บทที่ 3
Download
1 / 28

3.5 - PowerPoint PPT Presentation


  • 125 Views
  • Updated On :

บทที่ 3. ทฤษฎีการเมืองตะวันตกที่สำคัญ. 3.5 สังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ และลัทธิของเหมา เจ๋อ ตง. คำถามที่ท้าทายให้คุณตอบ. แนวคิดเรื่องสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์แตกต่างกันอย่างไร ? คาร์ล มาร์กซ์นำแนวคิดทางปรัชญาจากใครมาประยุกต์ใช้ในการสร้างแนวคิดทางการเมืองแบบคอมมิวนิสต์ขึ้น ?

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about '3.5 ' - Ava


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
Slide1 l.jpg

บทที่ 3

ทฤษฎีการเมืองตะวันตกที่สำคัญ

3.5 สังคมนิยมและคอมมิวนิสต์

และลัทธิของเหมา เจ๋อ ตง


Slide2 l.jpg
คำถามที่ท้าทายให้คุณตอบคำถามที่ท้าทายให้คุณตอบ

  • แนวคิดเรื่องสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์แตกต่างกันอย่างไร ?

  • คาร์ล มาร์กซ์นำแนวคิดทางปรัชญาจากใครมาประยุกต์ใช้ในการสร้างแนวคิดทางการเมืองแบบคอมมิวนิสต์ขึ้น ?

  • จุดประสงค์สูงสุดของแนวคิดทางการเมืองแบบคอมมิวนิสต์คือ อะไร ?

  • แนวคิดทางการเมืองแบบคอมมิวนิสต์ส่งผลกระทบต่อโลกอย่างไร และมีผู้นำแนวคิดของมาร์กซ์ไปใช้ในทางปฏิบัติอย่างไรบ้าง ?

  • เลนินและเหมา เจ๋อ ตง ได้ประยุกต์แนวคิดทางการเมืองแบบคอมมิวนิสต์ไปใช้ในโลกตะวันตกและโลกตะวันออกอย่างไรบ้าง ?


Slide3 l.jpg
วัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิต

  • ได้เรียนรู้ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างแนวคิดเรื่องสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์

  • ได้เข้าใจอุดมการณ์สูงสุดของปรัชญาการเมืองแบบคอมมิวนิสต์

  • ได้ตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญของปรัชญาการเมืองที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของปัจเจกชน

  • ได้เข้าใจแนวทางในการแปรปรัชญาภาคบริสุทธิ์ไปสู่ภาคปฏิบัติทางการเมืองในโลกแห่งความเป็นจริง


Slide4 l.jpg

Karl Marxวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิต& Friedrich Engels

Karl Marx: 1818 - 1883


Karl marx l.jpg
Karl Marxวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิต

เขาถือลัทธิสสารนิยมแบบปฏิพัฒนา คิดว่าเรื่องเหนือธรรมชาติหรือศาสนาเป็นยาเสพย์ติดมอมเมาประชาชน (Religion is the opium of the people)

กล่าวคือ เป็นเครื่องมือที่คนมีอำนาจใช้สำหรับแยกสามัญชนออกไว้ต่างหาก มอมเมาให้พอใจกับฐานะของตนโดยอาศัยศรัทธาต่อศาสนาเป็นเครื่องล่อใจ ซึ่งเป็นไปตามหลักปฏิพัฒนานั่นเอง

คือ ศาสนาทำให้มีการแบ่งแยกในสังคมออกจากกัน ในที่สุดเมื่อประชาชนรู้เท่าทันจะเลิกนับถือศาสนาแล้วร่วมใจกันยืนหยัดต่อสู้ ลบล้างความเหลื่อมล้ำในสังคม


Slide6 l.jpg

ลัทธิสสารนิยมแบบปฏิพัฒนา

(Dialectic Materialism)

คือถือว่าในสสารมีพลังพัฒนาตัวเองตามกฎปฏิพัฒนาการของเฮเก็ล คือจะต้องวางตัวให้ขัดแย้งกัน เพื่อจะได้หาทางประนีประนอมกันแล้วส่วนรวมก็จะก้าวหน้าเมื่อประนีประนอมกันได้แล้ว จะต้องวางตัวให้ขัดแย้งกันต่อไปอีกเพื่อจะได้ก้าวหน้าต่อไปอีก

