชื้อราสาเหตุเมื่อผ่าดูภายในพบผงสปอร์Physoderma maydis Miyabe

-เข้าทำลายพืชเมื่อมีความชื้นสูง น้ำค้างแรง

-อุณหภูมิที่เหมาะสม อยู่ระหว่าง 23-30 องศาเซลเซียส


การป้องกันกำจัดเมื่อผ่าดูภายในพบผงสปอร์

1.ไถกลมเศษเหลือของพืชที่เป็นโรค

2.ปลูกพันธุ์ต้านทาน เช่น นครสวรรค์1 นครสวรรค์72 สุวรรณ5

3.ไม่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินความจำเป็น

4.ไม่ปลูกพืชหนาแน่น


โรคต้นเน่าเกิดจากเชื้อฟิวซาเรียม โรคต้นเน่าเกิดจากเชื้อฟิวซาเรียม

Fusarium Stalk Rot

  • อาการโรคต้นเน่าจากเชื้อราแสดงอาการใบไหม้


  • ลำต้นที่ถูกเชื้อราเข้าทำลายจากการปลูกเชื้อจะมีสีน้ำตาลแดง


  • ฝักจากต้นเป็นโรคไม่สมบูรณ์เมล็ดมีเชื้อราเข้าทำลาย


เชื้อราสาเหตุ ฝักจากต้นเป็นโรคไม่สมบูรณ์FusariummoniliformeSheld.

สปอร์ขนาดเล็ก (microconidia) ต่อกันเป็นลูกโซ่ยาว


การป้องกันกำจัด ฝักจากต้นเป็นโรคไม่สมบูรณ์

1.เผาทำลายเศษซากข้าวโพดหลังเก็บเกี่ยว

2.ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป และ โปแตสเซียมน้อยเกินไป

3.ไม่ควรปลูกแน่น มีการระบายน้ำ อากาศดี

4.ใช้พันธุ์ต้านทาน


โรคโคนเน่า ฝักจากต้นเป็นโรคไม่สมบูรณ์

Basal Stem Rot Disease

  • อาการที่โคนต้น

  • พบมากบริเวณที่ลุ่มน้ำขังบริเวณโคนต้นช่วงข้อที่ 1-2 พบแผลฉ้ำน้ำคล้ายอาการโรคที่เกิดจากเชื้แบคทีเรีย แต่ไม่มีกลิ่นเหม็น

  • เมื่อถอนลำต้นพบว่าถอนง่ายเพราะระบบรากถูกทำลาย


  • ลำต้นที่ถูกเชื้อราเข้าทำลายเมื่อลอกเปลือกออกพบเส้นสีน้ำตาลโคนต้นมีกลุ่มเส้นใยสีขาว



สาเหตุ-รากจะเปลี่ยนเป็นสีฟางข้าวถึงสีน้ำตาลและมีเส้นใยสีขาวของเชื้อสาเหตุปกคลุมอยู่ที่รากเชื้อราMarasmiellus paspali


การป้องกันกำจัด-รากจะเปลี่ยนเป็นสีฟางข้าวถึงสีน้ำตาลและมีเส้นใยสีขาวของเชื้อสาเหตุปกคลุมอยู่ที่ราก

1.เตรียมดินให้มีการระบายน้ำที่ดี เพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน

2.ระยะข้าวโพด อายุ 50-60 วันเมื่อพบอาการควรถอนและเผา

ทำลาย

3.กำจัดเศษวัชพืช พืชอาศัยออกจากแปลง

4.ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปราศจากโรค

5.ปลูกพันธุ์ต้านทาน เช่น นครสวรรค์ 1 นครสวรรค์ 72 สุวรรณ 5

สุวรรณ 3851


โรคต้นเน่าเกิดจากเชื้อมาโครโฟมิน่าโรคต้นเน่าเกิดจากเชื้อมาโครโฟมิน่า

Charcoal Rot

  • อาการถูกทำลายจากเชื้อราmacrophomina phaseolina


  • ลำต้นที่ถูกเชื้อราเข้าทำลายเป็นสีเทาดำ


  • ลำต้นซ้ายมือมีสีดำถูกเชื้อราเข้าทำลายเปรียบเทียบกับต้นปกติขวามือ


  • การเข้าทำลายจากโคนต้นกระจายขึ้นไปตามท่อน้ำท่ออาหาร


  • เมื่อผ่าลำต้นภายในพบเม็ดกลมดำเล็กมากมาย


เชื้อราสาเหตุ เมื่อผ่าลำต้นภายในพบเม็ดกลมดำเล็กมากมายMacrophomina phaseolina (Tassi) G. Goid


