ไม้ดอกไม้ประดับงามตา
Sponsored Links
This presentation is the property of its rightful owner.
1 / 20

ไม้ดอกไม้ประดับงามตา PowerPoint PPT Presentation


  • 694 Views
  • Uploaded on
  • Presentation posted in: General

ไม้ดอกไม้ประดับงามตา. นายธวัชชัย สาบัว ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านท่าเกวียน. ชนิดไม้ดอกไม้ประดับ งามตา. ดาวเรือง (Marigold) .

Download Presentation

ไม้ดอกไม้ประดับงามตา

An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Presentation Transcript


ไม้ดอกไม้ประดับงามตา

นายธวัชชัย สาบัว

ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านท่าเกวียน


ชนิดไม้ดอกไม้ประดับ

งามตา


ดาวเรือง (Marigold)

ดาวเรืองที่นิยมนำมาปลูกประดับมี 2พันธุ์ คือ- ดาวเรืองอเมริกัน เป็นดาวเรืองดอกใหญ่ ความสูงของต้นตั้งแต่ 15-75 เซนติเมตร มี 3 สี คือ สีเหลือง สีทอง และสีส้ม เหมาะสำหรับปลูกประดับแปลง ทั้งในลักษณะที่ปลูกเลี้ยงในแปลงโดยตรง หรือปลูกเลี้ยงในกระถาง - ดาวเรืองฝรั่งเศสเป็นดาวเรืองดอกเล็ก ต้นเตี้ย ปลูกได้เฉพาะในฤดูหนาวเท่านั้น เพราะเป็นพันธุ์ที่ไวแสง ส่วนในฤดูอื่นจะออกดอกเพียง 4-5 ดอก ดอกมี 3สี คือ สีเหลือง สีส้ม และสีแดง มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อนความสูงตั้งแต่ 15-40เซนติเมตร


ดาวกระจาย (Cosmos)

นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ มี 2พันธุ์คือ- ดาวกระจายสีเหลืองดาวกระจายประเภทนี้พบเห็นอยู่ทั่วไปในธรรมชาติทุกจังหวัดของประเทศไทย เป็นไม้ดอกล้มลุก ปลูกง่ายเลี้ยงง่าย ไม่ต้องดูแลรักษามากนัก แต่มีเฉพาะดอกสีเหลืองและสีส้มเท่านั้น มี- ดาวกระจายสีอื่นดาวกระจายประเภทนี้มีสีขาว สีชมพู สีม่วง สีบานเย็น และสีแดง ไม่มีสีเหลือง ใบมีลักษณะคล้ายผักชีลาว ดอกมีขนาดใหญ่ชั้นเดียว


หงอนไก่ (Celosia cristata)

มีพันธุ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากมาย ทั้งต้นสูงและต้นเตี้ย โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีสีสดใสกว่าพันธุ์เดิม คือสีเหลือง สีชมพู และสีแดงสด หากปลูกรวมกันในแปลงเป็นกลุ่มใหญ่จะสวยงามมาก


ผีเสื้อ (Dianthus หรือ Pink)

เป็นไม้ดอกที่ต้องการอากาศค่อนข้างเย็นสักเล็กน้อย แต่ถ้าปลูกในฤดูหนาวก็ไม่มีปัญหาส่วนใหญ่มีกลีบดอกชั้นเดียว พุ่มต้นสูงเพียง 15-30 เซนติเมตร


พิทูเนีย(Petunia)

เมล็ดมีขนาดค่อนข้างเล็กมาก แต่ไม่มีการขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่นที่สะดวกและได้จำนวนต้นมากเท่าวิธีเพาะเมล็ด จึงนิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ มีแปลงจะสวยงามมาก มีหลายสี หลายพันธุ์ และหลายประเภท


แพงพวย (Vinca)

เป็นไม้ดอกที่ทนแล้งมาก และไม่ชอบที่ชื้นแฉะ หากรดน้ำมากเกินไปจะทำให้ต้นเน่าตาย พันธุ์ดั้งเดิมมีต้นสูงใหญ่ ออกดอกประปราย ดูไม่เด่นสะดุดตา พันธุ์ใหม่ในปัจจุบันต้นเตี้ยลงเหลือเพียง 15เซนติเมตร และถ้าปลูกไปนานๆ จะค่อยๆ สูงขึ้นอย่างช้าๆ อยู่ได้นานหลายปีที่สำคัญคือ มีดอกดก และขนาดดอกใหญ่ขึ้น จึงเหมาะที่จะปลูกประดับในที่ซึ่งดูแลไม่ทั่วถึง