Hegel : 1770 - 1840


Slide7 l.jpg

ลัทธิสสารนิยมแบบปฏิพัฒนา (ต่อ)

(Dialectic Materialism)

ปัจจุบันสสารก้าวหน้ามาถึงขั้นเป็นมนุษย์อยู่ร่วมกันเป็นสังคม แง่ที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ในเวลาก็คือ แง่เศรษฐกิจระหว่างนายทุนกับลูกจ้าง ประนีประนอมกันได้เมือไหร่ก็จะมีความก้าวหน้าของโลกและจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นมาใหม่ การขัดแย้งทุกครั้งเป็นเครื่องหมายของความก้าวหน้าของสสารส่วนรวม


Slide8 l.jpg

แนวคิดในเรื่องสังคมนิยมเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเพลโต้เขียนเรื่องอุตมรัฐ และ เซอร์ โธมัส มอร์ เขียนเรื่อง ยูโทเปีย

สังคมนิยมมี 2 แบบ คือ

1. สังคมนิยมแบบอุดมคติ (Utopian Socailism)

2. สังคมนิยมแบบประชาธิไตย (Democratic Socialism)

ส่วนแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์เป็นแนวคิดที่เกิดจากแนวคิดของคาร์ล มาร์กซ์ (Karl Mark, ค.ศ.1818-1883) จุดประสงค์ ต้องการทำลายแนวคิดแบบประชาธิปไตย ที่มีลักษณะเป็นเหมือนปลาใหญ่กินปลาเล็ก จึงต้องการสร้างสังคมที่ปราศจากชนชั้น


Slide9 l.jpg

คอมมิวนิสต์ และ เซอร์ โธมัส มอร์ เขียนเรื่อง ยูโทเปีย (Communist)

คำว่า'คอมมิวนิสต์' (Communist) เริ่มมีขึ้นราว ปี พ.ศ. 2377-2382 พวกสมาคมลับที่จะปฏิวัติฝรั่งเศสคิดขึ้น

หมายถึง "การรวมกันของบรรดาทรัพย์สิน เป็นของกลางร่วมกันทั้งหมด" (Community of goods) โดยเห็นว่าความไม่เท่าเทียมกันของ ความสุขสมบูรณ์และความยากจนของมนุษย์ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ต่างคนต่างเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน


Slide10 l.jpg

คอมมิวนิสต์ และ เซอร์ โธมัส มอร์ เขียนเรื่อง ยูโทเปีย (ต่อ)

คอมมิวนิสต์ เป็นลัทธิขบวนการปฏิวัติที่พยายามจะเลิกล้างลัทธิทุนนิยมและจัดตั้งสังคมใหม่ โดยให้ถือว่าทรัพย์สินทั้งหมด เป็นของส่วนรวม

การดำเนินการเศรษฐกิจจะเป็นไปตามแผนการ และอยู่ในความควบคุมจัดการของส่วนรวม โดยแบ่งส่วนเฉลี่ยทรัพย์แก่ทุกคนตามหลักการที่ว่า

"แต่ละคนทำงานตามความสามารถของตนแต่ละคนได้รับสิ่งที่ตนต้องการ"


Slide11 l.jpg
จุดประสงค์หลักของคอมมิวนิสต์จุดประสงค์หลักของคอมมิวนิสต์

1. มุ่งก่อตั้งสังคมไร้ชนชั้น

2. เครื่องมือการผลิตต้องกระจายไป

3. การแลกเปลี่ยนทุกชนิดต้องเป็นของประชาคม

4. รัฐซึ่งเป็นเครื่องมือกดขี่ประชาชนจะต้องสลายไป

5. ถ้ายังไปไม่ถึงอุดมการณ์นั้น ให้เรียกว่า “สังคมนิยม” หรือ เผด็จการของชนชั้นกรรมาชีพ


Slide12 l.jpg
หลักคอมมิวนิสต์จุดประสงค์หลักของคอมมิวนิสต์

ได้แก่ แต่ละคนทำงานตามความสามารถของเขา และรับปันผลผลิตจากสังคมนิยมตามความจำเป็นของเขา