การป้องกันกำจัด เมื่อผ่าลำต้นภายในพบเม็ดกลมดำเล็กมากมาย

1.ไถพรวนดิน เติมปุ๋ยอินทรีย์ในดิน

2.ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป

3.ไม่ปลูกข้าวโพดหนาแน่น

4.ใช้พันธุ์ต้านทาน เช่น นครสวรรค์ 1 นครสวรรค์ 72 สุวรรณ 5


โรคต้น เมื่อผ่าลำต้นภายในพบเม็ดกลมดำเล็กมากมายฝักและเมล็ดเน่าเกิดจากเชื้อดิโพลเดีย

Diplodia Stalk Kernel and Ear Rot

  • ฝักข้าวโพดถูกทำลายโดยเชื้อราDiplodia maydisเส้นใยและสปอร์ของเชื้อราเจริญบนฝักเปรียบเทียบกับฝักปกติ


  • บริเวณข้อของลำต้นที่เป็นโรคพบจุดสีดำกลมเล็กๆ (pycnidia) ภายในสร้างสปอร์ของเชื้อรามากมาย


เชื้อราสาเหตุ บริเวณข้อของลำต้นที่เป็นโรคพบจุดสีดำกลมเล็กๆDiplodia maydis (Berk.)Sacc.


การป้องกันกำจัด บริเวณข้อของลำต้นที่เป็นโรคพบจุดสีดำกลมเล็กๆ

1.ไถพรวนตากดิน เติมอินทรีย์วัตถุในดิน

2.ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินความจำเป็น

3.ไม่ควรปลูกข้าวโพดหนาแน่น

4.ใช้พันธุ์ต้านทาน เช่น นครสวรรค์ 1 นครสวรรค์ 72 สุวรรณ 5


โรคสมัทหรือโรคราเขม่าสีดำโรคสมัทหรือโรคราเขม่าสีดำ

Common Smut

  • อาการของโรคสมัทบริเวณจุดเจริญของข้าวโพดจะแสดงอาการบวมพองเนื่องจากเชื้อราสร้างเส้นใยภายในจุดเจริญเมื่อแก่จะสร้างสปอร์เป็นผงสีดำแตกแล้วปลิวไปตามลมเชื้อราสาเหตุโรคustilago maydis


เชื้อราสาเหตุโรคสมัทหรือโรคราเขม่าสีดำUstilago maydis (DC.) Cda.


การป้องกันกำจัดโรคสมัทหรือโรคราเขม่าสีดำ

1.เผาทำลายส่วนที่เป็นโรค วัชพืช พืชอาศัยออกจากแปลง

2.ปลูกพืชหมุนเวียน

3.ใส่ปุ๋ยอินทรีย์วัตถุบำรุงดิน

4.ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินความจำเป็น

5.ปลูกพันธุ์ต้านทาน หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดหวาน


โรคที่เกิดจากแบคทีเรียโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย


โรคต้นเน่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรียโรคต้นเน่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

Bacterial Stalk Rot

ลักษณะอาการ

-ใบไหม้จากปลายใบเข้ามาที่โคนใบ

-ยอดของลำต้นมีสีซีดเหี่ยวเฉา

-ใบไหม้ลุกลามเป็นยอดเน่า

-อาการจะรุนแรงเมื่อพืชออกดอกจน

ถึงติดฝัก


-ลำต้นฉ่ำน้ำ มักพบตรงข้อที่อยู่เหนือดิน

เป็นรอยช้ำมีสีน้ำตาลแดงถึงน้ำตาลเข้ม

-ภายในลำต้นมีน้ำเมือก ไหลเยิ้ม มีกลิ่น

เหม็น

-ต้นหักล้มง่าย และก่อนออกดอกต้นจะ

ตายอย่างรวดเร็ว


เชื้อแบคทีเรียสาเหตุ มักพบตรงข้อที่อยู่เหนือดินErwinia chrysanthemi pv. zeae

-แกรมลบ ไม่ติดสีย้อมที่เป็นกรด

-เลี้ยงบน Nutrient Agar สร้างโคโลนี สีขาวอมเทา นูน วาว เรียบ

ขอบสม่ำเสมอ

-เลี้ยงบน Potato-glucose agar ที่ pH 6.5 อายุ 3-6 วัน โคโลนีจะมี

ลักษณะคล้ายไข่ดาว


การป้องกันกำจัด มักพบตรงข้อที่อยู่เหนือดิน

1.หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดหวานที่อ่อนแอต่อโรค

2.ถอนเผาทำลายต้นที่เป็นโรค

3.ปลูกอ้อยพันธุ์ต้านทาน

4.เตรียมแปลงให้มีการระบายน้ำที่ดี

5.ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินความจำเป็น

6.ปลูกพืชหมุนเวียน


โรคที่เกิดจากไวรัส มักพบตรงข้อที่อยู่เหนือดิน


Mosaic
โรคใบด่าง มักพบตรงข้อที่อยู่เหนือดินMosaic

  • อาการใบด่างบริเวณโคนยอดอ่อนเหลืองซีดจากนั้นอาการขยายออกเป็นขีดเส้นๆ (broken streak) ด่างเหลืองเป็นแนวขนานตามเส้นใบ


