สารกระตุ้นสมรรถภาพการผลิต
Download
1 / 38

... - PowerPoint PPT Presentation


  • 74 Views
  • Uploaded on

สารกระตุ้นสมรรถภาพการผลิต. สารเพิ่มเติมในอาหาร. 2. สารเพิ่มเติมในอาหาร (feed additive). สารชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือหลายชนิดรวมกันนำมาผสมกับอาหารสัตว์เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะอย่างในการเลี้ยงสัตว์.  สัตว์ยอมกินอาหาร / กินอาหารได้มากขึ้น  สัตว์สามารถย่อยอาหารนั้นได้สูงขึ้น

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' ...' - adamdaniel


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

สารกระตุ้นสมรรถภาพการผลิตสารกระตุ้นสมรรถภาพการผลิต

สารเพิ่มเติมในอาหาร


2. สารเพิ่มเติมในอาหาร (feed additive)

สารชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือหลายชนิดรวมกันนำมาผสมกับอาหารสัตว์เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะอย่างในการเลี้ยงสัตว์


สัตว์ยอมกินอาหาร / กินอาหารได้มากขึ้น

สัตว์สามารถย่อยอาหารนั้นได้สูงขึ้น

 ถนอมคุณภาพอาหารสัตว์

 ป้องกันโรค

 อาหารไม่เกิดการสูญเสียมาก

 สัตว์สามารถดูดซึมธาตุอาหารได้มากขึ้น

 สัตวสามารถนำอาหารที่ถูกดูดซึมไปใช้ประโยชน์ ยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น


  • Chemotherapeutic compound

  • Chemoantibactirial

  • Arsanilic acid (Sodium arsanilate)

  • 3 - nitro - 4 - hydroxy arsonic acid ,

  • Sulfa compound


  • Chemobiotic

    dynafac, hygromycin

  • ยาถ่ายพยาธิ (anthelmintics)

Thiabendazold


Acidifier : กรดอินทรีย์

Buffer:

ปรับpH ในกระเพาะรูเมนสัตว์เคี้ยวเอื้อง

sodium bicarbonate

sodium bentonite

magnesium oxideหินปูนบด


ทำไมต้องใช้กรดอินทรีย์ทำไมต้องใช้กรดอินทรีย์

  • การย่อยอาหาร

  • สภาพความเป็นกรดในกระเพาะ (pH 1.7 - 1.8)

  • จำเป็นต่อการกระตุ้นการทำงานของ enzyme ที่ย่อย โปรตีน

  • parietal cell HCl

  • อาหารจะรวมกับกรดในกระเพาะ โดย H+ จับกับส่วน acid binding receptors ของอาหารเพื่อปรับสภาพของ อาหาร ให้เหมาะแก่การย่อย


ลูกสัตว์ก่อนทำไมต้องใช้กรดอินทรีย์หย่านม

- ปรับ pH ในกระเพาะอาหารให้เป็นกรดโดยน้ำตาลแลคโตสในน้ำนม

กรดแลคติก

pH ในกระเพาะอาหาร 3-4


ลูกสุกรทำไมต้องใช้กรดอินทรีย์หลังหย่านม

- ขาดแลคโตส

- ระบบทางเดินอาหารยังไม่ปรับสภาพรับอาหารใหม่

- การสร้างกรดเกลือยังไม่พัฒนา

enzyme pepsin, trypsin, sucrase



บทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์บทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์

  • ช่วยเสริมกรดที่มีไม่เพียงพอในกระเพาะโดยเฉพาะลูกสัตว์หลังหย่านม

  • ลดระดับ pH ในกระเพาะ (pH ประมาณ 2)

    pepsinogen

pepsin

  • pH ต่ำยับยั้งการ growth ของจุลินทรีย์ที่ให้โทษ

    เร่งการ growth ของจุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลกติก


  • เป็น บทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์chelating agent เพิ่มการดูดซึมของแร่ธาตุ

  • เป็นตัวกลางในวิถีสร้างพลังงาน

Fumaric acid , citric acid

propionic acid , lactic acid

Acidifier

สุกร

Formic acid , citric acid

orthophosphoric


Bufferบทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์

ปรับpH ในกระเพาะรูเมนสัตว์เคี้ยวเอื้อง

sodium bicarbonate

sodium bentonite

magnesium oxide

หินปูนบด


Poloxaline

  • surfactant เป็นพวก surface - active agents

เพื่อให้เม็ดอาหารกระจายตัวดี เพื่อน้ำย่อยย่อยได้ดีขึ้น

เลซิติน (lecithin)