จุดแข็งของคอมมิวนิสต์

คือการดึงปัญญาชนเข้ามามีบทบาท แล้วถ่ายทอดสู่ชนชั้นแรงงานระดับล่าง ความจริงแล้วลัทธินี้ก็คือ กลุ่มแนวคิดที่เข้ามาแทนที่ช่องว่างอันเกิดมาจากการสลายตัวขององค์กรทางศาสนานั่นเอง


Slide13 l.jpg

ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์

ความเหมือน

คือ ประชาคมหรือรัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต แต่ยังไม่มีผู้ใดค้นพบวิธีที่จะให้ประชาคมเข้าทำการควบคุม

จึงต้องมี รัฐ ไว้เพื่อทำหน้าที่บริการแทนไปก่อน

ความแตกต่าง

สังคมนิยม ถือว่าพวกเขาสามารถก่อตั้งและดำรงระบบของพวกตนเอาไว้ด้วยวิถีประชาธิปไตย ซึ่งคอมมิวนิสต์ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้และกล่าวหาสังคมนิยมว่าเป็นพวกประนีประนอมกับนายทุน


Slide14 l.jpg

วิภาษวิธีของเฮเกลความเหมือนและความแตกต่างระหว่างสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์

Spirit (Synthesis)

ระบบคอมมิวนิสต์

(สังคมที่ไร้ชนชั้น)

Nature

(Anti Thesis)

Idea

(Thesis)

ระบบประชาธิปไตย

ความขัดแย้งระหว่างนายทุนกับกรรมกร


Slide15 l.jpg

สังคมคอมมิวนิสต์ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์

ยุคนายทุน

กรรมกร

(ทาสชนะศักดินากลายมาเป็นนายทุน)

(การต่อสู้ระหว่างนายทุนกับกรรมกร)

ยุคศักดินา

(การต่อสู้ระหว่างทาสกับศักดินา)

ยุคทาส


Slide16 l.jpg

ความสัมพันธ์ทางการผลิตของสังคมในแต่ละยุคความสัมพันธ์ทางการผลิตของสังคมในแต่ละยุค


Slide17 l.jpg

พลังการผลิต ความสัมพันธ์ทางการผลิตของสังคมในแต่ละยุค

ความสัมพันธ์ทางการผลิต

ศาสนา

กฎหมาย

การเมือง

ศิลปะ

ปรัชญา

ศีลธรรม

โครงสร้างส่วนล่าง

โครงสร้างส่วนบน


Slide18 l.jpg

Lenin, Vladimir Ilyich ความสัมพันธ์ทางการผลิตของสังคมในแต่ละยุค

(1870-1924)

Karl Marx

(1818-1883)

ตะวันตก

ตะวันออก

Mao Tse-tung

(1893 - 1976)


Slide19 l.jpg

Puyiความสัมพันธ์ทางการผลิตของสังคมในแต่ละยุค

(1907 – 1994)

The last Emperor of China

Tsar Nicholas II

(1868 – 1918)

The last Emperor of Russia


Slide20 l.jpg

สังคมนิยมความสัมพันธ์ทางการผลิตของสังคมในแต่ละยุค

แนวความคิดของลัทธิสังคมนิยมได้เกิดขึ้นก่อน คริศตศักราช กล่าวคือ เพลโตได้วาดมโนภาพไว้ว่า สรรพสิ่ง ทั้งปวงเป็นของกลางเพื่อให้คนทุกชั้นได้บริโภค

วิวัฒนาการของสังคมนิยมได้เริ่มตั้งแต่การขยายตัวของอุตสาหกรรมในระบบทุนนิยมในปลายคริสตศตวรรษที่ 18 และตอนต้นคริสตศตวรรษที่ 19


Slide21 l.jpg

สังคมนิยม ความสัมพันธ์ทางการผลิตของสังคมในแต่ละยุค(ต่อ)

กล่าวคือผู้ใช้แรงงานหรือกรรมกรซึ่งไม่มีทั้งความรู้และทรัพย์สินได้รับความทุกข์ยากและมีความยากจนข้นแค้นเป็นอย่างมาก นักสังคมนิยมจึงได้แสวงหาวิธีการที่จะสร้างสังคมใหม่ที่ปราศจากความอยุติธรรมและความไม่เท่าเทียมกัน นักคิดเหล่านี้เสนอแนะให้มนุษย์ช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยให้พิจารณาถึง ผู้ยากจนเป็นกรณีพิเศษ