เชื้อไวรัสสาเหตุ มักพบตรงข้อที่อยู่เหนือดิน

Maize Dwarf Mosaic Virus (MDMV)


การป้องกันกำจัด มักพบตรงข้อที่อยู่เหนือดิน

1.กำจัดพืชที่แสดงอาการ พืชอาศัย เช่น หญ้าจอห์นสัน อ้อย ข้าวฟ่าง

2.กำจัดเพลี้ยอ่อน ซึ่งเป็นแมลงพาหะ

3.ปลูกพืชหมุนเวียน

4.ใช้พันธุ์ต้านทาน เช่น สุวรรค์5 นครวสวรรค์


โรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอยโรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย


โรครากแผลโรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย

ลักษณะอาการ

  • เข้าทำลายทุกระยะการเจริญเติบโต

  • ข้าวโพดแคระแกรน

  • ระบบรากยาวเพียง 1/4-3/4 นิ้ว

  • ปลายรากพองเล็กน้อย

  • รากเป็นสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลไหม้


ลักษณะอาการ (ต่อ)โรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย

  • ในระยะต้นกล้าจะแสดงอาการ chlorosis อย่างชัดเจน

  • การแคระแกรนอาจเป็นผลทำให้ไม่ได้ผลผลิตเลย

  • ความสูงลดลง

  • เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นเล็กลง

  • น้ำหนักต้นและรากลดลง


สาเหตุโรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย

เกิดจากไส้เดือนฝอย สกุล Pratylenchus และยังอาจเกิดได้จากไส้เดือนฝอยอื่นๆ เช่น Hoplolaimus sp., Tylenchorhymchus sp.

ในต่างประเทศ มีรายงานว่าเกิดจาก Longidorus และ Paratrichodorus ทำให้รากเป็นแผลและระบบรากเสียหายเกิดอาการรากกุด


การป้องกันกำจัดโรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย

  • ทำลายชิ้นส่วนรากในแปลง

  • การปลูกพืชหมุนเวียน

  • การใช้ปุ๋ยหมัก เพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้ความแข็งแรงแก่พืช

  • การใช้สารเคมี เช่น Telone หรือ Furadan


โรครากเน่าโรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย

ลักษณะอาการ

  • การเจริญเติบโตหยุดชะงัก

  • ใบมีสีเหลืองและอาจตายในที่สุด


สาเหตุโรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย

เกิดจากไส้เดือนฝอยรากแผล ในสกุล pratylenchus

(P. brachyurus) และ Hoplolaimus


การป้องกันกำจัดโรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย

  • ทำลายชิ้นส่วนรากในแปลง

  • การปลูกพืชหมุนเวียน

  • การใช้ปุ๋ยหมัก เพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้ความแข็งแรงแก่พืช

  • การใช้สารเคมี เช่น Telone หรือ Furadan


โรครากปมโรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย

ลักษณะอาการ

  • เกิดเซลยักษ์เริ่มเห็นได้ชัดเมื่อพืชถูกไส้เดือนฝอยเข้าทำลายได้ 6 วัน

  • จากนั้นพืชจะแสดงอาการ chlorosis

  • บางพันธุ์เป็นปมน้อยบางพันธุ์ก็เป็นปมมาก


สาเหตุโรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย

เกิดจากไส้เดือนฝอยรากปม Meloidogyne spp.

วงชีวิตของไส้เดือนฝอยรากปมกับข้าวโพดมีประมาณ 30 วัน


การป้องกันกำจัดโรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย

  • ทำลายชิ้นส่วนรากในแปลง

  • การปลูกพืชหมุนเวียน

  • การใช้ปุ๋ยหมัก เพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้ความแข็งแรงแก่พืช

  • การใช้สารเคมี เช่น Telone หรือ Furadan


ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ชุติมันต์ พานิชศักดิ์พัฒนา โกมินทร์ วิโรจน์วัฒนกุลและ อดิศักดิ์ คำนวณศิลป์.

โรคข้าวโพดและการป้องกันกำจัด. สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการ

เกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.


สวัสดีค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่


ad