ทำให้ไขมันในอาหารกระจายตัวได้ดีขึ้น

  • สารเพิ่มรส (feed flavor)

Monosodium glutamate , nucleotide

กรดแอมิโนบางชนิด


  • สารเพิ่มสีในไข่ไก่บทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์

  • สารสกัดจากธรรมชาติ

  • carotenoid

  • xanthophyll

  • สารเคมีสังเคราะห์

  • carophyll yellow

  • carophyll Red

  • carophyll pink

ใบกระถิน ดอกดาวเรือง



  • Enzymeบทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์

 ย่อยพันธะเฉพาะ (specific bonds) ในวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่น้ำย่อยในร่างกายไ ม่สามารถย่อยได้

เพิ่มการใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะต่างๆที่สัตว์ไม่ สามารถย่อยได้

Tannins ในข้าวฟ่าง เรปซีด

phenolic acid, glucosinolate ในเรปซีด


  • Enzymeบทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์

ลักษณะของ enzyme

1. สร้างขึ้นจากสิ่งมีชีวิติ เช่น จุลินทรีย์ และสัตว์

2. เป็นตัวกระตุ้น (catalyst)การเกิดปฏิกิริยาเคมี

โดยไม่เสียสภาพ กลับคืนมาทำงานใหม่ได้

3. มีความจำเพาะสูงต่อ substrate


Enzyme
จุดประสงค์ในการใช้ บทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์Enzyme ในอาหารสัตว์

 ย่อยพันธะเฉพาะ (specific bonds) ในวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่น้ำย่อยในร่างกายไ ม่สามารถย่อยได้

เพิ่มการใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะต่าง ๆ ที่สัตว์ไม่ สามารถย่อยได้


บทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์ย่อยสลายสารยับยั้งการใช้ประโยชน์ของอาหาร เช่น

Tanninsในข้าวฟ่าง เรปซีด

phenolic acid, glucosinolate ในเรปซีด

trypsin inhibitor ในถั่วเหลือง

b-glucan, arabinose xylans ในข้าวบาร์เล่ย์, ข้าวสาลี


: monensinบทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์

Streptomyces cinnamonensis

สัดส่วนของ propionic acid เพิ่มขึ้น

ปรับปรุงการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ

น้ำหนักตัว Feed efficiency


: บทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์phosphatase, phytase

ย่อย phytate, phytic acid

: เพนโตซาเนส

ย่อยเพนโตแซน

อาหารลูกสุกรเล็ก (starter)


:protease, cellulaseบทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์

: hemi-cellulase, glucanase

: Multienzyme system

Porzyme,

Allzyme


ลักษณะของบทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์Enzyme ที่ดี

1. มีความคงสภาพ ไม่เสื่อมเมื่อเก็บไว้นาน

2. คงทนในสภาพอุณหภูมิสูง เช่นในกระบวนการอัดเม็ด (70. - 80.C)

3. คงทนต่อน้ำย่อยในระบบทางเดินอาหาร เช่น trypsin

4. สามารถทำงานได้ปกติในสภาพ pH ของระบบทางเดินอาหาร

5. สามารถรวมเข้ากันได้ดีกับแร่ธาตุ วิตามิน & สารอาหารที่มีปริมาณน้อย


  • โบรไบโอติค (บทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์probiotics)

  • เป็นการนำจุลินทรีย์ ซึ่งมีชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อตัวสัตว์เติมลงในอาหารสัตว์เพื่อ -:

  • : สร้างสารที่ต่อต้านจุลินทรีย์ที่เป็นโทษต่อสัตว์

  • : ชะงักการเพิ่มจำนวนของเชื้อโรคโดยการ แย่งพื้นที่หรือแย่งสารอาหาร

  • : ผลิต Enzyme ย่อยอาหาร

: กระตุ้นภูมิต้านทาน

: สลายพิษของเชื้อโรค หรือสารต้านโภชนะตัวอื่นๆ


กลไกการทำงานบทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์ของโปรไบโอติก

* ช่วยสังเคราะห์วิตามินและสารอาหารที่จำเป็น

Bacillus B. cereus , B. subtilis

สังเคราะห์ vitamin B


* บทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์สร้างกรดแลคติค

ความเป็นกรดในทางเดินอาหาร

ยับยั้ง E. coli

* สร้าง metabolite ที่มีผลยับยั้งปฏิกิริยาการสร้างสารพิษ

สารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง

* กระตุ้นการทำงานของ Enzyme ในปฏิกิริยากำจัดสารพิษ


* กระตุ้นการสร้าง บทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์& การทำงานของ Enzyme ใน GI