เครื่องมือเตรียมพื้นที่ปลูก


เครื่องมือตัดแต่งกิ่งและขยายพันธ์


การปลูกดอกดาวเรือง


1. ชนิดของดาวเรือง

ชนิดของดาวเรือง

  • ดาวเรืองที่ปลูกกันอยู่โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1. ดาวเรืองอเมริกัน ดอกซ้อนกันแน่น ดอกมีขนาดใหญ่

2. ดาวเรืองฝรั่งเศส เป็นดาวเรืองต้นเล็ก ดอกมีขนาดเล็ก

3. ดาวเรืองพันธุ์ลูกผสม มีลักษณะความแข็งแรง ดอกใหญ่ และมีกลีบซ้อนมาก


การขยายพันธุ์ดาวเรือง

ทำได้โดยการใช้เมล็ดและการปักชำ แต่วิธีที่นิยมทำคือ การใช้เมล็ด เพราะได้จำนวนมากกว่า


การปลูกดาวเรือง

1. ไถเตรียมดิน หว่านปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไป

2. ขุดหลุมกว้าง 15 เซนติเมตร แปลงละ 3 แถว ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15

3. นำต้นกล้าที่มีอายุ 7-10 วัน นำมาปลูกในแต่ละหลุมที่เตรียมไว้ รดน้ำให้ชุ่ม

4. เมื่อดาวเรืองอายุ 15 และ 25 วัน ควรใส่ปุ๋ย 15-15-15

5.หลังจากปลูก 40-45 วัน ต้องรีบปลิดดอกข้างออกให้หมดภายใน 2-3 วัน

6. หลังจากนั้นประมาณ 20 วัน ก็ตัดดอกไปจำหน่าย


โรคและแมลงที่สำคัญต่อดาวเรือง

1. โรคเหี่ยว2. โรคราแป้ง3. โรคดอกไหม้

4. เพลี้ยไฟ5. หนอนกระทู้หอม


การปลูกบอนสี


  • 1. การขยายพันธุ์

1.1 การแยกหน่อ

  • เป็นวิธีการขยายพันธุ์บอนที่ไม่ยุ่งยากและบอนต้นใหม่ที่ได้จะเหมือนต้นเดิมทุก ควรทำในฤดูฝนเพราะเป็นช่วงที่พ้นระยะพัก บอนต้นใหม่ที่แยกจะเติบโตและแข็งแรงได้เร็ว

  • 1.2 การเพาะเมล็ด

คือ การนำเมล็ดที่ได้จากการผสมเกสรมาเพาะให้เกิดต้นใหม่


  • 2. การปลูกเลี้ยงและดูแลรักษา

  • ดิน

ควรเป็นดินที่มีความร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้

  • น้ำ

  • ควรให้น้ำสม่ำเสมอ การรดน้ำควรรดวันละ 2 ครั้งตอนเช้าและตอนเย็น ไม่ควรใช้สายยางฉีดน้ำที่โคนต้น


  • แสงแดด

แสงมีผลต่อสีสันและลวดลายของใบบอนมาก อาจใช้ที่พรางแสง 50-70% ช่วยก็ได้

  • ความชื้นในอากาศ

บอนเป็นพืชที่ต้องการความชื้นในอากาศเพื่อป้องกันการพักตัวของบอนในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อนจึงมีการปลูกเลี้ยงบอนในตู้หรือในกระโจม


  • การให้ปุ๋ย

ปุ๋ยอินทรีย์ควรใช้ปุ๋ยคอกมูลหมูและมูลไก่ ส่วนมูลวัวเมื่อใช้ไปนานๆ จะทำให้ดินเละทำให้หัวเน่าได้ง่าย ปุ๋ยเคมีใช้สูตรเสมอ เช่น 16-16-16 ในอัตราต่ำๆ จะช่วยให้ใบดกและสีสันสวย ถ้าใส่มากจะทำให้ชั้นใบห่างเกินไป ไม่ควรใช้ปุ๋ยละลายน้ำที่ให้ทางใบเพราะอาจทำให้ใบเป็นรอยไหม้ได้ เนื่องจากผิวใบของบอนสีบอบบาง


  • Login