Download
1 / 13

การวิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา ( Descriptive Statistics ) - PowerPoint PPT Presentation


  • 58 Views
  • Uploaded on

การวิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา ( Descriptive Statistics ) เป็นสถิติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่างประชากร แล้วนำเสนอข้อมูล การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง เป็นการหาค่าเฉลี่ย เพื่อต้องการทราบว่าข้อมูลที่เก็บรวบรวมมามีค่าใดที่เป็นค่ากลาง.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' การวิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา ( Descriptive Statistics )' - allayna


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

  • การวิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics)

  • เป็นสถิติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่างประชากร

  • แล้วนำเสนอข้อมูล

  • การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง

  • เป็นการหาค่าเฉลี่ย

  • เพื่อต้องการทราบว่าข้อมูลที่เก็บรวบรวมมามีค่าใดที่เป็นค่ากลาง

การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางของข้อมูลที่ไม่ได้แจกแจงความถี่

1. ข้อมูลระดับนามมาตรา (Nominal scale)

ใช้ฐานนิยม (Mode)

2. ข้อมูลระดับมาตรา (Ordinal scale)

ใช้มัธยฐาน (Median)

3. ข้อมูลระดับช่วงมาตรา (Interval scale) และอัตราส่วน(Ratio scale)

ใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) สัญญลักษณ์ x


  • มัธยฐาน ( (Median แทนด้วยสัญญลักษณ์ Mdn)

  • คือ ค่าที่อยู่ตรงตำแหน่งกลางในการแจกแจงข้อมูล

  • เมื่อข้อมูลนั้น ๆ มีการเรียงลำดับ (จากมากไปหาน้อย หรือ จากน้อยไปหามาก)

  • เช่น ค่าคะแนนของนิสิต

  • 1 4 2 6 8 5 9 10 7

  • - 1 2 4 5 6 7 8 9 10

  • ตำแหน่งของข้อมูลตรงกลาง n+1 = 9+1= 5 , Mdn = 6

  • 2 2

  • แต่ถ้าจำนวนข้อมูลเป็นคู่ จะได้ค่า Mdn 2 ตัว ให้นำ Mdn 2 ตัวมาบวกกันแล้วหารสอง

  • เช่น ค่าคะแนนของนิสิต

  • 1 5 4 3 8 9 10 6 4 10

  • - 1 3 4 4 5 6 8 9 10 10

  • ตำแหน่งข้อมูลตรงกลาง = 10+1 = 5.5 , Mdn = 5+6 = 5.5

  • 2 2


  • ฐานนิยม ( (Mode แทนด้วยสัญญลักษณ์ Mo )

  • คือ ค่าของข้อมูลที่มีความถี่มากที่สุดของข้อมูลชุดหนึ่ง ๆ

  • เช่น ค่าคะแนนของนิสิต

  • 10 10 15 15 15 17 18 18 19

  • ฐานนิยม คือ 15

  • ข้อมูลระดับช่วงมาตรา (Interval scale) และ อัตราส่วนมาตรา (Ratio Scale)

  • ใช้ค่ามัชฌิมเลขคณิต (Arithmetic mean) หรือ ค่าเฉลี่ย (Mean) สัญญลักษณ์x

  • ค่าเฉลี่ย = ผลรวมของคะแนนทั้งหมด แล้วหารด้วยจำนวนข้อมูล



2.การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางสำหรับข้อมูลที่อยู่ใน ข้อมูลระดับมาตรา (Ordinal scale)

ใช้มัธยฐาน (Median,Mdn)

3. ข้อมูลระดับช่วงมาตรา (Interval scale)

/ อัตราส่วนมาตรา(Ratio scale)

ใช้ค่าเฉลี่ย(Mean,X)


  • การพรรณนาข้อมูลโดยการวัดการกระจายการพรรณนาข้อมูลโดยการวัดการกระจาย

  • (Measure of Variability or Dispersion)

  • 1.การวัดการกระจายสำหรับข้อมูลที่ไม่ได้แจกแจงความถี่

  • ข้อมูลระดับนามมาตรา (Nominal scale)

  • ใช้เปอร์เซ็นต์

  • ข้อมูลระดับ (Ordinal scale)

  • ใช้ค่าพิสัย หรือ ส่วนเบี่ยงเบนควอไทล์ (Interquartile)


  • ข้อมูลระดับช่วงมาตรา (Interval scale)

  • อัตราส่วนมาตรา (Ratio scale)

  • -ใช้ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

  • (standard deviation S, S.D.)