Slide22 l.jpg

ประเภทของสังคมนิยมความสัมพันธ์ทางการผลิตของสังคมในแต่ละยุค

1. สังคมนิยมแบบอุดมคติ

(Utopian Socialism)

2. สังคมนิยมแบบประชาธิปไตย

(Democratic Socialism)


Slide23 l.jpg

เหมา เจ๋อ ตง ความสัมพันธ์ทางการผลิตของสังคมในแต่ละยุค(Mao Tse-tung)

ผู้นำจีนลูกชาวนา เกิดเมื่อ วันที่ 26 ธันวาคม 1893 เขาได้ศึกษางานเขียนของคารล์ มาร์กซ์ ที่มหาวิทยาลัย ได้ช่วยก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์และต่อมาได้เป็นผู้นำพรรค เหมาได้รับการสนับสนุนจากคนยากจนและได้ก่อตั้งกองทัพขึ้นเพื่อปลดแอกประชาชนจากระบบการปกครองที่กดขี่ประชาชน

เหมา เจ๋อ ตง

Mao Tse-tung

(1893 - 1976)


Slide24 l.jpg

เหมา เจ๋อ ตง (Mao Tse-tung) ความสัมพันธ์ทางการผลิตของสังคมในแต่ละยุค(ต่อ)

หลังจากการปราชัยของญี่ปุ่นต่อสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพของเหมาได้ขับไล่นายพล เจียง ไคเช็คไปอยู่ไต้หวันแล้ว เขาได้ขึ้นปกครองจีน

ในปี ค.ศ. 1946 เหมาได้รับเลือกเป็นประธานของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

ภายใต้การนำของเขาวิถีชีวิตของชาวจีนได้เปลี่ยนไปและจีนก็ได้เป็นประเทศผู้นำในวงการเมืองระหว่างประเทศ

เขาถึงแก่กรรม ในปี ค.ศ. 1976 วันที่ 9 กันยายน สิริรวมอายุได้ 83 ปี


Slide25 l.jpg

V.S.ความสัมพันธ์ทางการผลิตของสังคมในแต่ละยุค

Kai-shek Chiang(1887-1975)

Mao Tse-tung

(1893 - 1976)


Slide26 l.jpg

ทฤษฎีการปฏิวัติของเหมาทฤษฎีการปฏิวัติของเหมา

มีลักษณะเด่นอยู่ที่การกำหนดแนวทางและวิธีการให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ในสังคมจีน ซึ่งเหมาเรียกว่าเป็นสังคม

“กึ่งศักดินากึ่งอาณานิคม” การปฏิวัติให้ความสำคัญกับชาวนามากกว่ากรรมกร เพราะศูนย์อำนาจการปฏิวัติอยู่ในชนบท ซึ่งตรงกันข้ามกับทฤษฎีการปฏิวัติของเลนิน

แต่อย่างไรก็ตามการปฏิวัติก็ยังต้องมีฝ่ายกรรมาชีพหรือพรรคคอมมิวนิสต์เป็นผู้นำ


Slide27 l.jpg
สรุปทฤษฎีการปฏิวัติของเหมา

  • คาร์ล มาร์กซ์รับแนวความคิดจากเฮเก็ลในเรื่องจิตนิยมแบบปฏิพัฒนา โดยประยุกต์ให้เป็นสสารนิยมแบบปฏิพัฒนาโดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้กรรมกรได้ปลดแอกตัวเองจากลัทธิประชาธิปไตยแบบทุนนิยม

  • จุดประสงค์สูงสุดของคอมมิวนิสต์คือการที่รัฐซึ่งเป็นเครื่องมือแห่งการกดขี่ที่ทรงพลังที่สุดจะต้องสลายตัวไป

  • เลนินได้นำแนวคิดของมาร์กซ์ไปประยุกต์ใช้โดยการปรับเปลี่ยนให้กรรมกรในรัสเซียเป็นเครื่องมือในการล้มล้างสถาบันกษัตริย์

  • เหมา เจ๋อ ตง ได้นำแนวคิดของมาร์กซ์ไปประยุกต์ใช้โดยการปรับเปลี่ยนให้ชาวนาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบคอมมิวนิสต์ในจีน


ad