Lactobacillus sp

amylase

Bacillus

Clostridium

amylase,

protease


* บทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์สร้างสารปฏิชีวนะที่มีผลยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์

ที่ก่อให้เกิดโรคใน GI

L. acidophilus

* รักษาสมดุลของ floraใน GI

ยับยั้งการ growth ของจุลินทรีย์ที่ให้โทษ เช่น E.Coli

เร่ง growth ของจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ เช่น Lactobacilli

acidolin


* ลดปริมาณแอมโมเนียบทบาทของกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์

B. cereus ลด NH3ในอุจจาระ

* เพิ่มปริมาณ VFA เช่น propionic acid

ปรับ pH ให้เหมาะสมกับการทำงานของ gastric juice

B. cereus

* ยับยั้งการสร้าง amine จากจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร

แบคทีเรีย พวก Bifidobacteria


คุณสมบัติของจุลินทรีย์ที่ใช้เป็นโบรไบโอติคคุณสมบัติของจุลินทรีย์ที่ใช้เป็นโบรไบโอติค

1. เป็นจุลินทรีย์ที่มีความปลอดภัย

species Lactobacillus, Bifidobacterium

Streptococcus

2. ทนทานเมื่อผ่านกระบวนการผลิตอาหาร

ความร้อน ความชื้น

3. ทนต่อสภาพภายในทางเดินอาหาร

เอนไซม์ในทางเดินอาหาร amylase, lysozyme

น้ำดี ความเป็นกรด


4. มีฤทธิ์ต่อต้านจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ โดยการสร้างกรด หรือ สารต่อต้าน

5. เป็นจุลินทรีย์ที่เจริญกันเป็นกลุ่มบนผนังทางเดินอาหาร ทำให้ขัดขวางการเจริญของจุลินทรีย์ที่เป็นโทษ

6. มีวงชีวิตสั้น ขยายจำนวนได้รวดเร็ว

7. เป็นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์แก่ตัวสัตว์ เช่น

เร่งการเจริญเติบโต

สร้างสารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต


8. มีความจำเพาะต่อสัตว์แต่ละชนิด

9. ควรเป็น gram positive

ทนต่อการย่อยสลายของเอ็นไซม์ใน GI

10. มีความเสถียรในการเก็บรักษา

สูญเสียสภาพไม่เกิน 25 % หลังผ่านการผลิต (6 สัปดาห์) หรือ 40% หลัง 12 สัปดาห์


ชนิดของจุลินทรีย์ที่ใช้เป็นโบรไบโอติคชนิดของจุลินทรีย์ที่ใช้เป็นโบรไบโอติค

1. จุลินทรีย์ที่เจริญในสภาพมีอากาศ (aerobes)

genus Bacillus เช่น

Bacillus cereus เตรียมได้จากดิน

Bacillus cougulans จากข้าวมอลต์

สร้างกรดแลคติค

Bacillus subtilis จากหญ้าแห้ง


2. จุลินทรีย์ที่เจริญเติบโตในสภาพที่ไร้อากาศ (anaerobes)

genus Clostridium

Clostridium butyricum จากลำไส้คน

สร้างกรดบิวทีริค

3. จุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลคติค (lactic acid organism)

genus Bifidobacterium lactobacillus

Entrococci

Bifidobacterium thermophilum


4. ยีสต์ มีความสามารถในการหมักย่อย

genus Saccharomyces

Saccharomyces cerevisiae

ผลิตprotease, peptidase & เอนไซม์ย่อย CHO

ลูกสุกรเล็กหลังหย่านม

สุกรขุน สุกรอุ้มท้อง


* การใช้โบรไบไอติคร่วมกับยาปฏิชีวนะ

ใช้ยาปฏิชีวนะที่ทำลายจุลินทรีย์ที่ให้โทษในทางเดินอาหาร แต่ไม่ทำลายโบรไบโอติคที่เติมลงไป เกิดประโยชน์ทั้งด้านการใช้โบรไบโอติคและการรักษา

Probios (L.acidophillus) + tylosin,

lincomycin


ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก :

การใช้โบรไบโอติค เอ็นไซม์ และกรดอินทรีย์ในอาหารสัตว์

วารสารสัตวบาลที่ 6 ฉบับที่ 32 มี.ค. - เม.ย. 2539


ad