  • -ค่าความแปรปรวน

  • (variance หรือ S)

  • -ค่าสัมประสิทธิ์แห่งความแปรผัน

  • (coefficient of variation หรือ C.V)


  • ค่าพิสัย ( (Range)

  • พิสัย เป็นค่าความแตกต่างระหว่างค่าสูงสุด

  • กับค่าต่ำสุดของข้อมูลชุดหนึ่ง ๆ

  • สูตร พิสัย = ค่าข้อมูลสูงสุด- ค่าข้อมูลต่ำสุด

  • ใช้กับข้อมูลระดับช่วงมาตรา (Interval scale)

  • ข้อจำกัด คือ ไม่สามารถเปรียบเทียบการกระจาย

  • ของตัวแปรที่แตกต่างกัน


ค่าส่วนเบี่ยงเบนควอไทล์ (Interquartile , Q)

คือ ค่าที่แสดงให้เห็นว่าข้อมูล 50% ตรงกลางของข้อมูลทั้งหมด

แตกต่างกันเท่าไร

ค่า Interquartile หาได้จากค่า Q3 ลบด้วย Q1 แล้วหารด้วย 2

Q1 คือ ค่าของข้อมูลที่แสดงให้ทราบว่ามี 25%หรือ1/4ของข้อมูลที่มีค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับค่านี้

Q2 คือ ค่าของข้อมูลที่แสดงให้ทราบว่ามี50%หรือ 1/2ของข้อมูลที่มีค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับ

ค่านี้ หรือ ค่ามัธยฐาน

Q3 คือ ค่าของข้อมูลที่แสดงให้ทราบว่ามี75% หรือ3/4ของข้อมูลที่ต่ำกว่าหรือเท่ากับค่านี้

Q4 คือ ค่าข้อมูลสูงสุดของการกระจาย เป็นค่าของข้อมูลที่แสดงให้ทราบว่ามี 100%ของข้อมูล

ที่มีค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับค่านี้


ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

คือ ค่ารากที่สองของผลรวมของความแตกต่างระหว่าง

ข้อมูลดิบกับค่าเฉลี่ยยกกำลังสอง(sum of squares ของผลต่าง)

หารด้วยจำนวนทั้งหมด

ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากร

ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง


ค่าความแปรปรวน (ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานvariance) คือ ค่าผลรวมของผลต่างระหว่าง

คะแนนดิบกับค่าเฉลี่ยยกกำลังสอง (sum of squaresของผลต่าง)

แล้วหารด้วยจำนวนข้อมูลทั้งหมด

ค่าสัมประสิทธิ์แห่งความแปรผัน (Coefficient of Variation, C.V.)

การเปรียบเทียบการกระจายของข้อมูลตั้งแต่สองกลุ่มขึ้นไป

ที่มีหน่วยการวัดหรือ มีค่าเฉลี่ยแตกต่างกัน


ค่ามากแสดงว่าข้อมูลมีการกระจายมากค่ามากแสดงว่าข้อมูลมีการกระจายมาก

ค่าน้อยแสดงว่าข้อมูลมีการกระจายน้อย


  • การวัดการกระจายสำหรับข้อมูลที่อยู่ในรูปตารางแจกแจงความถี่การวัดการกระจายสำหรับข้อมูลที่อยู่ในรูปตารางแจกแจงความถี่

  • ข้อมูลระดับนามมาตรา (nominal scale)

  • ใช้ดัชนีของความกระจาย (Index of dispersion,D)

  • ข้อมูลระดับมาตรา (ordinal scale)

  • ใช้พิสัย(range) หรือ ค่าส่วนเบี่ยงเบนควอไทล์(Interquartile)

  • ข้อมูลระดับช่วงมาตรา (interval scale)/ อัตราส่วนมาตรา(ratio scale)

  • ใช้ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation, s)

  • ความแปรปรวน(variance, s)

  • สัมประสิทธิ์แห่งความแปรผัน (coefficient of variation, C.V.)


ad